Phuket – UNESCO City of Gastronomy

PHUKET, THAILAND, UNESCO CITY OF GASTRONOMY

Even (ภาษาไทยด้านล่างค่ะ)  for a big time foodie like myself, stalking the aisles of super scrumptious local foods in Phuket still feels like running a full-blown marathon. It is exhilarating, euphoric, and yet so never-ending.

Allow me to clarify. This is not our first time visiting Phuket and stuffing our faces away. Phuket is our top-listed favourite town. We come for the gorgeous beaches, the superlative resorts, the famous annual marathons, and also, we always come for the delicious foods. However, each time we leave town, Phuket never let us leave in peace. There are always something left for us to come back and rediscover. The foods, especially. Because, the more we eat, the more we think we miss out. Foods in Phuket are abundant, tasty and so great in variety that you will have to consider dedicating your trip here, along with your beloved tummy, for a real treat this city has to offer.

But then, Phuket foods are no longer merely just a local favourite. In December 2015, Phuket is named ‘City of Gastronomy’ by UNESCO – an accolade that makes Phuket on par with other 17 selected cities around the world with that same significant international recognition. This is a big deal not just for Phuket, but for Thailand as a whole. The award recognizes what many of us might have taken for granted: the long line of legacies and unique cultural blends so prominent in the local foods of Phuket.

“Phuket is relatively much younger city when compared to others that have been awarded ‘City of Gastronomy’ by UNESCO,” says Dr. Kosol Taengutai, President of the Thai Peranakan Association, former Deputy Mayor of Phuket City Municipality and former Coordinator in charge of City of Gastronomy of UNESCO. “Phuket is about 150 years old whereas other listed cities have histories harking back as long as thousands of years.”



ด้วยอายุอานามเพียง 150 ปี ภูเก็ตกลายเป็นเมืองที่อายุน้อยที่สุด ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 18  เมืองแห่งอาหาร (City of Gastronomy) โดยยูเนสโก้เมื่อปี .. 2558 เพราะว่าเมืองอื่นๆ ที่ได้รับคัดเลือกในตำแหน่งเดียวกันก่อนหน้านี้ ล้วนมีอายุเยอะกว่ามาก หลายเมืองมีอายุเป็นพันๆ หรือหลายพันปีกันเลยทีเดียว แต่ทว่าภูเก็ตมีความโดดเด่นที่ชัดเจน ตรงที่เป็นเมืองที่มีอัตลักษณ์ทางอาหารเก่าแก่ที่ยังคงอยู่ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งวัฒนธรรมการกินที่บ่งบอกถึงรากเหง้าที่ไม่เหมือนใคร ส่งผ่านมาจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ภูเก็ตนอกจากจะเป็นเกาะทางใต้ของไทยที่มีทะเลสวยมากแล้ว ยังมีเมืองเก่าที่สวย และอาหารท้องถิ่นที่อร่อยมากมาย สมควรจะต้องมาเที่ยวและค้นหาเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายเหล่านี้ไปด้วยกัน และหากอยากได้ตั๋วเครื่องบินและที่พักภูเก็ตราคาถูกโดนใจ แนะนำให้จองกับ Traveloka โดยราคาจะดีมากขึ้นหากจองผ่านแอพพลิเคชั่น เพราะเค้ามีโปรโมชั่นส่วนลดราคามาให้ใช้ทุกสัปดาห์ จองตั๋วเครื่องบินไปภูเก็ต ที่ลิ้งค์นี้ จองที่พักภูเก็ต ที่ลิ้งค์นี้

คนที่ไปเที่ยวเมืองเก่าภูเก็ตทุกคนย่อมเคยได้ยินอาหารชื่อแปลกๆ มากมายของเมืองนี้ โอต๊าว หรือหอยติบ (หอยนางรมจิ๋ว) ทอดใส่เผือก หมี่ฮุ๊นป้าฉ่างหรือเส้นหมี่ขาวผัด รับประทานกับน้ำซุปใสกระดูกหมู โอ๊ะเอ๋ว หรือขนมวุ้นที่ทำจากเมล็ดโอ๊ะเอ๋วใส่น้ำแข็งใสที่กลายเป็นขนมหวานแสนชื่นใจประจำจังหวัด ยี่หูเอ็งฉ่าย หรือปลาหมึกแช่ด่างลวก รับประทานแบบเย็นตาโฟแห้ง โรยด้วยเส้นหมี่ขาวทอดกรอบ (อ่านเรื่องอาหารแปลกของภูเก็ตได้ที่นี่) และนี่ยังไม่ร่วมถึงของหวาน ของกินเล่น ของว่างต่างๆ อีกมากมาย ที่ชาวภูเก็ตมีศัพท์เฉพาะของเค้าทั้งนั้น เช่น โลบะ เกี๊ยน เต่าซ๊อ ผางเบี้ย เกี่ยมโก้ย หม่ออี๋ บี๊ถ่ายบาก หม่อล่าว และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน (อ่านเรื่องเจี๊ยะโก้ยกินขนมภูเก็ตได้ที่นี่) 

จะเข้าใจภูเก็ตได้ ก็จะต้องเข้าใจเรื่องการตั้งรกรากของภูเก็ตเสียก่อน อย่างที่บอก เมืองนี้มีอายุประมาณ 150 ปี สมัยนั้นชาวจีนฮกเกี้ยน หรือฟูเจี้ยน เดินทางมาค้าขายทางทะเล ซึ่งตามทิศทางลม มีการล่องเรือผ่านช่องแคบมะละกา ที่ตั้งของมาเลเซียและสิงคโปร์ เรื่อยขึ้นมาถึงภูเก็ต และเมืองต่างๆ ทางภาคใต้ฝั่งอันดามันของไทย จนมีการตั้งรกรากตามเส้นทางนั้น เป็นกลุ่มชาวจีนที่ถูกเรียกรวมๆ กันว่า Straits Chinese หรือเพอรานากัน บะบ๋า ยะหยา ซึ่งอาหารภูเก็ตที่มีความแปลกไม่เหมือนใคร ก็เพราะได้วัฒนธรรมจากชาวจีนฮกเกี้ยนเหล่านี้ มาผสมผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่น วัฒนธรรมการกินท้องถิ่น และนี่เองคือความพิเศษของอาหารภูเก็ต

“But then, the foods of Phuket is so unique because they are the result of Phuket being formed as a trading hub in the Malay Peninsula, the place where people from the region converged, built their new families, settled down, and created series of unique eats from their own kitchens. These foods have become Phuket’s own foods unlike others. And still today, we have this rich legacies of the food we daily eat. It is authentic, flavourful, and delicious.”

For us who travel the world, one thing we would agree hands down is that food is never merely something we eat, but always the colourful reflections of life, real stories of people who live in a certain place. Food is the edible cultures, and it encompasses so much more than the space of one’s kitchen, the local markets or beautiful plating one yearn to get on Instagram. For Phuket, the best place to observe those unique culinary elements is definitely the Phuket Old Town where the whole cross-cultural culinary expeditions first took place. But then, keep in mind that fresh and local ingredients from the whole island also help making each dish of Phuket very special. 

ในตัวเมืองเก่าภูเก็ต เราจะเห็นตึกรามบ้านช่องที่สวยงามมาก ทีนี้ที่เคยเรียกตึกเหล่านี้ว่าชิโนโปรตุกีสอาจจะต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะจากที่เราได้คุยกันกับผู้รู้หลายท่าน ทั้งที่ภูเก็ตเองและปีนัง อันถือได้ว่าเป็นต้นน้ำของการตั้งรกรากของบะบ๋า ยะหยา การก่อร่างสร้างตัวของชาวจีนช่องแคบเหล่านี้เกิดขึ้นสมัยเกือบสองร้อยปีก่อนเท่านั้น ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงของพระนางเจ้าวิคตอเรีย กษัตริย์ที่ปกครองสหราชอาณาจักรยาวนานมากในช่วง ค.ศ. 1837 – 1902 ซึ่งเทียบได้กับช่วงของรัชกาลที่ 3, 4, และ 5 ของไทยเรา ช่วงนี้เองที่อังกฤษมีการแผ่ขยายอาณานิคมมากไปค่อนโลก จึงเป็นที่รู้กันว่าสมัยของพระนางวิคตอเรียนี้เองที่อังกฤษอู้ฟู่ที่สุด ซึ่งช่วงนี้เองที่อังกฤษได้ปีนังเป็นอาณานิคม และมีการสร้างเมืองส่วนที่เรียกว่า George Town ซึ่งตอนนี้ถูกจัดให้เป็นเมืองมรดกโลกของยูเนสโก้ด้วยเช่นกันเนื่องจากมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในขณะเดียวกันช่วงที่โปรตุเกสออกเดินเรือเพื่อล่าอาณานิคมนั้นเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คือตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 หรือช่วงปี ค.ศ. 1400-1500 โน่นเลย ดังนั้นสถาปัตยกรรมที่เห็นทั้งในปีนังและภูเก็ต จึงเกิดในยุคของอังกฤษ​ และน่าจะเรียกว่า Anglo-Chinese มากกว่า

“For us, eating five meals (or more) a day is such a norm,” says Vipada Tongpinyochai, third-generation owner of Keng Tin, the 75-year-old Hokkien-style dessert shop in Phuket Town. “Phuket people just love to eat. Breakfast, lunch, tea time, dinner and supper. After that, we might take home some fried noodle, congee and durian for a late-late-night cap. Eating away heartily is literally our way of life. And we are proud of that, too.”

So, to start eating like a pro in Phuket, you might want to be prepared. Better yet, you might want to schedule, strategize or prioritize your time wisely, just so to cover all you want to eat in one go. However, once you know how good Phuket foods are, you will find yourself making your way back for more.

หากต้องการรู้เรื่องการตั้งเมืองภูเก็ตให้มากยิ่งขึ้น แนะนำให้อ่านเรื่อง Sisterhood Charms: Penang and Phuket | ความน่ารักของเมืองพี่น้อง ปีนัง ภูเก็ต และเรื่องการ ประชุมนานาชาติของชาว Baba Ngonya International Convention ที่ Penang 2017

ส่วนหากอยากรู้เรื่องของพระนางวิคตอเรียในแง่ของความอู้ฟู่ที่เรายังสามารถเห็นได้ในปัจจุบัน สามารถอ่านเรื่องของเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ ที่เราได้ไปเที่ยวมาแล้วเขียนทำเป็นมินิไกด์ไว้ได้ที่นี่ค่ะ

แม้ว่าเมืองแห่งอาหารที่ภูเก็ตได้มา จะเน้นบริเวณเมืองเก่า เพราะเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมบะบ๋า ยะหยา เพราะว่าตรงนี้ก่อนหน้านี้คือพื้นที่ของตลาดใหญ่ เป็นที่ค้าขายหลักและพักร่างของพ่อค้าชาวเรือในสมัยก่อน แต่วัตถุดิบอันอุดมสมบูรณ์ของภูเก็ตทั่วทั้งเกาะ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้อาหารภูเก็ตอร่อยมากไม่เหมือนที่อื่นด้วยเช่นกัน อาทิ

สับปะรดภูเก็ตที่ดั้งเดิมปลูกมากที่หาดกมลา เป็นวัตถุดิบที่ให้ความเปรี้ยวอมหวานและความหอมเอกลักษณ์ของแกงส้มภูเก็ต ใครมากินแกงส้มที่ภูเก็ต ก็จะต้องเห็นว่าเค้าใส่สับปะรดภูเก็ตกันทั้งนั้น สับปะรดภูเก็ตมีเนื้อแน่น เนื้อกรอบ รสเปรี้ยวหวานจัด โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2550 เป็นต้นมา สับปะรดภูเก็ตได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ Geographical Identification (GI) โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งหมายความว่า ใครจะเอาชื่อ “สับปะรดภูเก็ต” ไปใช้กับสับปะรดจากแหล่งอื่น เป็นไม่ได้

ส้มควาย ซึ่งเป็นวัตถุดิบท้องถิ่น แต่ก็หาได้อีกหลายพื้นที่ในภาคใต้ของไทย เป็นผลไม้ที่ให้ความเปรี้ยวหอมเฉพาะ เหมาะสำหรับการปรุงเพิ่มควเปรี้ยวปะแล่มให้แก่แกงตู้มี่ แกงมาลายูที่ชาวภูเก็ตนำมาปรับ โดยใช้กับเนื้อปลาที่มีมากมายและดีงามของเกาะมาปรุงเป็นเครื่องปรุงหลัก

และนี่คือยังไม่รวมถึงอาหารทะเลอันอุดมสมบูรณ์ ผักผลไม้ และสมุนไพรพื้นบ้านของเกาะทางใต้ของไทยแห่งนี้อีกเยอะแยะ ที่ทำให้อาหารภูเก็ตล้วนอร่อยมากๆ

เป็นที่รู้กันว่าชาวภูเก็ตรักการกินของอร่อย โดยคนภูเก็ตหลายคนบอกกับเราว่า ที่ภูเก็ตคนท้องถิ่นกินอาหารถึง 7 มื้อต่อวัน ขนาดของว่างยามบ่ายที่มีในศูนย์อาหารลกเทียน ยังเต็มไปด้วยของหนักๆ ปอเปี๊ยะสไตล์ปีนังสดเอย โลบะ หรือเครื่องในหมูพะโล้ทอดกรอบเอย เกี๊ยนทอดเอย หมี่ฮุ๊นเอย หมี่ไทยเอย และอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งทั้งหมดชาวภูเก็ตที่เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ ก็กำลังเดินหน้าทำหน้าที่ของตัวเอง คือคงสูตรอาหารไว้ ทำแบบเดิม เพื่อเล่าต่อเรื่องราวและสูตรเด็ดของอาหารอันเป็นอัตลักษณ์ของตนไว้ให้คนรุ่นหลังต่อไป

ขอขอบคุณนายแพทย์โกศล แตงอุทัย นายกสมาคมเพอรานากันแห่งประเทศไทย และอดีตรองนายกเทศมนตรี สำนักงานเทศบาลนครภูเก็ต ผู้ผลักดันให้เกิดการรับรู้ในคุณค่าของอาหารและวัฒนธรรมบะบ๋า ยะหยาในภูเก็ต คุณหมอเป็นหนึ่งในกลุ่มของชาวภูเก็ต ที่ดำเนินเรื่องให้ภูเก็ตได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองแห่งอาหารโดยยูเนสโก้ โดยใช้เวลาดำเนินการยาวนานถึง 5 ปี ( ตั้งแต่ พ.ศ. 2554 และได้รับการคัดเลือกในปี 2558)


More readings on Phuket Foods

TOP EATS IN PHUKET CITY – 9 ร้านอร่อยภูเก็ตที่ห้ามพลาด
ร้านอร่อย น้ำย้อย ภูเก็ต
ฮัลโหลๆ โอ๊ะเอ๋ว นั้นคืออะไรกันแน่
เปิดตำนานขนมอบ คู่กับน้ำชาภูเก็ต
Cafe Hopping – เมื่อเก่าภูเก็ต
ร้านอร่อย โกเบ็นซ์ ข้าวต้มแห้ง
Penang and Phuket Peranakan Culture | พี่น้องเพอรานากัน ปีนัง ภูเก็ต
ร้านอร่อย ปาท่องโก๋ภูเก็ต ถนนมหรรณพ

🍀 by ohhappybear. all rights reserved. 🍀




Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *