Raffles Hotel Le Royal, Phnom Penh

Work (⬇︎ภาษาไทยด้านล่างค่ะ ⬇︎recently took us to Phnom Penh and we got to stay at the city’s one and only heritage hotel – Raffles Hotel Le Royal. Once the tallest building in Phnom Penh when it first opened in 1929 with 54 rooms as Le Royal, the building has gone through the Khmer Rouge and then some. When Raffles took over the premises in 1995, a thorough and delicate restoration was made along with two new additional buildings that replicated the original heritage architecture.

เมื่องานพาไปพนมเปญอีกครั้งเมื่อกันยายนที่ผ่านมา เราได้พักที่โรงแรม Raffles Hotel Le Royal โรงแรม heritage ที่มีเรื่องราวมากมายแห่งเดียวของพนมเปญ ตึกที่คุณเห็นคือตึกที่สูงที่สุดของพนมเปญเมื่อสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1929 สมัยนั้นที่นี่เป็นโรงแรมชื่อว่า Le Royal มีห้องทั้งหมด 54 ห้อง ช่วงสงครามเขมรแดง ตึกแห่งนี้ก็ถูกผันไปเป็นกาชาด ต่อมาในปี 1995 กลุ่มโรงแรม Raffles มาบริหาร เปลี่ยนชื่อเป็น Raffles Hotel Le Royal เพื่อให้มีกลิ่นอายของเดิม แต่มีการสร้างอาคารเพิ่มเติม ทำให้ปัจจุบันมีทั้งหมด 175 ห้อง เป็นพื้นที่สีเขียวกลางพนมเปญรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่สวยมากและมีอายุร่วม 100 ปี

ตึกเก่าอยู่ข้างหน้าอย่างที่เห็น และมีตึกใหม่ที่เราเข้าพัก ห้องที่อยู่คือห้อง Junior Suite แบบ Balcony Suite มีทั้งหมดเพียงสองห้องในโรงแรม คือนอกจากพื้นที่ห้องที่เห็นนี้ ด้านข้างจะมีประตูเปิดออกไปเป็นระเบียงกว้าง มองเห็นสระน้ำและต้นก้ามปูมากมายที่เค้าปลูกไว้รอบบริเวณ ร่มรื่นเป็นที่สุด

We stayed at one of the two ‘Junior Balcony Suites’ of the hotel. Above are our room with a door opening up to a small tree-trimmed terrace. Very cosy!

Balcony Suite นี้มีขนาด 48 ตรม.  หากเทียบกับห้องโรงแรมบ้านเราก็ไม่จัดว่าใหญ่สำหรับการเป็นจูเนียร์สวีท แต่มีรายละเอียดของการบริการเพิ่มเติมที่ทำให้ห้องนี้พิเศษกว่าห้องอื่นๆ คือ Butler Service ที่มีบริการเพิ่มเติมมากมาย เช่น unpack กระเป๋าเดินทาง จัดข้าวของส่วนตัวหากต้องการ สามารถเรียกใช้บริการได้ตลอดเวลาที่อยู่ที่โรงแรม เตรียม bubble bath ให้อาบ ในห้องมีอ่างอาบน้ำสวยมาก บริการนำเสื้อผ้าไปซัก ขัดรองเท้า จัดกระเป๋าเมื่อเดินทางกลับ สั่งชากาแฟอะไรก็ได้เข้าไปดื่มในห้อง (ได้ตลอดทั้งวันตั้งแต่ 6.00-22.00) บริการปลุกตอนเช้า ช่วยเหลือเรื่องโปรแกรมเที่ยว และการรับส่งสนามบิน ฯลฯ

The size of the junior suite is 48 square metres which, when compared to a junior suite in Thailand, is not large. The classic, elegant as well as the extra services of the suite such as their unique ‘butler service‘ are what make this room ultra special. I learnt later that the butler service is designated to every suite in Raffles. It is like being pampered and waited on 24 hours. Packing, unpacking, in-room coffees or teas (from 6.00-22.00), wake-up call, tour arrangement, laundry, etc…

พนมเปญเป็นเมืองหลวงของกัมพูชาก็จริง แต่คนเที่ยวไม่เท่าเสียมเรียบที่มีนครวัด ส่วนใหญ่ที่มากมักบอกว่ารีบมารีบไป คือมาทำธุระเพราะศูนย์กลางทางราชการและธุรกิจของประเทศนี้อยู่ที่นี่ แต่ไม่มีอะไรจะเที่ยว ก็เลยไม่รู้จะอยู่ทำไม แต่เราขอให้อ่านเรื่องของเราที่นิตยสารฟ้าไทยฉบับเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2560 นะคะ แล้วคุณจะอยากไปเที่ยว เราไม่รู้ว่าตกหลุมรักเมืองนี้เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็รู้สึกว่าทั้งเมืองทั้งคนที่นี่น่ารักจัง แน่นอนฝุ่นยังเยอะอยู่และสภาพแวดล้อมไม่ได้สวยหรูไปทุกตอน แต่พนมเปญมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราคิดว่า ต้องกลับมาดูมาค้นหา เพราะพนมเปญกำลังเปลี่ยนแปลงเยอะมากๆ กำลังถูกเปลี่ยนไปเป็นเมืองใหม่ ที่จะเหมือนกับเมืองใหญ่แห่งอื่นๆ โดยทิ้งสัญลักษณ์และรากเหง้าของจริงของเขมรไปเสียหมด ที่สำคัญเค้าเป็นเพื่อนบ้านของเรา แต่เรากลับรู้จักเค้าน้อยมากๆ

When it comes to tourism in Cambodia, this capital city seems to be taking a backseat when compared to Siem Reap. People usually come, deal their businesses, do whatever they require to do, and then leave. But I do urge you to read our article about Phnom Penh in Fah Thai magazine, so you get more ideas what Phnom Penh has to offer. Phnom Penh, we found, is a very interesting city. It is in fact a city in a major transition. When I was here first time 20 years back, I remember the place all dusty. Now, the dust is definitely still there, but everything is so much more sophisticated. Also, it is such a shame that I found myself knowing next to nothing about our next door neighbour.

เราขอเรียกพนมเปญว่าเป็นเมืองที่ถูก interrupted แล้วกัน เพราะเชื่อหรือไม่ ว่าสมัยที่กัมพูชาอยู่เป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ฝรั่งเศสได้วางแผนผังเมืองและสร้างสถาปัตยกรรมมากมายไว้ที่นี่ คือวางแผนให้พนมเปญเป็นเมืองสวยหรูในอนาคตเลยแหละ ตัวอย่างของอาคารสวยๆ ที่ยังพอมีให้เห็นก็คือ ตึกไปรษณีย์ทรงโคโลเนียล สถานีรถไฟ และตลาด Central Market ที่ปัจจุบันก็ยังเป็นอาคารที่เป็นจุดเด่นที่แปลกตาของเมืองนี้ โดยหลังจากที่กัมพูชาได้รับอิสรภาพจากฝรั่งเศสเมื่อค.ศ. 1950s ตอนนั้นกษัตริย์เขมรมีการวางแผนให้สร้างบ้านแปงเมืองใหม่ สถาปนิกที่มีความสำคัญมากของเขมรคือ Vann Molyvann เค้าได้รับมอบหมายให้ออกแบบเขมรใหม่ แต่ทำงานได้ไม่ต่อเนื่อง เพราะว่าเกิดเหตุการณ์ของเขมรแดงที่ทำให้วัฒนธรรมต่างๆ ทั้งหมดของประเทศนี้สูญเสียไปหมด

For me, Phnom Penh is a city interrupted. Coming here, I realized that the French did have a big plan for the city as seen in the very futuristic architecture of their Central Market and a lot more of gorgeous Colonial style buildings. Also, when Cambodia was independent from French back in early 1950s, the King also had a vision to make his country great. He assigned Cambodian architect Vann Molyvann to rebuild the country with modern architecture – some of them are still left and used until today. But alas, the Khmer Rough destroyed everything. The first group of people they killed was intellectuals and artists. Clearly they wanted to eradicate the brains of the nation.

โรงแรม Raffles ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะมากๆ ที่ผนังของ Elephant Bar บาร์ที่แสนจะสวยและเก๋แบบเรโทรมากของที่นี่ โปรดหยุดดูของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถบอกถึงสิ่งที่โรงแรมนี้ผ่านมาตลอดที่ตั้งมา 89 ปีได้อย่างดี

Raffles Hotel Le Royal is one hotel that has gone through that era. When you come here, take your time to look at a wall in the Elephant Bar where a collection of memorabilia during the civil war times tells the story quite well.

ช่วงที่เราไปพัก เราหม่ำอาหารเช้าเค้าทุกวันก่อนออกไปทำงาน คือกินเยอะมาก ตุนเลยแบบไม่รู้อนาคต อาหารของโรงแรมนี้จัดว่าดีมากๆ มีอาหารให้เลือกตามแบบฉบับโรงแรมห้าดาว และมีมุมผักผลไม้เยอะเลย ที่น่าสนใจคือมุมอาหารเขมร มีแผนที่ประกอบให้ด้วยว่าวัตถุดิบที่ถือว่า “โซเขมร” นั้นมีอะไรบ้าง เช่น ข้าวหอมมะลิ อบเชย น้ำผึ้ง เกลือและพริกไทย เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และข้าวโพด ทุกวันจะมีอาหารเขมรประกอบในอาหารเช้าด้วย เช่น ก๋วยเตี๋ยว แซนวิชที่ใช้ขนมฝรั่งเศส หรือต้มยำปลากับข้าวสวย เรายังเห็นข้าวแต๋น มัฟฟินรสอบเชยด้วย อาหารไทยกับอาหารเขมรเท่าที่เห็นคือไม่ต่างกันมากค่ะ แต่ที่เขมรปรุงรสไม่เหมือนไทยเลย ต้องลองไปรับประทานดู ของเค้าจะไม่นวลนุ่มกลมกล่อมเหมือนของเรานะคะ

Since we didn’t know what to expect during our days out of the hotel in Phnom Penh, Raffles’ hearty breakfast was our daily delicious stock-up. They have a large buffet line with a lot of food ranging from Khmer noodle to pancakes, French toasts, cold cuts, Japanese, stir-fries, etc. But they also have a corner featuring Cambodia’s famous raw ingredients such as Kampot pepper, Jasmine rice, cinnamon, honey and cashew nuts. In this corner are also Khmer style clear fish soup, baguette sandwiches, and cinnamon muffin which I quite liked.

ด้านบนคือทางเชื่อมเดินระหว่างสองตึกในโรงแรม ทั้งสองฝั่งของทางเดินนี้คือสระว่ายน้ำที่โด่งดังของโรงแรมนี้ค่ะ (ภาพอยู่ด้านล่าง)

Above picture features the walking bridge between the heritage building and new one. Flanking this walkway are their famous tree-trimmed swimming pools.

ล็อบบี้เล็กๆ ของโรงแรม Raffles Hotel Le Royal ตอนบ่ายมี afternoon tea และมีส่วนที่ห้องเล็กๆ ปิดมิดชิดสามารถมานั่งประชุมเบาๆ ได้ ที่นี่บริการดีงามมากๆ พนักงานเห็นหน้าปุ๊ปมาถามทันทีต้องการอะไรหรือเปล่า คือพนักงานดีมากทุกคน ดิฉันว่านี่คือโรงแรมที่ผู้ดีมากที่สุดของพนมเปญนะคะ



Here is their cosy lobby. Look up and you will see their through atrium where old-time guests used to holler down for room services. Now, the space offers afternoon tea with a small private room in the back suiting for a small casual meeting. I was impressed with the services here. I truly got a 5-star treatments during our two-time stays here.

สระว่ายน้ำที่ Raffles Hotel Le Royal
ความครึ้มสวยของสภาพแวดล้อมในโรงแรมเก่าแก่

Raffles Hotel Le Royal อยู่ในส่วนใจกลางเมืองพนมเปญเลย ใกล้กับทั้งสถานที่ราชการและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ สามารถเดินเล่นไปวัดพนมได้ หรือจะเดินวนรอบเหมือนเราคือไปวัดพนม เรื่อยไปโน่นนี่จนถึง Central Market ย่านนั้นมีตึกเก่าสวยมากเลย ร้านอาหารก็เยอะ แล้วค่อยเดินวนกลับมาโรงแรมได้

Raffles Hotel Le Royal is in the beautiful and central part of Phnom Penh. It is close to many governmental offices, universities, the famous Wat Phnom and the avant-garde Central Market. You can walk from the hotel all the way to Wat Phnom and Central Market and back via their beautiful French-era train station which is also quite magnificent.


อ่านบาร์สุดเก๋ Elephant Bar, Raffles Hotel Le Royal, Phnom Penh
อ่านบรันช์อย่างหรู Sunday Brunch at Restaurant Le Royal
อ่านมื้อพิเศษของสตรีหมายเลขหนึ่ง Jacqueline Kennedy Heritage Menu at Restaurant Le Royal
ชอบมากๆ ยังน้อยไป เมื่อดิฉันได้ไปพนมเปญอีกครั้ง
อ่านอาหารวังหลวงเขมร Royal Khmer Cuisine in Phnom Penh
ร้านเก๋อร่อยสองร้านในพนมเปญ Lovely Lunch + Dinner in PNH

รายละเอียดเพิ่มเติมของโรงแรม สามารถดูได้ที่เว็ปไซต์ของเค้าค่ะ


🍀 by ohhappybear. all rights reserved. 🍀




Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *