Afternoon Tea in London – Fortnum & Mason (TH)


ในลอนดอน คงไม่มี Afternoon Tea หรือ High Tea ที่ไหนที่จะ iconic ไปมากกว่าที่ The Diamond Jubilee Tea Salon อีกแล้ว

The Diamond Jubilee Tea Salon อยู่บนชั้น 4 ของห้าง Fortnum & Mason ในย่าน พิคคาดิลลี่ (ติดกับถนนหรูหราอย่าง Jermyn (อ่าน เจอร์มิน) ที่บรรดาโซคอลสุภาพบุรุษ รวมทั้งเจมส์ บอนด์ จะต้องมาตัดสูทในร้านเก่าแก่และโกนหนวดตัดผมในร้านบาร์เบอร์ที่อยู่มานานนมอย่าง Trufitt & Hill เป็นต้น) ห้าง Fortnum & Mason ก่อตั้งมาตั้งแต่ 1707 และตึกที่มีอายุกว่า 300 ปีแห่งนี้มีหลายชั้นหลายแผนก แต่ที่ดิฉันชอบมาที่สุด (คือมาแล้วเสียตังค์จริงๆ กับที่นี่) คือสองชั้นล่างที่เป็น Food Hall พื้นที่ขายขนมต่างๆ ของยี่ห้อนี้ เช่น คุกกี้ต่างๆ แยม เค้ก ฟัดจ์ เตอร์กิจดีไลต์ ชา โน่นนี่ ที่ชอบซื้อทานเล่นระหว่างเที่ยวและหอบกลับบ้านด้วยค่ะ

The Diamond Jubilee Tea Salon เริ่มต้นเป็นห้องอาหารที่มีชื่อว่า St. James’s Restaurant แต่เมื่อห้างนี้ฉลองครบ 250 ปี (เมื่อ 1957) ก็ถูกปรับโฉมให้กลายเป็นห้องอาหารที่เสิร์ฟชุดน้ำชายามบ่ายด้วย ทำให้ Afternoon Tea มีและกลายเป็นประเพณีที่ F&S ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ต่อมาเมื่อปี 2012 ห้องอาหาร St. James’s ถูกปรับปรุงใหม่อีกครั้ง มีพิธีการเปิดอย่างยิ่งใหญ่ ประธานในการเปิดก็คือ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่มาพร้อมกับดัชเชสแห่งคอร์นวอล และดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ มีการเปลี่ยนชื่อห้องเป็น The Diamond Jubilee Tea Room และเสิร์ฟชุดน้ำชายามบ่ายอย่างเดียวจนถึงปัจจุบัน

ร้านนี้คนแน่นมากที่สุด และแปลกมาก ที่ว่าก็มีคนที่ไม่ได้จองล่วงหน้ามาแบบเราก็เยอะมาก บอกเลยว่าความหรูหราสวยงามเอเลแก็นซ์ของห้องไดมอนด์จูบิลี ทำให้นึกถึงคำพูดของ Holly Golightly นางเอก Breakfast at Tiffany’s ที่เธอบอกว่าเธอชอบไปเดินเล่นในทิฟฟานี่ เพราะที่นั่นทำให้เธอรู้สึกว่า “Nothing bad can happen.”

ก็คนที่มาจิบชาที่นี่ล้วนยิ้มแย้มดูมีความสุข มารยาทนุ่มนิ่ม สุภาพน่ารัก เดินสวนกัน แม้ไม่รู้จักกัน ก็มีการยิ้มให้กันอย่างอ่อนโยน สบู่ล้างมือก็หอม โลชั่นนวดมือหอม ผ้าเช็ดมือก็มีไว้ให้ จัดอย่างเป็นระเบียบผู้ดีสุดๆ แขกทุกคนแต่งตัวสวยงาม แม้แต่เราก็ยังแต่งตัวสวยงาม (นิดนึง) ระดับการพูดจาก็เป็นเสียงเรียบๆ เย็นๆ แสดงออกถึงความเป็นผู้ดี 😀 ซึ่งไม่ได้ทำบ่อยๆ นักในชีวิตนอกสถานที่อะไรแบบนี้

สิ่งที่ต้องทำเวลามาร้านที่คนแน่นมากแล้วไม่ได้จองโต๊ะมาล่วงหน้าก็คือ การพูดจาดีๆ กับคุณพนักงานที่จัดคิว (hostess) ที่ยืนอยู่หน้าเตาน์เตอร์นะคะ พูดเพราะๆ ทำหน้าตายิ้มแย้ม (ยิ้มไปกว้างๆ เลยค่ะ) ทำตัวแบบที่บุพการีจะภูมิใจนะคะ ใส่คำว่า “please” “thank you” เยอะๆ แล้วคุณจะได้โต๊ะแบบรอไม่นานมากนัก คือทำตัวให้น่ารักให้มีมารยาท แล้วคุณอาจจะได้โต๊ะค่ะ

ชุดน้ำชาที่นี่มีให้เลือก 4 แบบคือ 1. Afternoon Tea แบบหวานคลาสสิค และ 2. แบบคาว (Savoury Afternoon Tea) 3. มังสวิรัติ และ 4. ชุด High Tea ที่เน้นอาหารคาวเป็นจานๆ ตามด้วยขนมนิดหน่อย เนื่องจากวันที่เรามาจิบชานั้น เรากินข้าวเที่ยงที่ Padella มาแล้ว เราเลยสั่งเป็น  Afternoon tea กันค่ะ หนึ่งชุดหวาน หนึ่งชุดคาวตามภาพ ส่วนชาก็เลือกเอาจากเมนูชาที่ต้องใช้เวลาอ่านนานพอสมควร เพราะมีเยอะมากๆๆ ดูดีหมดทุกอัน เมนูของเค้ามีที่นี่ค่ะ  และนี่คือเมนูชา

การกินน้ำชายามบ่าย เค้ามักเริ่มหยิบจากชั้นล่างสุดก่อน ในที่นี้ตามภาพจะเห็นว่ามีแซนวิช (finger sandwiches) ทำจากขนมปังนุ่มๆ สอดไส้ต่างๆ เช่น สลัดเนื้อไก่งวง (Coronation Turkey) ปลาแซลมอนรมควัน (Fortnum’s Smoked Salmon) แฮมและมัสตาร์ด (Christmas Glazed Ham with English Mustard Mayonnaise) สลัดครีมไข่ผักเครส (Rare Breed Hen’s Egg Mayonnaise with English Cress) และที่ชอบมากๆ ก็คือไส้แตงกวา สะระแหน่ และครีมชีส (Cucumber with Mint & Cream Cheese) จากนั้นให้ต่อด้วยสกอน ซึ่งในชุดหวาน มีแบบเพลน (แป้งรสจืด) และลูกเกด เสิร์ฟกับ Somerset Clotted Cream ที่แน่นหนามาก อร่อยสุดๆ และแยมสตรอเบอร์รี่ (Strawberry Preserve) และครีมมะนาว (Lemon curd).

จากนั้นจึงตบท้ายด้วยบรรดาขนมเค้กต่างๆ จากจานชั้นบน มีเอแคลร์ และเค้กช็อกโกแลต และ patisserie แบบฝรั่งเศสที่อร่อยมากอีกสองอย่าง ชุดนี้พร้อมน้ำชารสที่เราเลือก คือ £44 หรือหากเลือกชาแปลก ชาหายาก ชาผสมพิเศษ ก็ราคาเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย

ส่วนชุดคาว แซนวิชเหมือนกัน แตกต่างกันที่สกอน จะเป็นรสบลูชีส Stilton และ Port Jelly Mustard และจานบนสุด แทนที่จะเป็น patisserie ก็กลายเป็น พัฟเอยพายเอยรสต่างๆ ได้แก่ Lobster & Prawn Cocktail, Wild Mushroom Puff with Truffle, Smoked Salmon Mille-Feuille, Stilton & Mulled Wine Pear Tart และ Parfait of Goose Foie Gras Éclair with Port Glaze ราคา £46

บอกเลยว่ามีความปลาบปลื้มมากกกกับชุดน้ำชาที่นี่ หนึ่ง ขนมทุกอย่างอร่อยมากๆ ชาดีเลิศ Somerset Clotted Cream นี่คือกินแล้วขึ้นสวรรค์ อร่อยมากมาก เป็นคนกลัวอ้วนที่สุด แต่คำนวณแล้วว่ากินแล้วอ้วนก็ยังคุ้มมาก ที่สำคัญคือจริงๆ ไม่ควรกินข้าวมาก่อน เพราะทุกอย่างที่กล่าวมาแล้ว สามารถ “Refresh” ได้หมด หมายถึง กินหมดแล้วขอเติมได้ สำหรับเรา ที่ได้กินข้าวมาแล้ว บอกเลยว่าอิ่มมาก แต่ก็ปาด clotted cream กินจนหมดกระปุก แถมยังขอแยมกับ lemon curd เค้าใส่ถุงกลับบ้านมาอีก (ซึ่งเราเอากลับมากทมด้วย เป็นของที่ระลึก)

ด้านล่างคือวีดีโอโชว์ความเข้มข้นของ Somerset Clotted Cream + Lemon curd บนสกอน

ก็เพราะ Fortnum & Mason เป็นห้างเก่าแก่ ห้องจิบชาก็เก่าแก่สวยงาม “โซเวรี่อเลแก็นซ์” จึงเห็นว่านอกจากจะเห็นคนแต่งตัวสวยงามน่ารักมานั่งจิบชากันแล้ว ที่นี่ยังเป็นซีนปาร์ตี้ วันที่เราไป มีเจ้าสาวที่เพื่อนๆ มาจัดงาน Tea Party ให้ที่นี่ เปิดแชมเปญกินกับพาย กินกับขนม ใส่มงกุฏเจ้าสาว น่ารักมาก ที่นี่คนมาจิบชาเป็นโอกาสพิเศษนะคะ หรือจะไม่พิเศษ คืออยากมาก็ได้ ของเค้าดีจริงๆ แล้วหากจัดโปรแกรมเดินเที่ยวได้ดี แล้วไม่อยากรอนาน ทางเว็ปไซต์เค้าก็มีรับจองโต๊ะออนไลน์ด้วย สะดวกมาก

กิน Afternoon Tea ที่จะให้คุณไม่ต้องกินข้าวเย็นเรียบร้อย แนะนำให้เดินย่อยด้วยการซื้อขนมนมเนยที่อยู่ที่ Food Hall ชั้นล่างเป็นของฝากให้ตนเองกลับมาบ้านด้วย เพราะชอบทุกอย่าง อร่อยทุกอย่าง แนะนำคุ้กกี้รสต่างๆ ฟัดจ์รสต่างๆ เตอร์กิจดีไลต์ แต่เพราะอิ่มมาก อาจซื้อของกินได้น้อย แนะนำให้ไปเดิน Green Park ที่อยู่ติดกับ St. James’s Park หรือหากยังไม่พอใจ สามารถจบลงที่ Hyde Park ได้เสมอค่ะ

The Diamond Jubilee Tea Salon เปิดทุกวัน Monday – Saturday: 11.30 – 19.00, Sunday: 11.30 – 18.00. 


more on London
Premium Economy (Elite Class) Eva Air Bangkok – London (Direct Flight)
อาหารโน่นนี่ในลอนดอน
ลอนดอน ‘Same Same But Different’
 Malby Street market + druid street market, London
ร้านขนมเก่าแก่ที่สุดของลอนดอน Maison Bertaux, Soho, London
Afternoon Tea at Fortnum & Mason, London
Padella ร้านพาสต้าเส้นสด ครัวเปิด ทำใหม่ๆ ทุกๆ จานปลายสะพานลอนดอน
Shoreditch, London
Gibraltar and Implication Upon Brexit
Dublin, Ireland
เล่าแบบสรุป เที่ยวดับลิน เที่ยวเย็นฉ่ำแบบชาวเมือง
4 Highlights in Dublin (When it Rains, as it Usually Does)
Day-Trip from Dublin: Cliffs of Moher, Limerick, Bunratty Castle
เที่ยว The Guinness Storehouse, Dublin
Hot Chocolate First, then Fish and Chips in Dublin
Belfast, Northern Ireland
Mini-Guide to Belfast: Love, War and Food
Yardbird, Belfast


© OHHAPPYBEAR

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *