Muntri Grove + Peranakan Dinner at Muntri Mews โรงแรมบูทีคน่าพักที่ปีนัง

Our last day in Penang for the 30th International Convention of Baba Ngonya was eventful and delicious. We stayed at Muntri Grove – one of the four boutique hotels of George Town Heritage Hotels – that was in a row of restored shophouse in the back alley of Muntri Street of Penang. Christopher Ong – the founder and owner of the hotel – says that this row of shophouse was originally a pack of 10 houses. But one in the front was destroyed during the war, hence only 9 left. He then converted the first (the one that was destroyed) into a reception unit topped with a small swimming pool that is adjacent to their breakfast outlet and bar.

วันสุดท้ายคืนสุดท้ายในการประชุมนานาชาติบะบ๋า ยะหยาที่ปีนัง เราย้ายมาพักที่ Muntri Grove ในเขต George Town ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่บูทีคโฮเทลของกลุ่ม George Town Heritage Hotels ที่คริส ออง เป็นเจ้าของ ตึกแถวโบราณชุดนี้เคยมีทั้งหมด 10 ห้อง แต่ถูกระเบิดลงไปห้องหนึ่งเลยเหลือเพียง 9 ห้อง ห้องที่ถูกระเบิด ด้านบนหายไป เลยถูกปรับให้เป็นที่รับแขก และด้านบนเป็นสระน้ำเล็กๆ พร้อมบาร์เล็กๆ ที่พื้นที่เล็กๆ สำหรับรับประทานอาหารเช้า

This is our room on the second floor. A spacious open space with the view of the small garden on the ground floor. The bathroom and shower are separated. A lot of electricity outlets. A lot of switches. You can definitely control your lightings here, according to your mood that is 😀

หน้าตาห้องพักของเราค่ะ คือเป็นห้องโล่งๆ พื้นที่เยอะมาก แบ่งเป็นส่วนๆ ตามที่เห็น ห้องอยู่ชั้นบน มองจากหน้าต่างเห็นสนามหญ้าด้านล่าง ภายในมีส่วนนั่งเล่นที่ชอบมาก อยากมีเวลาอยู่ในโรงแรมมากกว่านี้ จากปรกติที่มักจะเป็นกำแพงทึบ ที่นี่เค้ากรุกระจกโปร่งให้แสงเข้า แต่ก็มีม่านสำหรับปิดตอนหลางคืน ไฟเยอะ สวิชต์เยอะ ปรับแสงและอารมณ์ของแสงได้สะดวก ที่ไม่ชอบอย่างเดียวคือหัวเตียงด้านหนึ่งเค้าใช้ตู้เย็นมาเป็นโต๊ะหัวเตียง อันนี้คิดว่าไม่ค่อยดี เพราะเนื้อในห้องที่ก็มีเยอะ

Still our room looking out to the walkway. Just to allow the light to stream in, the wall is all glass with heavy shades for the nighttime privacy. I love their lounge area and wish we had more time in the room. In the picture are also their swimming pool, the bar and breakfast area and the downstair terrace that is restored from the original Anglo-Chinese architecture. One thing that I don’t like much is that they use the fridge as one of the night stands.

Our last night’s Paranakan dinner was at the Muntri Mews next door, and it was scrumptious. And this clearly showed us how similar Phuket and Penang foods are. Above is the appetizers of chicken satay and Cucur Udang or prawn fritter all served with peanut sauce similar to our Thai-style satay.

มื้อเย็น เราดินเนอร์แบบเพอรานากันกันที่อีกโรงแรมนึงของคุณคริสอีก ชื่อว่า Muntri Mews ที่อยู่ถนนเดียวกัน เป็นมื้อที่อร่อยมาก และเห็นได้ชัดเลยว่าอาหารหลายอย่างเหมือนอาหารไทยและอาหารภูเก็ตมาก ด้านบนคือสะเต๊ะไก่ และกุ้งชุปแป้งทอด (Cucur Udang) เสิร์ฟกับน้ำจิ้มสะเต๊ะ ด้านล่างคือยำถั่วพลูสดกับหอยแครง (Kerabu Sotong Kacang Botol) มีโรยมะพร้าวคั่วด้วย ก็อร่อยดี แต่รสชาติไม่เหมือนยำของไทย ไม่เปรี้ยวไม่กลมกล่อมเท่า

Then, there’s Joo Hoo Eng Chai or pickled squid served with blanched morning glory and ladled with sambal (shrimp paste) based sauce which is a little sweet and spicy, topped with sesame. You can find Phuket’s adaptation of this dish called ‘Yee Hoo Eng Chai’ at Pae Taew Noodle Shop in Old Town Phuket.

แล้วก็มาถึงจานที่ทำให้ดิฉันถึงบางอ้อ ที่นี่เค้าเรียกว่า Joo Hoo Eng Chai แต่ที่ร้านหมี่แปะเถวที่เมืองเก่าภูเก็ต เค้าเรียกว่า ยี่หูเอ็งฉ่าย แต่คือเหมือนกันคือ ปลาหมึกแช่ลวก รับประทานกับผักบุ้งลวก (ที่แปะเถวเป็นซอสเย็นตาโฟ โรยด้วยหมี่ขาวทอดกรอบ) อ่านเรื่องห้าจานแปลกที่อร่อยมากของภูเก็ตได้ที่นี่ 

There’s also Ayam Rendang or chicken curry, Ikan Bakar Bercili or grilled fish in banana leave, Kerabu Sotong Kacang Botol or fresh winged salad with pickled clams (above picture), Sayur Lodeh or Java style shrimp and vegetable soup quite similar to Tom Kha Gai,and the dessert of Pengat Pisang or banana in coconut milk and Air Sirup (syrup drink).

แล้วที่ให้รับประทานกับข้าวก็ยังมีแกงไก่ (Ayam Rendang) อันนี้อร่อย กลมกล่อม ห่อหมกปลา (Ikan Bakar Bercili) เนื้อปลาชิ้นใหญ่และสดมาก อร่อยมาก ต้มข่ากุ้ง คือเป็นแกงกะทิ ผัก กุ้ง สไตล์ชวา ที่เรียกว่า “Sayur Lodeh” ส่วนของหวานก็คือ “กล้วยบวดชี” หรือ “Pengat Pisang” ที่ใส่ใบเตยให้เห็นกันเลย กล้วยไม่เหมือนบ้านเรา มีความเละกว่า รสชาติเหมือนกล้วยหอมอ่อนๆ กะทิเค้าไม่มันเหมือนของเราและออกหวาน และใบเตยคือไม่หอมเท่าของเราอีก ฮ่าๆ เกิดเป็นคนไทยมีความทุกข์ยากก็ตรงนี้ กินของคนอื่นอร่อยยาก เพราะกินอร่อยมากมาตั้งแต่เกิด

Read Sisterhood Charms: Penang-Phuket อ่านเรื่องความน่ารักของเมืองพี่น้อง ปีนัง ภูเก็ต ได้ที่นี่ค่ะ


🍀Cheers to the Thai Peranakan Association 🍀

🍀ขอขอบคุณสมาคมเพอรานากันแห่งประเทศไทย🍀

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *