“ฝากไว้ในแผ่นดิน 140 ปี บี.กริม” บริษัทเก่าแก่กว่า 6 รัชสมัย และประวัติศาสตร์ทางไปรษณีย์ที่สมบูรณ์ที่สุด

บี.กริม ฉลองครบรอบ 140 ปี ด้วยนิทรรศการ ประวัติศาสตร์การสื่อสารทางไปรษณีย์ (Postal History Collection) ระหว่างประเทศไทยและเยอรมัน อันเป็นหลักฐานสำคัญในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทางการทูตมานานกว่า 200 ปี ระหว่างวันที่ 10 – 20 มิถุนายน 2561 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พร้อมผลงานจาก 15 ศิลปินไทยร่วมสมัย ที่ได้แรงบันดาลใจจาก การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารีของห้างบี.กริมที่มีอายุยาวนานที่สุดในประเทศไทย

ภาพบน – ผู้ร่วมแถลงข่าวทั้ง 8 ท่าน ได้แก่ ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม, คุณฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที เลขานุการมูลนิธิ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร คุณยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง ผู้แต่งนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ “ฝากไว้ในแผ่นดิน” คุณโลร็อง มาแลสปีน ผู้ผลิตสารคดี ประวัติศาสตร์ “140 ปี บี.กริม” คุณกฤชทิพย์ ศิริรัตน์ธำรงค์ นักสะสมหลักฐานประวัติศาสตร์การสื่อสารทางไปรษณีย์ ดร. คธา แสงแข หนึ่งใน 15 ศิลปิน ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานในนิทรรศการ “ฝากไว้ในแผ่นดิน 140 ปี บี.กริม” คุณเยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการ WWF ประเทศไทย และ คุณอัจฉรา เตชะไพบูลย์ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิวงดุริยางค์ ซิมโฟนีกรุงเทพ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร



บรรยายภาพ ปี ๑๙๒๒ (.. ๒๔๖๕) ภาพครอบครัวลิงค์หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จากซ้ายไปขวา เฮอร์เบิร์ต บุตรชายคนโต, แอร์นา มารดา, เฮลมุท บุตรชายคนเล็ก, อดอล์ฟ บิดา และเกฮาร์ด บุตรชายคนกลาง

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ทายาทรุ่นที่ 4 ในฐานะตระกูลสัญชาติเยอรมันในประเทศไทยที่มีโอกาสได้รับใช้ประเทศและราชวงศ์จักรีเป็นเวลายาวนานถึง 6 รัชสมัย จัดงานแถลงข่าว นิทรรศการประวัติศาสตร์และศิลปะครั้งสำคัญ “ฝากไว้ในแผ่นดิน 140 ปี บี.กริม” ได้เล่าถึงประวัติของบี.กริม ที่มีความผูกพันกับประวัติศาสตร์ไทยในหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจยุคเริ่มต้น จนถึงเรื่องศิลปะวัฒนธรรม การก่อสร้างสาธารณูปโภค และการสนับสนุนศิลปะ สิ่งแวดล้อม และแม้กระทั่งด้านดนตรี เช่น วงดุริยางค์ ซิมโฟนีกรุงเทพ

นิทรรศการ “ฝากไว้ในแผ่นดิน 140 ปี บี.กริม” โดยภัณฑารักษ์ คุณโสมสุดา เปี่ยมสัมฤทธิ์ มี 2 ส่วน คือ “เรื่องเล่าจากการสื่อสารทางไปรษณีย์ ความสัมพันธ์ไทย – เยอรมนี และ 140 ปี บี.กริม” และการจัดแสดงงานศิลปะโดยศิลปินไทยร่วมสมัย 15 ท่าน เพื่อระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานหอศิลปกรุงเทพฯ


บรรยายภาพ จดหมายจากอดอล์ฟ ลิงค์ ซึ่งกลับไปยังฮัมบูร์ก ส่งถึงบริษัท Bergman & Co ที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นในพ.. 2483 สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้จดหมายฉบับนี้ถูกระงับการส่งนานถึง 7 ปี และถึงผู้รับในที่สุดในพ.. 2491 ตราประทับครุฑบนซองจดหมายแสดงให้เห็นว่า แม้อดอล์ฟ ลิงค์จะออกจากสยามไปแล้ว แต่ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทย และได้เป็นตัวแทนของกงสุลไทยในฮัมบูร์ก

โดยหลักฐานประวัติศาสตร์การสื่อสารทางไปรษณีย์ (Postal History) กว่า 50 ชิ้นจากทั้งหมด 232 ชิ้น แสดงประวัติการสื่อสารระหว่างไทยกับเยอรมันตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงรัชกาลที่ 9 โดยแบ่งเป็น 6 หมวดสำคัญ ได้แก่ หลักฐานการสื่อสารของผู้ก่อตั้งบี.กริม หลักฐานการสื่อสารระหว่างสมาชิกตระกูลลิงค์ หลักฐานการสื่อสารทางการทูตระหว่างกงสุลเยอรมนีและสยาม หลักฐานการสื่อสารทางธุรกิจของบี.กริม หลักฐานการสื่อสารของบริษัทเยอรมันที่เข้ามาทำธุรกิจในสยาม และชุดไปรษณียบัตรที่ส่งโดยสมาคมชาวเยอรมันในบางกอก ในรูปแบบ ซองจดหมาย ตราประทับ ตราไปรษณียากร การ์ดไปรษณียบัตร และไปรษณียบัตรรูปภาพ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์แห่งการมีตัวตนอยู่จริงของบุคคลสำคัญ ทั้งยังสะท้อนภาพอดีตและความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การคมนาคม และสภาพสังคมของทั้งสองประเทศอย่างชัดเจน นับเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมเรื่องราวให้หน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา 5 รัชสมัยของ บี.กริม เกิดเป็นภาพที่สมบูรณ์ได้ในที่สุด

ส่วน นิทรรศการผลงานจาก 15 ศิลปินไทยร่วมสมัย ที่ได้แรงบันดาลใจจาก การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารีของ บี.กริม – ‘ห้างฝรั่ง’ ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นการรวมตัวกันครั้งแรกของศิลปินไทยร่วมสมัยถึง 15 ท่าน ได้แก่ พินรี สัณฑ์พิทักษ์, ธวัชชัย พันธุสวัสดิ์, วันทนีย์ ศิริพัฒนานันทกูร, ดร. คธา แสงแข, กฤช งามสม, อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์, ปานพรรณ ยอดมณี, ดุษฎี ฮันตระกูล, เจษฎา ตั้งตระกูลวงศ์, ชูศักดิ์ ศรีขวัญ, สุรเจต ทองเจือ, ถกล ขาวสอาด, อานนท์ ไพโรจน์, ธิติพร โกธรรม และ ฐิติรัตน์ สกุลตันติเมธา

ห้างสัญชาติเยอรมันที่เก่าแก่ที่สุด บี.กริมเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2421 เมื่อ มร. แบร์นฮาร์ด กริม เภสัชกรชาวเยอรมัน และ มร. แอร์วิน มุลเลอร์ พ่อค้าชาวออสเตรียได้เดินทาง มายังประเทศไทยและก่อตั้งร้าน “สยามดิสเป็นซารี่” ด้วยความรู้และความชำนาญในวิชาชีพ บุคคลทั้งสองจึงเป็น ที่รู้จักทั่วไป จนได้รับแต่งตั้งให้เป็นเภสัชกรหลวงแห่งราชสำนักไทยในที่สุด จากร้านสยามดิสเป็นซารี่ บี.กริม ได้ขยายธุรกิจไปหลากหลายสาขา และรับใช้ประเทศไทยมายาวนานถึง 6 รัชสมัย

บรรยายภาพดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บีกริม และ คุณยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง ผู้แต่งนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ฝากไว้ในแผ่นดิน

“ผมมีความภูมิใจที่จะกล่าวว่า ตลอดเวลาของการทำธุรกิจในประเทศไทยมาถึง 140 ปี บี.กริม ไม่เคย ละเลยที่จะเป็น ‘หุ้นส่วนทางสังคม’ เราดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมไทยในทุก ๆ ด้านมาโดยตลอด การจัดนิทรรศการ ‘ฝากไว้ในแผ่นดิน 140 ปี บี.กริม’ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นเจตจำนงอันแน่วแน่ของ บี.กริม ในการสนับสนุนและส่งเสริมงานด้านศิลปวัฒนธรรม มุ่งเน้นให้ บี.กริม เป็นส่วนหนึ่งของพลังงานในการขับเคลื่อนศิลปะร่วมสมัย ที่สามารถสานต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่วิสัยทัศน์เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต” ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานบี.กริม กล่าว

เรื่องราวของ บี.กริม จากร้านขายยาแห่งแรกในสยาม สู่ห้างเยอรมันเก่าแก่ที่สุด ได้รับการถ่ายทอด เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ชื่อ “ฝากไว้ในแผ่นดิน” โดยนักเขียนรางวัลแว่นแก้ว คุณยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง เพิ่งวางแผงในเดือนเมษายน 2561 และจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วจนต้องพิมพ์ซ้ำ คุณยุวดีกล่าวว่า “นิทรรศการครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดจากนวนิยายเล่มนี้ เพราะนอกจากจะให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์เพิ่มเติมจากหลักฐานการสื่อสารทางไปรษณีย์แล้ว งานศิลปะทั้ง 15 ชิ้นที่นำมาจัดแสดงยังสะท้อนภาพลักษณ์ของบี.กริมที่มุ่งสนับสนุนสังคมไทยในทุก ๆ ด้านมาโดยตลอดตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรมและดนตรี”

ภาพบน ร้านสยามดิสเปนซารี ซึ่งเป็นร้านยาเยอรมันแห่งแรกในสยาม

นอกจากบันทึกไว้ในรูปแบบหนังสือแล้ว เรื่องราวอันทรงคุณค่าของ บี.กริม ตลอด 140 ปี ยังได้รับการ ถ่ายทอดเป็นสารคดีบนแผ่นฟิล์มโดย คุณโลร็อง มาแลสปีน ผู้ผลิตสารคดี “วิวัฒนาการเศรษฐกิจไทยบนเส้นทาง โลกาภิวัตน์” คุณโลร็อง กล่าวถึงเนื้อหาหลักของสารคดีว่า “ในสารคดีประวัติศาสตร์ ‘140 ปี บี.กริม’ เราจะเห็น ความเกี่ยวข้องของ บี.กริม กับพัฒนาการทางเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคมของไทย เพราะสารคดีชุดนี้ ฉายภาพ ระยะเวลา 140 ปี นับแต่การก่อตั้งห้างสยามดิสเป็นซารี่ในพ.ศ. 2421 จนถึง มร. อดอล์ฟ ลิงค์ ได้เป็นผู้นำใน การดำเนินธุรกิจของบริษัท บี.กริม แอนด์โก ในศตวรรษที่ 20 และผู้สืบทอดรุ่นต่อ ๆ มา ได้ขยาย กิจการออกไป จนปัจจุบัน ครอบคลุมกิจการด้านวิศวกรรม อุปกรณ์การแพทย์ การผลิตไฟฟ้า โทรคมนาคม เครื่องปรับอากาศ อสังหาริมทรัพย์ เรียกได้ว่าเป็นบริษัทต่างชาติที่ผ่านช่วงเวลาวิกฤตของประเทศไทย และมีบทบาทใน อุตสาหกรรมสำคัญ ๆ หลายสาขา”


บรรยายภาพ ไปรษณียบัตรรูปภาพอาคารสโมสรชาวเยอรมันในบางกอกตั้งแต่ .. 1899, 1901 จนถึงปี 1906 แสดงให้เห็นกลุ่มอาคารสโมสรเยอรมันที่มีการต่อเติมให้โอ่โถงขึ้น

ไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการในครั้งนี้ คือ นิทรรศการหลักฐานประวัติศาสตร์การสื่อสารทางไปรษณีย์ คุณกฤชทิพย์ ศิริรัตน์ธำรงค์ นักสะสม กล่าวว่า “คอลเล็กชันที่นำมาแสดง บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของ ผู้ก่อตั้ง บี.กริม ทายาท และหลากหลายบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับส่วนตัว ระดับองค์กร ไปจนถึงระดับชาติ หลักฐานที่จัดแสดงแต่ละชิ้นจึงบรรจุเรื่องเล่ามากมายไว้ ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเยอรมนีและไทยในช่วงเวลากว่า 200 ปี และเรื่องราวของบริษัทบี.กริม จึงเป็นโอกาสดีที่เหล่าคนรักประวัติศาสตร์จะได้ชมหลักฐานประวัติศาสตร์ ที่ทรงคุณค่าเหล่านี้เป็นครั้งแรก”

อีกไฮไลต์หนึ่งของนิทรรศการ คือ งานศิลปะร่วมสมัย 15 ชิ้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารีของ บี.กริม ดร.คธา แสงแข หนึ่งในศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน กล่าวว่า “ผมเลือกสร้างสรรค์ ผลงานจากความคิดเรื่อง Gross National Happiness ความสุขมวลรวมประชาชาติที่ บี.กริม นำหลักการนี้ จากประเทศภูฏาน มาพัฒนาต่อยอดเพื่อใช้ในองค์กรธุรกิจเป็นครั้งแรกในโลก” ผลงานประติมากรรม Companion Hands ของเขาอุปมาถึงสินค้าที่ เป็นภาพแทนของ บี.กริม ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ที่แสดงถึงมิตรภาพที่ดี ระหว่าง บี.กริม กับสังคมไทย นอกจากนี้ ยังมีผลงานจากศิลปินท่านอื่น ๆ งานทุกชิ้นบอกเล่าถึงวิธีดำเนินธุรกิจของ บี.กริม ในรูป แบบงานศิลปะได้อย่างน่าสนใจ

ธุรกิจอันหลากหลายของบี.กริม ดำเนินการอยู่บนรากฐานของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชน รอบข้างมาโดยตลอด หนึ่งในกิจกรรมที่ บี.กริม ทำมากว่า 5 ปี คือ ร่วมมือกับ WWF ประเทศไทย เพื่อฟื้นฟู ประชากรเสือโคร่ง คุณเยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการ WWF ประเทศไทย กล่าวถึงการสนับสนุนของบี.กริม ว่า “บี.กริม ถือได้ว่าเป็นองค์กรเอกชนที่สนใจเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอนุรักษ์ เสือโคร่งในผืนป่าตะวันตกที่เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย ทั้งนี้เพราะ เสือโคร่งเป็นตัวบ่งบอกถึงระดับความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ” นอกจากนี้ การอนุรักษ์เสือโคร่งยังเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ให้ศิลปินนำไปตีความและ สร้างสรรค์ออกมาเป็นชิ้นงานจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย

ท่านสุดท้ายที่ให้เกียรติร่วมพูดคุยบนเวที คือ คุณอัจฉรา เตชะไพบูลย์ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ “ดนตรีเป็นภาษาสากลและประเทศที่เจริญแล้วทุกประเทศทั่วโลกล้วนมี วงดุริยางค์ซิมโฟนีเป็นของตนเอง ในประเทศไทย บี.กริม เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้สนับสนุนศิลปะดนตรีคลาสสิก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่พ.ศ. 2525 ให้แก่มูลนิธิ วงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ ซึ่งปัจจุบันมี ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ เป็นประธานมูลนิธิฯ เปิดโอกาสให้วงรอยัลแบงค็อกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (RBSO – Royal Bangkok Symphony Orchestra) มีเวทีแสดงมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงการสนับสนุนอื่นๆ อีกหลายอย่าง ในวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเปิดนิทรรศการนี้ วงรอยัลแบงค็อกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ก็ได้รับโอกาสให้มาร่วมบรรเลงบทเพลงอันไพเราะให้ผู้ร่วมงานได้รับชมรับฟังด้วย” คุณอัจฉรากล่าว

งานแถลงข่าวเปิดนิทรรศการ “ฝากไว้ในแผ่นดิน 140 ปี บี.กริม” จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ บี.กริม บริษัท สัญชาติเยอรมันได้บันทึกหน้าประวัติศาสตร์การทำธุรกิจที่ตั้งอยู่บนปณิธานแห่งความมุ่งมั่นจะให้สังคมไทยโดย รวมประสบความสำเร็จ เจริญก้าวหน้า และมีความสุขร่วมกัน เพื่อเป็นการตอบแทนคุณแผ่นดินไทยที่ บี.กริมได้รับมาตลอดระยะเวลา 140 ปี

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นประธานในพิธีเปิด นิทรรศการ “ฝากไว้ในแผ่นดิน 140 ปี บี.กริม” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 10 มิถุนายน 2561 และนิทรรศการจะเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่วันที่ 11 จนถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2561

ภาพบนปี ๑๙๑๒ (.. ๒๔๕๕) ห้างบี.กริม สาขาประตูสามยอด เป็นห้างเดียวในประเทศสยามที่ได้ประดับตราตั้งถึงสี่ตรา ได้แก่ ตราพระครุฑพ่าห์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว, ตราประจำพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ห้า, ตราประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, ตราประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

บี.กริม ในสังคมไทย

เรื่องราวของ บี.กริมกับสังคมไทยเป็นสิ่งที่เล่าขานกันมาหลายยุคหลายสมัย อาจกล่าวได้ว่า ความรุ่งเรืองของบี.กริม ทุกวันนี้เป็นผลผลิตของวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้นำอย่างตระกูลลิงค์ ประกอบกับบทบาทอันมั่นคงของบริษัทที่มีส่วนในการช่วยสร้างสรรค์สังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องในหลาย ๆ ด้าน

บี.กริม สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้บุกเบิกและหุ้นส่วนทางธุรกิจ แต่ที่สำคัญไม่แพ้กัน บริษัทไม่เคยละเลยที่จะเป็นหุ้นส่วนทางสังคม ที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับสังคมไทยอีกด้วย ปัจจุบันความสัมพันธ์ของบริษัทกับการทำนุบำรุงสังคมไทยยังคงดำเนินต่อไปในด้านต่าง ๆ

บี.กริม เป็นทั้งผู้ริเริ่มดำเนินการและสนับสนุนกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ซึ่งล้วนมีจุดมุ่งหมายเพื่อความก้าวหน้าของสังคมไทยและเห็นประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้งทั้งสิ้น นอกจากนั้นบริษัทยังดำเนินธุรกิจซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชนรอบข้างอย่างเคร่งครัด ภายใต้การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม 6 ด้าน ดังนี้

1. ด้านการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย (LIVELIHOOD)

บี.กริม เป็นผู้สนับสนุนโครงการและมูลนิธิเพื่อการกุศลต่าง ๆ ตั้งแต่อตีดจนปัจจุบัน ทั้งนี้ เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ขาดโอกาส ได้รับโอกาสในชีวิต โครงการและมูลนิธิบางส่วนที่บี.กริม สนับสนุน ได้แก่

ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ (ศูนย์มะเร็งเต้านม) : เกิดจากความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และสภากาชาดไทย บี.กริมได้ให้การสนับสนุนระดมทุนจากการแข่งขันพิงค์ โปโล เพื่อมอบเงินบริจาคให้กับศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ศูนย์มะเร็งเต้านม เพื่อตอบสนองคนไข้ที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และต้องการการรักษาในรูปแบบต่าง ๆ ตามพระราชเสาวนีย์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ ที่ว่าศูนย์แห่งนี้ จะเป็น “ที่พึ่งพิงของผู้หญิง” ที่ต้องการความช่วยเหลือ

มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี : ก่อตั้งเมื่อตุลาคม 2523 ตามวัตถุประสงค์ของท่านหญิงเบ็ตตี้ ดูเมน ในการเผยแพร่พระเกียรติคุณ และพระราชกรณยกิจแห่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และส่งเสริมสนับสนุนงานขององค์กรต่าง ๆ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยมีเงินของประเทศไทย และพระสหายในสหรัฐอเมริกาช่วยกันรวบรวมทูลเกล้าฯ ถวายเป็นเงินทุนก่อตั้งมูลนิธิ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงรับมูลนิธิฯ ไว้ในพระราชูปถัมภ์ตั้งแต่แรกตั้ง โดยมี สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรับเป็นประธานกิตติมศักดิ์ ณ ขณะนั้น

โดยในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเจริญพระชนม์ 90 พรรษา ในปี พ.ศ.2553 มูลนิธิได้มอบทุนการศึกษาที่ใช้ชื่อทุนว่า “ทุนการศึกษาสมเด็จย่า 90” แก่นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ของสถาบันพระบรมราชนก ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปี 1 จนถึง ปี 4 ในวิทยาลัยพยาบาลสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ที่มีผลการเรียนดี ขยันหมั่นเพียร ความประพฤติดี เข้ารับทุนการศึกษาทุนละ 5,000 บาทต่อปี จนจบหลักสูตร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 เป็นต้นมา ต่อมาในปี พ.ศ.2550 ได้เพิ่มทุนเป็นปีละ 8,000 บาท และในปี 2556 ประธานกรรมการมูลนิธิฯ โดย มร. ฮาราล ลิงค์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของวิชาชีพพยาบาล จึงได้อนุมัติให้เพิ่มจำนวนทุนพระราชทานแก่นักศึกษาพยาบาลจากเดิม 124 ทุน เป็น 248 ทุน ให้แก่นักศึกษาพยาบาลจนจบหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ 4 ปี ปัจจุบันมีผู้รับทุนภายใต้มูลนิธิฯ เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 3,854 ทุน นับตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2533 จนถึงปี พ.ศ. 2559 โดยในปี พ.ศ.2559 ได้มอบทุนทั้งหมด 406 ทุน ทุนละ 8,000 บาท เป็นจำนวนเงิน 3,248,000 บาท และ มอบทุนให้ 11 องค์กรการกุศลจำนวน 1,000,000 บาท

มูลนิธิสิริวัฒนา เชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ : บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นแหล่งพึ่งพิงของคนพิการและช่วยให้ผู้ป่วยพิการ และขัดสน ให้มีความหวังในชีวิต คุณหญิงอัลม่า ลิงค์ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการก่อตั้งมูลนิธิ และทำงานช่วยเหลือมูลนิธิฯ และคนพิการด้วยความโอบอ้อมอารีมาตลอดชีวิตของท่าน ทั้ง คุณหญิงอัลม่าและเฮอร์เบิร์ต ลิงค์ ให้การสนับสนุนทั้งด้านทุนทรัพย์และเวลาของท่านเพื่อมูลนิธิฯ มูลนิธิสิริวัฒนา เชสเชียร์ มีบ้านพัก 5 แห่ง คือ บ้านทองอยู่ จังหวัดเชียงใหม่, บ้านสิริวัฒนา สมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการมม, บ้านทองพูล รังสิต จังหวัดปทุมธานี, บ้านสุขเสมอ ชะอำ เพชรบุรี และบ้านอิฐรัตน์ ร้อยเอ็ด เชสเชียร์ จังหวัดร้อยเอ็ด ปัจจุบัน มร. ฮาราลด์ ลิงค์เป็นรองประธานกรรมการ มูลนิธิสิริวัฒนา-เชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์

2. ด้านการศึกษา (EDUCATION)

บี.กริม ให้การสนับสนุนโครงการและมูลนิธิเพื่อการศึกษาต่าง ๆ ตั้งแต่อตีดจนปัจจุบัน ได้แก่

โรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ) : บี.กริม สนับสนุนการศึกษาโดยทูลเกล้าฯ ถวายเงินในกองทุนเพื่อการศึกษาของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมาโดยตลอด ในส่วนของโรงเรียนจิตรลดา กองทุนดังกล่าวมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสายวิชาชีพ อาทิ การก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ เมื่อปี 2551 เพื่อรองรับการขยายการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและขยายสาขาวิชาทางอุตสาหกรรมมากขึ้น นอกจากนั้นทุกปีบริษัทฯ ยังจัดการแข่งขันโปโลการกุศลเพื่อหาทุนมอบให้กับโรงเรียนสายวิชาชีพ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์และสาขาวิชาธุรกิจขายปลีก และสาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์

มูลนิธิมหาจักรีสิรินธรเพื่อคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : มูลนิธิฯ นี้จัดตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนและดูแลการดำเนินงานของอาคารมหาจักรีสิรินธร ซึ่งเป็นอาคารเพื่อคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้เป็นห้องเรียนและสำนักงาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จเปิดอาคาร 9 ชั้นนี้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปัจจุบัน มร. ฮาราลด์ ลิงค์ ดำรงตำแหน่งกรรมการของมูลนิธิฯ

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย : บี.กริมให้การสนับสนุนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริให้คณะกรรมการนำไปพิจารณาริเริ่มดำเนินการนำร่องในประเทศไทย โดยได้ทอดพระเนตรตัวอย่างโครงการนี้ ซึ่งใช้ชื่อว่า “Haus der kleinen Forscher” คราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเยอรมนี เมื่อปีพ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่สามารถปลูกฝังนิสัยรักวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กและขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้นำไปใช้ในโรงเรียนอนุบาลมากกว่า 16,605 แห่งในปัจจุบัน บี.กริม มีบทบาทในฐานะผู้บริจาคสนับสนุนโครงการและยิ่งไปกว่านั้น ยังทำหน้าที่เป็นเครือข่ายท้องถิ่นในเขตจังหวัดชลบุรี, ระยองและเขตหนองจอก ทั้งสิ้น 132 โรง จากจำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนำร่องนี้ทั้งหมดกว่า 200 โรง เครือข่ายท้องถิ่นมีหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและถ่ายทอดเนื้อหาเพื่ออบรมครูจากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ให้ได้มีความเข้าใจในจุดมุ่งหมายและแนวทางของโครงการ

บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธรไทย-เยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ : บี.กริม บริจาคเงินสร้างอาคารบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธรไทย-เยอรมัน ถ่ายทอดความรู้ต้นแบบทางวิศวกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนาธุรกิจของมหาวิทยาลัย RWTH Aachen ประเทศเยอรมัน ให้กับนักศึกษาไทย

โรงเรียน อ.ฮ. ลิงค์ (ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) : โรงเรียน อ.ฮ. ลิงค์ ตั้งขึ้นโดยพระราชประสงค์ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อคราวเสด็จเยี่ยมประชาชนที่จังหวัดเพชรบุรีเมื่อปี พ.ศ. 2512 กองกำกับการตำรวจตระเวณชายแดนเขต 7 ดำเนินการก่อสร้างโดยมี เฮอร์เบิร์ต และคุณหญิงอัลม่า ลิงค์ ซึ่งเป็นพระสหายถวายเงินในการก่อสร้างอาคารเรียน บนที่ดินจำนวน 6 ไร่ที่ชาวไทยกะเหรี่ยงบริจาค การก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2513 พระองค์ทรงพระราชทานชื่อว่า “อ.ฮ. ลิงค์ (ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี)” มีตำรวจตระเวณชายแดนมาทำการสอน สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จมาเปิดป้ายอาคารเรียนเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2514 ในปีพ.ศ. 2516 กองกำกับการตำรวจตระเวณชายแดน ได้มอบโรงเรียนให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี และในปีพ.ศ. 2523 องค์การฯ ได้โอนให้กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากอาคารเรียนเดิมชำรุดเสียหายมาก โรงเรียนและคณะกรรมการการศึกษาได้มีมติให้ก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ เฮอร์เบิร์ตและคุณหญิงอัลม่า ลิงค์ ได้บริจาคเงิน และค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจานได้ร่วมจัดหาเงินจนการก่อสร้างอาคารเรียนในสถานที่ใหม่ในเนื้อที่กว่า 46 ไร่ แล้วเสร็จและเปิดดำเนินการเมื่อ พ.ศ. 2525 บี.กริม ได้ให้การสนับสนุนบริจาคเงิน สิ่งของและมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียน อ.ฮ. ลิงค์ ปัจจุบันโรงเรียนมีตำรวจตระเวณชายแดนมาทำการสอนให้แก่เด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนกว่า 300 คน

โรงเรียนบี.กริม : โรงเรียนบี.กริม ก่อตั้งเมื่อ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2511 โดยมีนาย สุมิตร แสงอ่อน และนาย บุญมี ปันส่วน บริจาคที่ดินจำนวน 12 ไร่ สร้างเป็นโรงเรียนชั่วคราว ทำการสอนโดยคณะครูตำรวจตระเวณชายแดน เขต 2 วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2513 เฮอร์เบิร์ตและคุณหญิงอัลม่า ลิงค์ ได้บริจาคถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อสร้างโรงเรียนจำนวน 1 หลัง วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2514 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดโรงเรียนแห่งนี้ ทรงปลูกต้นมะม่วงอกร่องและพระราชทานนามโรงเรียนตามชื่อ หสน. บี.กริม แอนโก แห่งนี้ว่า “โรงเรียนบี.กริม” ปัจจุบัน โรงเรียนบี.กริม ตั้งอยู่ที่ หมู่ 8 ต. คลอง

ทับจันทร์ อ. อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 27120 อยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ มีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวนประมาณ 300 คน และครูจำนวน 18 คน บี.กริม ได้ให้การสนับสนุนในการมอบทุนการศึกษา บริจาคเงิน สิ่งของเครื่องใช้ หนังสือ อุปกรณ์การศึกษาและกีฬา และอื่นๆ ให้กับนักเรียนโรงเรียนบี.กริม เป็นประจำทุกปี

โครงการการศึกษาทวิภาคีไทย – เยอรมัน (German Thai Dual Excellence Education) : โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและเยอรมันร่วมกันเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาของไทยโดยสถานทูตเยอรมันประจำประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมอาชีวศึกษา และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ (GIZ) จัดตั้ง “โครงการเยอรมัน-ไทย เพื่อความเป็นเลิศในการศึกษาทวิภาคี” (German Thai Dual Excellence Education) หรือ GTDEE โดยโครงการนี้รับการออกแบบในประเทศเยอรมนี เป็นโปรแกรมสำหรับการศึกษาสายอาชีพในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ซึ่งได้รับการยอมรับ และมีการนำรูปแบบของการศึกษาแบบทวิภาคีนี้ไปใช้ในหลายประเทศทั่วโลก บี.กริมให้การสนับสนุนโครงการการจัดอาชีวศึกษาทวิภาคี และฝึกอบรมวิชาชีพ โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการกำหนดให้มีการเรียนภาคทฤษฎีหรือภาคปฏิบัติพื้นฐานบางส่วนที่สถานศึกษา และฝึกอบรมในสถานประกอบการ โดยมีพี่เลี้ยงซึ่งเป็นผู้ชำนาญงานในสถานประกอบการเป็นผู้ให้ความรู้และฝึกหัดอาชีพควบคู่กับการเรียนภาคทฤษฎีในวิทยาลัย รวมถึงมีโอกาสรับการบรรจุเข้าทำงานในสถานประกอบการ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการก้าวสู่เส้นทางอาชีพกับบริษัททั้งไทยและต่างประเทศอีกด้วย

3. ด้านศิลปวัฒนธรรม (CULTURE AND MUSICS)

บี.กริม ให้การสนับสนุนงานศิลปะและวัฒนธรรมในแขนงต่าง ๆ มากมาย ได้แก่

มูลนิธิรอยัลแบงค็อกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra Foundation) ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารี : บี.กริมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ให้แก่มูลนิธิฯ ซึ่งเป็นวงออเคสตร้าของไทยในระดับอาชีพมาตรฐานสากล สนับสนุนศิลปะดนตรีสากลคลาสสิคให้เป็นที่แพร่หลาย ปัจจุบัน มร. ฮาราลด์ ลิงค์ ดำรงตำแหน่งประธาน มูลนิธิรอยัลแบงค็อกซิมโฟนีออร์เคสตร้า

มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ (Bangkok International Festival of Dance and Music) : เป็นผู้สนับสนุนร่วมพัฒนาศิลปะการแสดงและดนตรี โดยการนำการแสดงจากทั่วโลกมาแสดงที่ประเทศไทยเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 เป็นต้นมา

สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ สยามโซไซตี้ : บี.กริม ได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมของสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยสยามสมาคมฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2447 ด้วยความร่วมมือของนักวิชาการไทยและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมความรู้เรื่องเมืองไทยและประเทศใกล้เคียง เช่น จัดตั้งห้องสมุดที่สะสมหนังสือหายาก และเอกสารมีค่าจำนวนมาก มีบ้านคำเที่ยง เป็นตัวอย่างของเรือนไทยแบบล้านนา และเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน

สโมสรโรตารี่ : ความสัมพันธ์อันดีระหว่าง บี.กริม และสโมสรโรตารี่ เริ่มตั้งแต่สมัย เฮอร์เบิร์ต ลิงค์ ท่านได้เข้าเป็นสมาชิกสโมสรโรตารี่เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2500 เคยได้รับเลือกให้เป็นนายกสโมสรและยังรับหน้าที่เป็นประธานในแผนกต่าง ๆ ของสโมสรหลายปี ติดต่อกันจนได้รับเกียรติแต่งตั้งเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสโมสร ปัจจุบัน มร. ฮาราลด์ ลิงค์ ยังคงสืบสานการช่วยเหลือสโมสรโรตารี่กรุงเทพฯในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

สถาบันเกอเธ่และมูลนิธิวัฒนธรรมไทย-เยอรมัน : บี.กริม สนับสนุนกิจกรรมของสถาบันเกอเธ่และมูลนิธิวัฒนธรรมไทย-เยอรมัน ซึ่งเป็นสถาบันด้านวัฒนธรรมของประเทศเยอรมนีที่มีอยู่ทั่วโลก ให้ความรู้ทางด้านการเรียนภาษาเยอรมันในต่างประเทศ และส่งเสริมกิจกรรมด้านวัฒนธรรมระดับนานาชาติ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในด้านภาพยนตร์ การเต้น ดนตรี การละคร นิทรรศการ วรรณกรรม และการแปล เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมเยอรมันในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น

4. ด้านศาสนา (RELIGIONS)

บี.กริม สนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาทุกศาสนาในสังคมไทย เพราะเราเชื่อว่าศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์และสามารถพัฒนาชีวิตของคนในสังคมให้ดีขึ้นได้ในทุกๆ ด้าน

ศาสนาพุทธ : บี.กริม นำปัจจัยต่างๆ ไปถวายวัดเป็นประจำทุกปี อาทิ วัดบี.กริม (สระแก้ว), วัดมูลจินดาราม (ปทุมธานี), วัดเขียนเขต (ปทุมธานี), วัดปทุมวนาราม (กรุงเทพมหานคร)

ศาสนาคริสต์ : ครอบครัวลิงค์ให้การสนับสนุนโบสถ์ไครสต์เชิร์ช (ซอยคอนแวนท์, สาทร) ในฐานะชาวคาทอลิกที่ดีมาโดยตลอด

ศาสนาอิสลาม : มัสยิด (เขตกรุงเทพกรีฑา), บริษัทเอื้องฟ้ามุ่ยในเครือบี.กริมทำนุบำรุงชุมชนกรุงเทพกรีฑา

5. ด้านการกีฬา (SPORT AND EQUESTRIAN)

ไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ : จัดการแข่งขันโปโลการกุศลเพื่อระดมทุนให้กับองค์กรการกุศลและมูลนิธิต่างๆ เช่น พิงค์โปโล มอบเงินบริจาคให้กับศูนย์สิริกิต์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านม บีชโปโล มอบเงินบริจาคให้กับโครงการกำลังใจในพระดำริของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ไทยโปโลโอเพ่น มอบเงินบริจาคให้กับโรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ)

สมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย : ส่งเสริมและพัฒนากีฬาขี่ม้าในประเทศไทยให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล และสนับสนุนนักกีฬาขี่ม้าโดยคัดเลือกสมาชิกนักกีฬาสโมสรขี่ม้าต่างๆ เพื่อส่งเข้าแข่งขันในต่างประเทศ และจัดการแข่งขันระหว่างสโมสรภายในประเทศด้วย

6. ด้านสิ่งแวดล้อม (ENVIRONMENT)

โครงการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งของ WWF-ประเทศไทย : บี. กริม และ WWF ประเทศไทย (World Wild Life Fund – Thailand: WWF-Thailand) ร่วมมือปกป้องเสือโคร่งในประเทศไทยใน “โครงการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งของ WWF-ประเทศไทย” สนับสนุนกิจกรรมเชิงกลยุทธ์โดยตรง รวมถึงการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งให้ดีขึ้น โดยมุ่งเน้นการวิจัยสัตว์ป่าและติดตาม, การรณรงค์และให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง และการสร้างจิตสำนึกกับชุมชนและประชาชนให้เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนการเพิ่มกำลังลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ 123 นายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์และอุทยานแห่งชาติคลองลาน โดยมีหลักสูตรการฝึกอบรมหลายส่วนเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการหยุดการลักลอบล่าสัตว์ป่า โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์และอุทยานแห่งชาติคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ใกล้ชายแดนพม่า ซึ่งจัดได้ว่าเป็นแหล่งที่สำคัญลำดับต้นในการฟื้นฟูจำนวนเสือโคร่งตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่สำคัญ

โครงการปลูกป่า: ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะฟื้นฟูป่าไม้และสิ่งแวดล้อมบริเวณ ตำบล โป่ง อำเภอ บางละมุง จังหวัด ชลบุรี บี.กริม ร่วมกับบริษัทอื่น ๆ และสนามไทย โปโล คลับ ดำเนินโครงการฟื้นฟูป่าในบริเวณดังกล่าว โครงการนี้เริ่มต้นด้วยการสำรวจพื้นที่เมื่อปี พ.ศ. 2552 และในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา เราได้จัดกิจกรรมปลูกป่าโดยมีอาสาสมัครจากบี.กริม สมาชิกชุมชนและนักเรียน กิจกรรมอาสานี้จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อฟื้นฟูพื้นที่และสร้างความตระหนักและให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่ผู้เข้าร่วมทุกคน

โครงการอนุรักษ์พลังงาน: บี.กริม ให้คำปรึกษาด้านการประหยัดพลังงาน, ระบบเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพ, การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, การใช้หลอดประหยัดไฟ, พลังงานหมุนเวียน

รายละเอียดเพิ่มเติม B. Grimm Group


🍀 © OHHAPPYBEAR. all rights reserved. 🍀

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *