มังสวิรัติอร่อยมากที่ ‘House of Joy’ ถนนปั้น สีลม

เป็นความสุขอย่างบอกไม่ถูกทุกครั้งที่ได้กินอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ ดิฉันรับประทานมังสวิรัติเป็นมื้อๆ ทุกครั้งที่มีโอกาสมานานแล้ว จนเพื่อนๆ เคยแอบสงสารคนใกล้ตัว แซวว่าได้กินแต่เต้าหู้กับผักเท่านั้นเมื่อแม่บ้านทำกับข้าวให้กิน 😁

การเป็นมังสวิรัติ หรือเจ หรืองดเนื้อสัตว์เป็นบางมื้อ เป็นเรื่องที่ดีทั้งต่อร่างกายและจิตใจ เวลางดเนื้อสัตว์ สิ่งที่ดิฉันได้เลยคือความผอมทันทีโดยอัตโนมัติ อาหารมังสวิรัติย่อยง่าย ท้องไม่อืด กินแล้วสดชื่น และสิ่งที่ได้ตามมาคือความสุขแบบลึกๆ แบบอิ่มอกอิ่มใจมากมาย ที่รู้ว่าเราทำได้แล้ว ต่อสู้กับใจตัวเองได้แล้ว เพราะใครเล่าจะไม่สงสารหรือแอบร้องไห้เมื่อเห็นฝูงวัว หมูในคอก หรือสัตว์ต่างๆ ในรถบรรทุก ขณะกำลังถูกลำเลียงไปยังโรงฆ่าสัตว์ จริงไหม แล้วไหนจะยังมีเรื่องที่อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์เป็นต้นเหตุในการก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกอย่างมาก การกินเนื้อจึงเป็นต้นเหตุหนึ่งที่สำคัญในการการทำลายสภาพแวดล้อม แถมยังมีสารเร่ง ยาปฏิชีวนะ ที่ตกค้างในเนื้อสัตว์ที่เรากิน เพราะสัตว์ทั้งหลายโดนอัดโดนฉีดสารเหล่านี้เพื่อเร่งให้โต และเพื่อให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมการเลี้ยงแบบอุตสาหกรรม คือ “ผลิต” เนื้อให้เยอะ ให้เร็ว ให้ราคาถูก เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในโลกที่เน้นการบริโภค ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดไม่ดีต่อสุขภาพเราทั้งนั้น

ข่าวดีคือว่า เมื่อเราทำใจได้แล้ว ว่าเราจะงดเนื้อสัตว์ (บ้างเป็นครั้งคราวหรือจะตลอดก็ตามที) สิ่งที่ตามมาคือการแสวงหาร้านอาหารมังสวิรัติหรือเจที่อร่อยถูกใจ และการหัดทำอาหารเมนูมังสวิรัติให้อร่อยๆ กินเองที่บ้าน มีการหาส่วนผสมการทำอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์เพื่อตุนตู้เย็น เอาให้เหมาะให้สะดวกตามใจตัวเอง ซึ่งคราวนี้ ขอประเดิมซีรีย์อาหารมังสวิรัติ ด้วยร้าน House of Joy ร้านเล็กๆ บรรยากาศดีงาม บนถนนปั้น สีลม ที่ทำอาหารมังสวิรัติสไตล์ไทย อาหารไทยรสจัดจ้าน สะอาดและอร่อยมากมายเพราะเจ้าของทำเองอีกทุกจาน และราคามิตรภาพคุ้มค่า ไปรับประทานได้บ่อยๆ แบบไม่ต้องกลัวว่ากระเป๋าจะฉีก

เจ้าของทั้งสองของ House of Joy เริ่มกินมังสวิรัติเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว คนหนึ่งเริ่มจากการที่ป่วยมาก รักษาไม่หาย ทีนี้เติบโตมาในสังคมต่างประเทศที่ก็ไม่เน้นการรับประทานเนื้อสัตว์อยู่แล้ว ก็เลยหันมากินมังสวิรัติฟูลไทม์ และด้วยความที่เป็นคนชอบทำอาหาร ก็เลยปรุงแต่งอาหารมังสวิรัติของตนให้ถูกปาก กินทั้งที ก็จะต้องกินให้อร่อย แม้จะไม่มีเนื้อสัตว์ก็ตาม เจ้าของคนที่สองก็ป่วยอีก เธอเป็นมนุษย์ท้องผูกรุนแรง และยังเป็นเนื้องอกทั้งที่มดลูกและรังไข่ ในเมื่อการผ่าตัดไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ เธอเลยเลือกปรับชีวิตตนเอง หันมากินมังสวิรัติอย่างถาวร ผลที่ได้คือว่า เนื้องอกเหล่านั้นหายไปได้เองแบบไม่ต้องผ่าตัดยังไม่พอ ผิวพรรณที่เคยปุปะไปด้วยสิวและผื่นทั้งหลายก็หายไปด้วย หน้าเกลี้ยงแบบธรรมชาติ ผอมแบบธรรมชาติ ท้องไม่ผูก ร่างกายสดชื่น เพราะหลับดี หลับลึก พร้อมทั้งอิ่มบุญและเบิกบานอย่างธรรมชาติ ซึ่งทั้งหมดเป็นที่มาของ House of Joy แห่งนี้

House of Joy เปิดเฉพาะจันทร์ – ศุกร์ เวลา 11.00 – 18.00 น. อาหารมีมากมายและดีมากคือเมนูทั้งหมดพร้อมราคามีอยู่บนเว็ปไซต์ ก่อนไปนี่เลือกในใจได้เลยว่าอยากจะกินอะไรบ้าง ก็ปรากฏว่าเรากินกันเยอะมากจนคนทำถามหลายครั้งว่ามากี่คน (3 แต่กินเท่ากับ 5 คน) โดยสิ่งที่เรากินเรียงตามลำดับภาพจากบนลงล่างได้ดังนี้

เต้าหู้ออร์แกนิกทอดน้ำมันมะกอก – เป็นเต้าหู้สดจากเชียงใหม่ คือทำจากถั่วเหลืองสด ไม่ใช่ถั่วเหลืองแห้งแล้วมาแช่น้ำ ดังนั้นได้ความหอม นุ่ม และวิตามินครบของเต้าหู้ ทอดแบบจี่ไฟกลางด้วยน้ำมันมะกอก เสิร์ฟกับน้ำจิ้มเต้าหู้ถั่วลิสงคั่วทำเองและพริกตำ จานนี้ 79 บาท

ยำมะม่วงไข่ดาว – เป็นมังสวิรัติยังกินไข่ได้ ไข่ดาวทอดกรอบ โปะหน้าด้วยมะม่วงเขียวยำ ปรุงรสด้วยพริกป่น หอมแดงแขก และมะนาว ชอบมากๆ อร่อยดี จานนี้ 99 บาท

บะหมี่ต้มยำขลุกขลิก – บะหมี่ไข่เส้นบางเหนียวเจ้าพิเศษ ลวกเสิร์ฟกับซุปผักพอขลุกขลิก ด้านล่างรองด้วยผักโขม มีลูกชิ้นบุกและไข่ต้มยางมะตูมเสิร์ฟมาพร้อมน้ำต้มยำแบบก๋วยเตี๋ยวต้มยำ รสจัด อร่อยคลีนมาก จานนี้ 50 บาท

คั่วกลิ้งเห็ดโคน – เป็นการใช้เห็ดโคนญี่ปุ่นมาผัดเครื่องแกงคั่วกลิ้งเจ ที่คุณแม่เจ้าของชาวชุมพรทำส่งมาให้เป็นพิเศษ​ไม่ใส่กะปิ แต่รสจัดและเผ็ดตามแบบฉบับคั่วกลิ้ง หอมเครื่องเทศมาก อร่อยมากๆ จานนี้ 149 บาท

ก๋วยเตี๋ยวผัดขี้เมา – เส้นใหญ่นุ่มๆ ผัดกับเครื่องขี้เมา มีมะกรูด พริกไทยอ่อน ใส่บร็อกโคลี ลูกชิ้นบุก เห็ดและเต้าหู้ออร์แกนิกด้วย ไม่เผ็ดมาก แต่อร่อยกลมกล่อม เจ้าของบอกเคล็ดลับว่าที่ร้านไม่ใส่กระเทียม แต่ใช้หัวหอมใหญ่ที่มีรสหวานตามธรรมชาตินัวรสแทน จานนี้ 79 บาท

ต่อมาก็ยังคงเป็นส่งที่เรากิน ซึ่งมีดังนี้ค่ะ

แกงเขียวหวาน – ใส่เห็ด ถั่วหวาน ลูกชิ้นบุก และเต้าหู้ เป็นหลัก จานนี้รสชาติโอเค แต่ไม่จี๊ดเท่าไหร่

กระเพราขาเห็ด – อันนี้ดีงามมาก ขาเห็ดมีความเหนียวสำหรับเคี้ยวให้รู้สึกเป็นเนื้อเป็นหนัง ผัดกระเพรามีความเผ็ดฉุน อร่อยมากสำหรับคนชอบอาหารเผ็ดๆ แบบนี้ จานนี้ 129 บาท

ต้มข่าเห็ด – มาแบบเนียนๆ เรียบๆ รสกลางๆ มีเห็ดมากมายหลายชนิดในถ้วย เพิ่มความหวานด้วยมะเขือเทศ 119 บาท

ผัดหมี่กระเฉด – จานนี้ดีมาก เส้นหมี่มีรสเผ็ดเหมือนซอสจะเป็นน้ำพริกเผา แต่มีความหวานๆ ด้วยนะคะ โดยหน้าด้วยไข่ดาวและกระเฉดผัด จานนี้จะมีเฉพาะวันที่ทางร้านมีผักกระเฉด สามารถถามได้

เห็ดโคนผัดไทย – หวาน เปรี้ยว กลมกล่อม อร่อยมากๆ จานนี้ควรกินอย่างแรง เป็นเห็ดโคนญี่ปุ่น มาผัดกับซอสผัดไทยโฮมเมด โปะด้วยไข่ดาว จานละ 119 บาท

ปอเปี๊ยะทอด – ใช้แป้งปอเปี๊ยะสด ห่อด้วยวุ้นเส้นและกะหล่ำ ผสมเครื่องปรุงพริกไทยรากผักชี มีความกลมกล่อม ทอดใหม่ๆ กินเพลินมาก

และยังมีไส้กรอกวีแกนทอด อันนี้คนที่เราพาไป เป็นมังสวิรัติมานานมาก กินเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว จานละ 79 บาท

สำหรับคนชอบอาหารสดชื่นแบบพีคๆ สามารถถามทางร้านได้ว่ามีซูชิหรือไม่ เพราะซูชิของที่ร้านนี้ทำจากผักสดทั้งหมด แครอต แตงกวา กะหล่ำม่วง ห่ออโวคาโด และแผ่นสาหร่าย เสิร์ฟกับน้ำจิ้มบีทรูทผสมอโวคาโดและมะนาว อร่อยสดชื่นมาก

และอาหารพิเศษที่มีบางวันก็ยังมี ข้าวแกงกะหรี่ ที่เสิร์ฟเป็นชุด ตามภาพล่าง (แต่ตัดสลัดออกไปถ้วยนึงนะคะ) มีข้าวกล้องออร์แกนิกของไทยนี่แหละ ข้าวเหนียวนุ่ม กินกับแกงกะหรี่เนื้อเนียนของญี่ปุ่นได้อร่อยมาก เพิ่มความเป็นเนื้อหนังด้วยลูกชิ้นบุกชุบแป้งทอดกรอบ เสิร์ฟกับน้ำจิ้มญี่ปุ่นอร่อยมากเลย ส่วนสลัด ทางร้านก็ดัดแปลงนำมิโสะมาผสมในน้ำสลัด ให้ฟีลลิ่งหอมอร่อยแบบญี่ปุ่น

หากจะให้เรียงตามความชอบอาหารที่กินมาทั้งหมด ก็จะได้ดังนี้ >>เต้าหู้ทอด >> ผัดไทยเห็ดโคน >> ขาเห็ดกระเพรา >> ยำมะม่วงไข่ดาว >> ปอเปี๊ยะทอด >> คั่วกลิ้งเห็ดโคน >> บะหมี่ต้มยำ >> ผัดขี้เมา และข้าวแกงกะหรี่

มาร้านนี้ให้สะดวก สามารถเดินจาก BTS สุรศักดิ์มาได้ เข้าถนนปั้นมา ผ่านสถานทูตพม่า แล้วมองไปทางด้านขวา ร้านจะอยู่ในซอยเล็กๆ เป็นบ้านสุดท้ายสุดซอย หรือหากจำเป็นต้องขับรถมา อาคาร “เศรษฐีวรรณ” ใกล้ๆ พอมีที่จอดค่ะ

House of Joy เป็นเหมือน complex น้อยๆ แต่หลายชั้น ของคนรักสุขภาพ ที่นี่มีทั้งเรือนนวด ที่ไฮไลต์คือการนอนแผ่นหินร้อน และนวดไทยแบบกดหนักๆ แก้เมื่อย ของมนุษย์ในเมือง เช่น ออฟฟิศซินโดรม คอบ่าไหล่ มือแขนขาชา นิ้วล็อค ก็สามารถ มีทั้งสตูดิโอโยคะ และ co-working space ด้วย สามารถติดต่อได้ดังนี้

เรือนนวด Sanfran Massage @ House of joy : T: 092-924-9549, 098-363-5224
Co-Working Space at House of Joy ราคา วันละ 250 บาท หรือเดือนละ 4,500 บาท ห้องประชุมใหญ่ 5,500 บาท/ 8 ชม. หรือ 3,000 บาท/ 4 ชม. และห้องประชุมปกติ 4,500 บาท/ 8 ชม. หรือ 2,500 บาท/ 4 ชม. โทรสอบถามที่ T: 093-889-0446, 086-896-6355, Line: @metadeehouseofjoy

House of Joy: Monday – friday: 11.00-18.00, T: 086-896-6355


🍀  สงวนลิขสิทธิ์เรื่องและภาพ | Copyright © 2017 Ohhappybear 🍀

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *