Sisterhood Charms: Penang and Phuket | ความน่ารักของเมืองพี่น้อง ปีนัง ภูเก็ต

George Town, Penang, Malaysia (George Town is always two words)
It was an interview on the run, as we were hurried from one place to another. But somehow our exuberant source managed to put together a concept for us to draw a clear picture of Penang in relation to Phuket and perhaps making our next trips (or eating trip in most cases) to both cities much more fun. In 2015, Phuket was listed by UNESCO to be a City of Gastronomy and doing a story on the delicious foods there led me to this trip to the 30th International Baba Ngonya Convention with the Thai Peranakan Association that took place in Penang in November 2017.

It’s a bar in Love Lane of Penang.

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในการได้ไปร่วมงานการประชุมนานาชาติของชาวบะบ๋ายะหยาที่ปีนังเมื่อเดือนพฤศจิกายน  2560 ที่ผ่านมา สำหรับเรา ก็คือการได้เห็นภาพที่ชัดขึ้นของการเป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างปีนังและภูเก็ต เราได้สัมภาษณ์ ผศ. ปราณี สกุลพิพัฒน์ รองนายกสมาคมเพอรานากันภูเก็ต ชาวเพอรานากันภูเก็ตรุ่นที่ 5 และนักวิจัยที่ได้สืบค้นเรื่องราวของวัฒนธรรมเพอรานากัน และเรื่องราวของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ดังนั้นท่านจึงเป็นผู้หนึ่งที่เห็นภาพกว้าง ภาพรวมของการต่อเนื่องของวัฒนธรรมในช่องแคบมะละกาได้อย่างชัดเจน

The facade of Penang’s Anglo-Chinese shophouse in George Town area.

What actually triggered my curiosity about Phuket foods was the strange-sounding names of their traditional bites.  Talk about Phuket and visitors around the world conjure summertime dreams of the island’s impeccable beach lines. But for foodies, you cannot miss Phuket Old Town – with all the delicious dishes we found endless and exhilarating. Phuket people are known to eat 7 meals a day, with a super hearty afternoon tea consisting of braised and deep-fried pork intestines called ‘loba’ and pork-stuffed deep-fried tofu skin called ‘gian.’ So, our recent trip to Penang with the Thai Peranakan Association was an eye-opener. Not only that we found several Penang dishes similar to Phuket’s, but we also see for our own eyes how Penang was the blueprint for Phuket Old Town’s distinctive architecture.

At this tourist-dense intersection near Khoo Kongsi.

อ. ปราณีเริ่มต้นด้วยการวาดภาพเส้นทางการค้าทางทะเลสมัยเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน ที่ชาวจีนจากมณฑลฮกเกี้ยน หรือฟูเจี้ยนในปัจจุบัน ลงใต้มาทางทะเลจีนใต้ ผ่านช่องแคบมะละกา ผ่านอินโดนีเซีย สิงค์โปร์ หลายส่วนของมาเลเซีย รวมทั้งปีนัง เรื่อยมาถึงภูเก็ต และเมืองทางภาคใต้ของไทยอื่นๆ ทางแถบทะเลอันดามัน เรื่อยขึ้นไปจนถึงพม่าด้านบน ก่อให้เกิดการตั้งรกรากของชาวจีนเหล่านี้ตามหัวเมืองต่างๆ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่มาเลเซีย สิงค์โปร์ และที่ภูเก็ตของเมืองไทยที่มีการตั้งรกรากที่เห็นชัดที่สุด โดยผู้ที่ทำให้ภูเก็ตมีความคล้ายกันกับปีนัง ก็คือพระยารัษฎาฯ ท่านนี้ ที่เป็นผู้ว่าการภูเก็ตในสมัยนั้น ที่เมื่อมาเห็น George Town เมืองที่อังกฤษสร้างไว้อย่างสวยงามที่ปีนังให้เป็นเมืองของพระเจ้าจอร์จ ก็เลยมีความฝันอยากจะสร้างบ้าง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือศาลากลางภูเก็ต ที่มีประตูมากมายถึง 99 บาน และไม่มีหน้าต่าง เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของเมืองภูเก็ต ซึ่งต่อมาก็ได้มีการสร้างตึกแถวแบบเดียวกับปีนังด้วย คือตึกแบบที่เรียกว่า Anglo Chinese ตามแบบที่ชาวอังกฤษสร้างที่ปีนัง มีจุดเด่นคือด้านหน้ามีการทำทางเดินเชื่อมต่อกัน ตึกแถวแคบแต่ยาวเลี้อยไปข้างหลัง มีสวนเจาะทะลุหลังคาตรงกลาง และครอบครัวชาวจีนสมัยก่อนอยู่รวมกันหลายรุ่น

Inside Penang Peranakan Mansion.

Our source, Assistant Professor Pranee Sakulpipatana, is a supercharged gold mine of Peranakan or Straits Chinese histories. Beginning with her personal intrigue to gather information about Khaw Sim Bee – or Phraya Rasda – Phuket’s and Trang’s governor back in late 1890s and early 1900s. Khaw Sim Bee was the main instigator to the development in southern Thai provinces along the Andaman Sea. In Trang, he encouraged farmers to grow rubber, hence creating a sustainable economic growth on the motherland of the natives. In Phuket, he adopted British-designed George Town of Penang into the inner cluster of the market-based city. Talang Street in Old Phuket is undeniably a clear reminiscence of Penang’s George Town. With an eye for details, Phraya Rasda also adopted Penang’s deep channel ditch that allowed for rapid flows of water, hence made the ditch naturally inhabitable for mosquitos. Similar archipelago weathers between Penang and Phuket always encourage monsoon rains, flash floods, along with dengue fever that comes with its surrounding dense forests. And all those had been prevented by this particularly deep ditch – the smallest part of a city that clearly reflected this super smart and thorough thinking of these old-time urban planners!!

Heavily adorned reception area of the Penang Peranakan Mansion, now a major tourist destination in GT.

นอกจากอาคารเหล่านี้ คูน้ำของภูเก็ต ก็ยังได้รับอิทธิพลมาจากปีนังอีกด้วย เป็นคูน้ำ หรือท่อน้ำที่ลึกไม่เหมือนที่อื่น ทำให้น้ำสามารถไหลผ่านได้อย่างรวดเร็ว น้ำไม่ท่วมแม้จะเป็นเกาะด้านอันดามันฝนตกชุก และที่สำคัญไม่สะสมยุง นี่คือสิ่งที่เล็กที่สุดในการออกแบบผังเมือง แต่กลับเป็นเรื่องที่ฉลาดล้ำที่สุด เพราะแสดงออกถึงความรอบคอบที่สุดของผู้คิด!!

ถนนถลางของภูเก็ตจึงได้แบบมาจาก George Town ของปีนังทั้งสิ้น

ในปีนัง เราได้เที่ยวคร่าวๆ สองที่เด่นๆ คือ Penang Peranakan Mansion บ้านเก่าของอั้งยี่ปีนังที่ร่ำรวย สร้างบ้านเป็นคฤหาสถ์ใหญ่โตสวยงาม มีส่วนที่เป็นวัดซ่อนไว้ภายในรั้ว แต่ปัจจุบันไม่มีองค์พระเหลือแล้ว เพราะลูกหลานเก็บขายหมด เหลือแต่ส่วนที่สร้างติดกับบ้านเช่น รูปปั้นที่ปั้นให้เป็นการเล่นละคร การแกะสลักไม้ และเฟอร์นิเจอร์ที่ยังคงอยู่

In the beautifully restored residence of Christopher Ong, the founder of George Town Heritage Hotels. (Mr. Ong in the center, white shirt).

ที่น่ารักและสวยมากคือบ้านของคุณ Christopher Ong (ภาพบน) ที่เปิดให้ทางสมาคมเพอรานากันของไทยเข้าชมเป็นพิเศษแบบ exclusive เพราะคุณ Ong เป็นนักอนุรักษ์อาคารเก่าใน George Town เป็นเจ้าของโรงแรมบูทีคที่สร้างจากอาคารเหล่านี้ถึง 4 แห่ง เรียกรวมๆ กันว่า George Town Heritage Hotels หนึ่งในนั้นคือ Seven Terraces ที่สวยงามหรูหรามากที่สุด และ Muntri Grove ที่เราไปพักมาค่ะ

วันที่เราไปคุณ Ong เปิดให้ชมบ้าน เลี้ยงน้ำชากับขนมหวานของปีนัง เราได้นั่งหม่ำใกล้ๆ กับพี่กิ๋ง นักทำขนมโบราณภูเก็ตคนเก่ง ที่กินไปก็นึกวิเคราะห์ไป ก่อนบอกว่า “นี่มันข้าวเหนียวดำ บาเย แล้วก็ตะโก้ใบเตย โก้ยตาหลาม แล้วก็ขนมเต่า” มีความหอมอร่อย โดยเฉพาะข้าวเหนียวที่เป็นสองสี ให้รับประทานกับกายา หรือสังขยาใบเตยของเค้า ทุกอย่างทำไม่หวานมาก ทำให้อร่อยกำลังดีค่ะ

Gergeous Penang desserts at Chris Ong’s, some of his collection and Koid Boon Ean and her exquisite hand-embroidered Kebaya blouse.

At Penang Peranakan Mansion, we got to see how historical Peranakan mansion in Penang is so similar to the one we still have in Phuket. Baan Chinpracha – for example – is Phuket’s rare gem. Also, the Blue Elephant Restaurant next door illustrates how glorious old days in Phuket were.

The highlight, however, was at Christopher Ong’s home. Only for us that he opened his private residence – packed to the brim with his Peranakan collections – to showcase Penang’s best kept cultural treasures. Christopher Ong is passionate about his roots. He pioneered the restorations of George Town that was once deserted and brought into view the terms of ‘Boutique Hotels’ all set in George Town’s old residences. He is the founder and CEO of ‘George Town Heritage Hotels‘ with four magnificent and charming properties including the world-famous Seven Terraces, Muntri Grove that we stayed, Muntri Mews and the newly open Jawi Peranakan Mansion.

Peranakan desserts and banana fritters in the center. So yummy!!

นอกจากนั้น เรายังได้พบกับบุคคลลำคัญอีกสองท่าน หนึ่งคือ Grace Khaw หนึ่งในลูกหลานของพระยารัษฎาด้านปีนัง คุณเกรซเป็นคนจัดการให้ทางสมาคมได้มีโอกาสได้เข้าไปชมบ้านของคริส ออง และรับประทานอาหารที่อร่อยมากมายที่ Muntri Mews ในคืนสุดท้ายในปีนัง

นอกจากคุณเกรซ เราได้เจอกับคุณเอียน (Koid Boon Ean) ลูกสาวคนเก่งของเจ้าของร้านผู้ก่อตั้งร้านทำเสื้อ Kebaya แบบฉลุลายด้วยจักรทำมือที่ชื่อว่า Kim Kebaya คุณเอียนเล่าว่าเห็นคุณแม่ทำงานนี้มาตั้งแต่เล็กๆ และไม่พลาดที่จะลองปักลองฉลุด้วยตัวเองตั้งแต่ตัวน้อยๆ จักรของเธอเป็นจักรธรรมดาๆ ไม่มีคอมพิวเตอร์อะไร ทุกอย่างคือการวาดลายและค่อยๆ ฉลุเป็นลายขึ้นมา เสื้อบางตัวใช้เวลาทำเป็นหลายเดือน และราคาหลายหมื่นบาท แต่นี่คืองานศิลปะแฮนด์เมดที่ละเอียดมาก ใส่แล้วสวยงามมาก โปรดดูได้ที่อาจารย์ปราณีที่แต่งตัวสวยมากทุกวัน

This Penang’s dessert of mung-bean stuffed dumpling is identical to Phuket’s Kanom Tao (turtle dumpling).

At Christopher Ong’s we met Grace Khaw – the vivacious descendant of Khaw Sim Bee (what an honour!! and in above picture I was squeezing her arm to death). I wonder what it would be like to be born in a family so rich with histories and iconic to the two main cities as Penang and Phuket.

We also met with the lovely ‘Koid Boon Ean’ who is the daughter of the famous founder of Kim Kebaya Fashion – the maker of all-handmade and very very beautiful traditional Ngonya Kebaya Embroidery. Her late mother Lim Swee Kim set up the business with her trusted sewing machine in 1950 and Ms Ean remembers getting her own way with the sewing machine at very young age. Now she is running her own show, and perpetuate the exquisite handcrafts for those who have a heart for it.

Penang’s street arts.

🍀Cheers to the Thai Peranakan Association 🍀

🍀ขอขอบคุณสมาคมเพอรานากันแห่งประเทศไทย 🍀

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *