“เท่ที่สุดในพนมเปญ” สถาปัตยกรรมโมเดิร์นสมัย 1960s | Vann Molyvann’s Super Cool + Warm 60s Architectures

ครั้ง (⬇︎Scroll down for ENG ⬇︎) ก่อนหน้านี้ ได้เล่าไว้ในวีดีโอว่า กัมพูชาควรอย่างยิ่งที่จะเจริญได้มากกว่านี้ คราวนี้ตามที่บอกไว้ ก็จะมาบอกว่าเป็นเพราะอะไร ดิฉันรู้จักกัมพูชาน้อยมาก แต่พอได้ไปแล้วชอบมากจริงๆ (เข้าใจความรู้สึกของแองเจลิน่า โจลี 🙂 แถมพอได้รู้ว่าความเป็นมาของประเทศนี้ผ่านร้อนผ่านหนาว และมีจุดน่าสนใจมากมายซ่อนอยู่ ทำให้อยากไปแล้วอยากไปอีก อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ

P.S. This is only an excerpt from the full-length story that will be coming out in May. As you might have already noticed from reading our blog, we have been so intrigued by Phnom Penh. On the car back to the airport the last time, we spotted the wonderful and super-cool buildings of the Institute of Foreign Languages. And that prompted us to plan our second consecutive trip back to the capital and find out more about the architectural wonders of Phnom Penh in during the 1960s – early 1970s just before the Khmer Rouge.

ป.ล. เรื่องที่เขียนนี้เป็นเพียง excerpt ของเรื่องที่กำลังจะเขียนให้นิตยสารแห่งหนึ่งในเดือนพฤษภาคม อันนี้ขอเล่าแบบคร่าวๆ ให้พอเข้าใจ และหากใครอยากจะไปเที่ยวก็ทำได้เลย ไม่ต้องรอค่ะ เพื่อนบ้านของเราเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในช่วงปี ค.ศ. 1887 – 1953 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 66 ปี ช่วงดังกล่าวกัมพูชามีการพัฒนามากมาย แต่การพัฒนาหลังจากการประกาศอิสรภาพเป็นอะไรที่โดดเด่นมากที่อยากจะบอกกัน ดังนั้นก่อนอื่น ขอให้ทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ของประเทศนี้ ตามช่วงเวลา ที่สามารถแบ่งได้คร่าวๆ ดังนี้

  1. ช่วงเป็นอาณานิคม ค.ศ. 1887 – 1953 ช่วงนี้ฝรั่งเศสมีบทบาทในการปกครองและพัฒนา มีการสร้างอาคารมากมายในรูปแบบโคโลเนียล คือรูปแบบยุโรป ซึ่งหากได้ไปพนมเปญจะยังพอมีให้เห็น เช่น Central Market และ Postal Office ซึ่งสวยมากทั้งคู่
  2. ช่วงรุ่งเรืองหลังประกาศอิสรภาพจากฝรั่งเศส จนถึงช่วงสงครามเขมรแดง คือระหว่าง ค.ศ. 1953 – 1975
  3. ช่วงสงครามเขมรแดง และเวียดนาม ที่เข้ามาต่อสู้กับเขมรแดง ที่ทุกอย่างถูกทำลายไปจนหมดสิ้น ระหว่าง 1975-1978, 1979 – 1991
  4. หลังสงคราม การประกาศสงบศึก การแต่งตั้งกษัตริย์กลับสู่ประเทศ และการเลือกตั้งครั้งแรกที่เกิดจากการเข้ามาช่วยของสหประชาชาติ ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงปี 1993 ซึ่งดิฉันไปพนมเปญครั้งแรกในช่วงปี 1998 (อ่านเรื่องได้ที่นี่) และช่วงเวลาหลังจากนั้นกัมพูชาก็เริ่มพัฒนามาเรื่อยๆ แม้ว่าจะยังไม่ได้มีระบบการเมืองที่โปร่งใสตามที่ทุกคนอยากจะให้เป็น

As I have said so many times, Cambodia is a country interrupted. Coming here, I first knew nothing, but the capital grasped me by surprise. I found myself liking everything here. The amazing people, the vibes, kind of a reawakening the kinship of a long lost friend.

Anyway, there’s a period in Cambodia that was in fact a Golden Period. And that was from the year of Independence in 1953 up until the tragic and unnecessary events of the Khmer Rouge that practically destroyed everything and so on. The Golden Period, if succeeded, would have definitely put Cambodia into a spotlight. I believe that because here I am, wondering what would have had become of Cambodia if there weren’t no wars. If the education, culture and the spirits of the people were continuously perpetuated. What would Cambodia be like today? Thailand will sure have an ace rival in terms of cultural beauties and economy, but then the world will have two countries with so much in common – from the food and the beautiful Apsara dancing to the traditional costumes and so on. That would be something to celebrate – the beauty, the richness of cultures, the friendships!

ซึ่งช่วงหลังจากการประกาศอิสรภาพจากฝรั่งเศสนี่เอง ที่กัมพูชามีการพัฒนาอย่างมาก ทั้งหมดเกิดจากวิสัยทัศน์ของเจ้านโรดมสีหนุ เจ้าชายในขณะนั้นที่ต่อมาพระองค์ก็เป็นกษัตริย์ ที่ต้องการพัฒนาประเทศให้โมเดิร์น ให้ออกจากยุคการเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสอย่างแท้จริง ซึ่งก็พอดีกันกับที่หนุ่มหล่อชาวเขมรจากเมือง Kampot (เมืองนี้ดังเรื่องพริกไทยค่ะ) ที่ได้ทุนไปเรียนสถาปัตยกรรมที่ฝรั่งเศส ที่ School of Fine Arts in Paris (École Nationale Supérieure des Beaux-Arts) กลับมาบ้านพอดี และด้วยไอเดียและความรู้ด้านสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น เจ้านโรดมสีหนุก็เลยคัดเลือกให้สถาปนิกหนุ่มคนนี้มาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการออกแบบและวางผังเมืองของพนมเปญ และเมืองหลักอื่นๆ ในกัมพูชา เช่น เสียมเรียบ และสีหนุวิล

สถาปนิกหนุ่มคนนั้นชื่อ Vann Molyvann ที่คนต่างชาติ โดยเฉพาะพวกยุโรป อเมริกัน อังกฤษ แคนาดา จะรู้จักเค้ามากกว่าคนเขมร ทั้งนี้เป็นเพราะผลงานของเค้ามีความสวยงามแบบโมเดิร์น แต่มีจุดเด่นที่การปรับรูปแบบโมเดิร์นเหล่านั้นให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศของกัมพูชา ในช่วงปี 1960s – ก่อนเขมรแดง Vann Molyvann ออกแบบ สร้างอาคารมากมายเป็นร้อยแห่ง อาคารเหล่านั้นถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง หรือไม่ก็ถูกใช้เป็นคุกเป็นที่กักกัน หรือที่ทำการของเขมรแดงแดง ทำให้ทรุดโทรม และในช่วงหลังเขมรแดง ในช่วงที่คนเขมรทั้งหมดกำลังเริ่มตั้งตัว รัฐบาลเขมรก็ไม่ได้สนใจที่จะเข้ามาบูรณะปรับปรุงอะไรเลย หลายอาคารมากที่สวยงามที่เราเห็นใน archive ทั้งหลาย ถูกทำลายไปมากจนเกือบหมด หรือไม่ก็ถูกสร้างใหม่ทับรูปแบบเดิมจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย ปัจจุบันสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการดูสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดย Vann Molyvann ก็คือ สถาบันภาษาต่างประเทศ และสนามกีฬาแห่งชาติ ที่ยังมีอยู่ ยังใช้งานอยู่ และยังไม่โดนทุบทิ้งไป

The Golden Period after the Cambodia’s Independence in 1953 lasted only less than a decade. The then Prince Norodom Sihanouk had a grand vision to develop Cambodia into a true ‘modern’ country,’ and that’s when Vann Molyvann, a Kampot native young architect, just came home from years of studies (on scholarships) in architecture in Paris (School of Fine Arts in Paris or École Nationale Supérieure des Beaux-Arts). He was appointed to lead the new designs of major cities: Phnom Penh, Siem Reap and Sihanoukville. He designed more than 100 buildings and laid down urban planning for all those cities. But then the Khmer Rouge interrupted all things, the cities were deserted, people massacred followed by the rest of tragedies that we all knew and heard about. Today, fortunately enough, young Khmer architects are getting to know the values of their pasts, the glorious days of Cambodia through these heart-warming designs of Vann Molyvann. I got a chance to chat with a few and felt, again, so lucky.

I will write more when the full story of this wonders comes out in the next few months. This is one of the best trips we had EVER! Cannot wait!

ดิฉันถึงรู้สึกว่าผลงานของ Vann Molyvann มีความพิเศษมาก เข้ามาที่ตึกเค้าและมันอบอุ่น สัมผัสได้ถึงความใส่ใจในรายละเอียดในฐานะสถาปนิกที่ออกแบบอาคารให้คนอยู่สบายและเพลิดเพลิน สองอาคารที่เราไปมีความสวยงามแบบโมเดิร์นที่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่มีประโยชน์ สถาปนิกบางคนออกแบบสวยก็จริง แต่อยู่ไม่สบาย อันนี้เราพอเห็นเยอะเหมือนกัน แต่งานของ Vann Molyvann สวยเท่เนี๊ยบทุกมุม มีรายละเอียด มีคอนเซ็ปต์ มีความน่ารัก ความอบอุ่น ห้องสมุดของสถาบันภาษาต่างประเทศเป็นห้องสมุดทรงกลม ไม่มีเสาตรงกลาง หลังคามีความหยัก เป็นร่องเรียงตัวกัน ยามฝนตกน้ำฝนจะไหลลงมาผ่านรางน้ำที่ถูกวางไว้โดยรอบอาคาร นอกจากจะสวยทุกมุมแล้ว ยังสวยทุกเวลา รวมทั้งสนามกีฬาในร่มของ National Sports Complex ที่มีลวดลายช่องลมที่เท่มาก ประโยชน์คือทำให้ทั้งอาคารโปร่ง ไม่ร้อน และสวยมากๆ เพราะเมื่อแดดส่องมากกระทบ จะเกิดแสงเงาที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา ช่างดีงามเหลือเกินจริงๆ

Vann Molyvann คือสถาปนิกที่มีความเป็น genius และมีหัวใจที่อบอุ่นมาก รักมากๆ

ดิฉันจะเขียนเรื่องเต็มในอีกสองสามเดือนนะคะ


ร้านเก๋อร่อยสองร้านในพนมเปญ Lovely Lunch + Dinner in PNH
อ่านบาร์สุดเก๋ Elephant Bar, Raffles Hotel Le Royal, Phnom Penh
อ่านบรันช์อย่างหรู Sunday Brunch at Restaurant Le Royal
อ่านมื้อพิเศษของสตรีหมายเลขหนึ่ง Jacqueline Kennedy Heritage Menu at Restaurant Le Royal
ชอบมากๆ ยังน้อยไป เมื่อดิฉันได้ไปพนมเปญอีกครั้ง
อ่านอาหารวังหลวงเขมร Royal Khmer Cuisine in Phnom Penh

🍀 BY OHHAPPYBEAR. all rights reserved. 🍀

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *