ร้านอร่อยพนมเปญ | What to Eat in Phnom Penh

<Lunch> (⬇︎Scroll down for ENG ⬇︎) พนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา เคยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่คนมักจะรีบมารีบไป ก็เพราะเป็นเมืองหลวง ธุระอันใดที่คนจะต้องติดต่อก็จะต้องมาที่นี่ แต่เนื่องจากไม่ค่อยมีอะไรเที่ยว ไม่มีอะไรดังแบบเสียมเรียบ พนมเปญเลยเป็นได้แค่ทางผ่าน แต่ตอนนี้ทุกอย่างค่อยๆ ดีขึ้น เห็นได้จากจำนวนร้านอาหารเก๋ๆ มากมายเลยในเมืองนี้ ที่เราไปกินมามีสองร้านที่ดีมาก ขอแนะนำสำหรับสองมื้อในพนมเปญค่ะ

I am not an adventurous eater, so Phnom Penh’s famous street foods are off limits for me. But somehow, when we were in Phnom Penh twice last time, we had such a blast eating away their delicious local foods. As anyone would tell you, Phnom Penh is a capital in rapid transition. From a quick ‘in-and-out’ place where people come in, get their business done, and leave as soon as they can, PNH is becoming a destination on its own. And that I am glad, because I’m kinda fond of the place for its unique charms, and that increasing popularity of the capital is being proven by the increasing numbers of cool places to eat, too.

Labaab is a new restaurant recommended to us by our good friend at Raffles Hotel Le Royal (click for full review). They serves Khmer and lower Mekong dishes in a comfy and nice ambiance on the second floor of Pharmacie de la Gare building near the Railway Station and opposite the glassy and modern Vattanac Tower. For a city where most ‘modern’ and ‘hip’ foods are western, Labaab, serving local tastes, is a gem. The menu here is an eclectic of Khmer, Vietnam and Thai. Really nice.

ร้าน Labaab เพิ่งเปิดได้ไม่นาน และเป็นร้านที่คุณ Seylark จากโรงแรม Raffles Hotel Le Royal แนะนำมาเพราะตัวเธอชอบมาก และด้วยหน้าตาร้าน หน้าตา รสชาติ และบรรยากาศของอาหาร ทำให้ร้านนี้เป็นร้านน้องใหม่ที่คนชอบมาก อาหารร้านนี้จัดได้ว่าเป็นเขมร แต่ก็ไม่ใช่เขมรอย่างเดียว เพราะมีอาหารเวียดนาม และอาหารไทย อาหารจีน ผสมกันมากมายในเมนู เค้าเลยบอกว่าเป็นอาหารของลุ่มแม่น้ำโขง ที่ว่าไปเราเองก็จะเข้าใจมากขึ้น จากความจริงที่ว่าเรามีภูมิศาสตร์ใกล้กัน อาหารการกินก็ไม่ต่างกันมาก เพียงแต่รายละเอียด การปรุงต่างๆ เป็นของใครของมัน น้ำปลา สมุนไพรบางอย่างที่ได้กินที่นี่ เป็นของใหม่สำหรับเรา อร่อยดีเลย

ต้มยำปลาเขมร เค้าเรียกว่า Samlor Machou Youn เป็นซุปปลาประจำชาติของเค้าเหมือนต้มยำบ้านเรา ใช้ปลาเป็นหลัก ร้านนี้ใช้ปลาแม่น้ำ แต่หากเป็นโรงแรมก็เหมือนบ้านเรานะ เค้าใช้ปลากระพง ต้มยำเขมรเค้าใส่สมุนไพร ตะไคร้ใบมะกรูดเหมือนต้มยำ แต่ไม่เผ็ด เน้นรสเปรี้ยวหวาน และใส่สับปะรดเป็นชิ้นๆ ลงไปด้วย อร่อยดี เวลาชาวเขมรกินปลาหรือผัก เค้ามักจะต้องรับประทานกับซอสที่ชื่อว่า “Bok Kror Sang’ เป็นซอสเปรี้ยวจากเมล็ด krasang ผสมกับพริก ต้นหอมผักชีอะไรก็ว่าไป (⬆︎โปรดดูภาพบนสุด ในถ้วยเล็กๆ ที่วงไว้ค่ะ⬆︎) เป็นของแนมด้วย อันนี้เพื่อนเราชาวเขมรชอบมากๆ แต่สำหรับเรามันเปรี้ยวมากๆ ไม่รู้สึกว่าจะเข้ากับอะไรได้เลย แต่ก็แปลกดี

We ordered their national fish soup or ‘Samlor Machou Youn which here is made from fresh river fish, aromatic herbs and sweetened with fresh chunky pineapple. Super refreshing. Along with the fish and fresh veggie we have on the table is ‘Bok Kror Sang’ (⬆︎circled in the first top picture⬆︎) or pounded Krasang seed – a sour and staple condiment on Khmer table when fish and veggies are served. We also had a plate of spring rolls – served here with thick peanut sauce. Mild, but creamy, going quite well with the spring rolls.

We also had the banana blossom salad with dried fish (or shredded chicken) and served with rice crackers. A bit too sweet for our tastes, but not too bad. The fish amok here is made from chunky fresh river fish. The curry base is not too pungent as we found in other places. Quite well-rounded taste that I like, and went perfectly with steamed rice.



There’re also stir-fried pumpkin sprouts with beef and grilled beef with chaplu (wild betel) leaves, served with rice paper, green mango and herbs. All are delish according to all my dining mates. And if you are looking for a comfort chow, they also had ‘pineapple fried rice,’ served all too familiarly in a carved-out pineapple. With shrimps and cashew nuts – just like home.

จากที่เห็น อาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ หน้าตาคุ้นเคยกับเราคนไทยแทบทั้งนั้น ปอเปี๊ยะสดที่นี่เค้ารับประทานกับซอสครีมถั่วรสชาติเนียนๆ ไม่จัด แต่อร่อยดีเมื่อรับประทานกับปอเปี๊ยะที่มีความสดของผัก ห่อหมกปลา (Fish Amok) เค้าใช้ปลาแม่น้ำสดหวานมาก และเครื่องแกงที่นี่ไม่โหดคือรสไม่จัดแบบโดดๆ มากเหมือนที่เคยกินที่อื่น รับประทานกับข้าวสวยอร่อยมาก ยำหัวปลีเค้าก็มี ใส่ไก่ฉีกและปลาแห้ง อร่อยดีเหมือนกัน แต่หวานเกินไปนิดนึงสำหรับเราทั้งสามคน ข้าวผัดสับปะรด โอย.. นี่มันอาหารที่เราคุ้นเคยมาก ไม่มีอะไรแปลก แต่สถานที่เราอยู่ที่กัมพูชา มันน่ารัก เราสั่งผัดยอดฟักทองกับเนื้อ และเนื้อพันชะพลูย่างด้วย ทุกอย่างดีงาม รับประทานทั้งหมดพร้อมน้ำ สามคนราคาไม่ถึง US$50 จัดว่าชอบมากค่ะ

ดูในเมนูอื่นๆ ของร้านนี้ ก็พบว่า เค้ามีอาหารแบบเขมรมากๆ ด้วย กบ เขียด หอยต่างๆ เผื่อว่ามีใครอยากจะลอง ร้านนี้อยู่ชั้นสองของตึก Pharmacie de la Gare ด้านหน้าสถานีรถไฟ ตรงข้ามตึกสูงโมเดิร์นที่ชื่อว่า Vattanac Building ในกลางเมืองเลยค่ะ

Labaab is comfy and beautiful, good for lunch and dinner. The place also offers happy hour from 16.30-18.30 during which food and drinks are 20% off. For all those dishes we had for lunch (hence regular prices), we ended up paying less that US$50 for three of us, including non-alcoholic drinks.

Labaab Restaurant (click for map): 81 E2 Preah Monivong Blvd (93), Duan Penh District, Phnom Penh, Cambodia. Daily: 11.00- 22.00 Hrs. T: +855 99 335 666. www.facebook.com/labaabresto.

<Dinner> หากถามสาวๆ ชาวพนมเปญ ว่าร้านอาหารร้านไหนอร่อยที่สุดในปฐพี คำตอบที่คุณจะได้คือร้าน Le Broken Plate ร้านอาหารที่ดูหน้าตาเป็นอาหารญี่ปุ่นแต่ไม่ใช่ ร้านนี้จัดว่าอยู่ในส่วน downtown ของพนมเปญ แต่ที่เด่นมากเป็นที่พูดถึงตลอดของร้านนี้คือ Chef/Owner ที่ชื่อว่า Narith Plong หนุ่มหล่อหน้าตาเขมรญี่ปุ่นที่กำลังแล่ปลาในภาพล่าง Narith เป็นชาวเขมรเชื้อสายจีน ที่คุณปู่เป็นพ่อค้าเนื้อ เค้าไปอยู่แคนาดามานานมาก พูดภาษาอังกฤษคล่องมาก (ป้าใจละลายมากเลยเมื่อเจอหนุ่มตี๋เอเชียพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ 🙂 จะบอกว่าในแต่ละวัน Narith มีลูกค้าสาวๆ เยอะมาก และส่วนใหญ่ก็จะจองที่ตรงเคาน์เตอร์ เพื่อจะได้รับประทานอาหารที่ Narith ปรุงและเสิร์ฟแบบ personal สุดๆ

Le Broken Plate – run and own by Narith Plong – can be Phnom Penh’s hottest table right now. Ask any locals, especially the girls, and you will hear the unanimous consensus (that this place is an absolute must) for which you have to be there to know why. We got to chat a little with Narith last time when researching for Fah Thai Magazine, and found that he is a Cambodian-born, Canadian-raised Khmer who decided to brought home his cooking/restauranting experiences from abroad and settled down with his own place run by his passion. The result is this super cool yet intimate place where one can dine superbly with dishes after dishes prepared at the table by the chef himself.

From the look of it, you might think that Le Broken Plate is a Japanese joint. It looks as if, with its sliding doors and Japanese sake lineups, but the food is eclectic from clear miso soup with lime and chilies of river prawns and Sihanouk Ville’s seafood and banana blossom salad to Khmer-inspired sushi in which loads of condiments are served along with the beautifully cut and laid down fishes and seafood. “Khmers love lots of condiments,” Narith explained while piling up condiment after condiment and garnish after garnish onto our sushi plate.

The menu is ‘Omakase’ in which you can choose from three tiers: US$30 for 6 courses, US$40 for 7 and US$50 for 9. Allow me to send out a warning: each portion is huge and filling. We thought we each could easily manage the US$30, but we were stuffed at the plate no. 3. 😀 Also, leave a room for dessert. They are quite similar to Thai desserts, and we had the baby pumpkin egg custard. Homemade and not too sweet. Très delish!

อาหารร้านนี้เป็น Omakase style คือจัดเป็นคอร์สประมาณ 9-10 คอร์ส สามารถเลือกได้ว่าจะกินกี่คอร์ส เริ่มต้นที่ 6 คอร์ส US$30, 7 คอร์ส US$40 และ 9 คอร์ส US$50 ซึ่งไม่รวมของหวาน หากยังมีเนื้อที่ในกระเพาะว่าง

ตอนแรกเราสองคนสั่งแบบ US$30 และนึกว่าจะอิ่มแบบสบายๆ ไม่แน่นไป ก็ปรากฏว่าอาหารแต่ละจานที่นี่มาพูนมาก ให้จานใหญ่มากๆ แค่สามจานก็อิ่มมากแล้ว สาวๆ ที่นั่งไม่ไกลจากเรา กินซูชิจานเบ่อเริ่ม เชฟคนนี้จัดอาหารเยอะมาก และสวยมาก

เราได้คุยกับ Narith ก่อนที่เค้าเริ่มทำงาน ที่นี่เค้านำประสบการณ์การทำร้านอาหารทั้งญี่ปุ่นทั้งฝรั่งสมัยอยู่แคนาดามาปรับใช้ เสิร์ฟอาหารที่คนเขมรชอบ มียำกั้งสมุนไพรใส่หัวปลี ต้มยำกุ้งแม่น้ำใส่มิโสะ และซูชิที่ใส่เครื่องปรุงเยอะๆ หลายประเภท เพราะคนเขมรชอบน้ำจิ้มเยอะๆ เวลารับประทานอาหาร ส่วนของหวาน วันที่เราไปมีแต่สังขยาฟักทอง ที่มากับน้ำกะทิ เชฟทำอร่อยดี ไม่หวานมาก สรุปคือชอบมากร้านนี้ ขอแนะนำหากคุณผู้อ่านมีโอกาสได้ไปเที่ยวพนมเปญค่ะ 😀

Le Broken Plate (Click for map), No. 108, Street 13, Sangkat Phsar Kandal, Khan Daun Penh, Phnom Penh, Cambodia. Daily (closed tuesdays): 18.30 – 22.30. T: +855 78 903 335. www.facebook.com/lebrokenplate.

อ่านบาร์สุดเก๋ Elephant Bar, Raffles Hotel Le Royal, Phnom Penh
อ่านบรันช์อย่างหรู Sunday Brunch at Restaurant Le Royal
อ่านมื้อพิเศษของสตรีหมายเลขหนึ่ง Jacqueline Kennedy Heritage Menu at Restaurant Le Royal
ชอบมากๆ ยังน้อยไป เมื่อดิฉันได้ไปพนมเปญอีกครั้ง
อ่านอาหารวังหลวงเขมร Royal Khmer Cuisine in Phnom Penh

🍀 BY OHHAPPYBEAR. all rights reserved. 🍀




Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *