HK States of Mind ความสุขในมุมกระจุบกระจิบที่ฮ่องกง

1. MTRรถไฟใต้ดินเส้นสีน้ำเงินบนเกาะฮ่องกงมีการขยายเส้นทาง ทำให้ปลายทางฝั่งตะวันออกของรถไฟสายนี้มีจุดสิ้นสุดที่สถานี Kennedy Town แทนที่จะสิ้นสุดแค่สถานีเชิ๊งหวานเหมือนแต่ก่อน ทำให้ Kennedy Town ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายสุดเกาะ เป็นย่านท้องถิ่นของชาวฮ่องกงแท้ๆ ที่อาศัยปะปนอยู่กับชาวต่างชาติ expat ที่มาทำงานที่นี่ กลายเป็นอีกสถานที่ ที่เราไปเที่ยวได้ง่ายขึ้น

Kennedy Town มีทะเล และช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดของการไปที่นี่ก็คือเย็นๆ เพราะเป็นจุดที่พระอาทิตย์ตกดินสวยงาม มีร้านอาหารฝรั่ง มีคาเฟ่เก๋ๆ มีคอมมิวนิตี้ต่างชาติปะปนกับคนฮ่องกงท้องถิ่น ย่านนี้อยู่ใกล้ Hong Kong University มาแล้วรู้สึกว่าได้ออกนอกเขตนักท่องเที่ยวกับเขาบ้าง

ออกจากหน้าสถานีรถใต้ดิน ให้เดินตรงโลดขึ้นไปทางเหนือ ย่านนี้จะมีถนนเส้นหลักที่มีร้านรวงเก๋ๆ ตั้งสลับกันกับร้านเก่าแก่ของฮ่องกงอยู่สามถนน โดยเฉพาะถนนเลียบทะเล หรือ New Praya Kennedy Town มีร้านอาหารเรียงตัวอยู่แน่น เพราะตรงนี้นั่งทานข้าวไปสามารถมองวิวไปได้ ไหนๆ ก็มาย่านฝรั่งของฮ่องกงแล้ว เราเลยไปกิน Fish & Chips ที่ร้าน Fish & Chick ร้านเล็กกระจิ๋วหริว มีโต๊ะอยู่ไม่ถึงสิบโต๊ะ เรากินอาหารตามชื่อร้านเลย คือ ‘ปลาและไก่’ สามารถเลือกปลาได้หลายชนิดเช่นปลา Hake, Monkfish, Haddock, Cod และ Seabass เสิร์ฟกับซอสทาร์ทาร์ ซอสมะเขือเทศและเฟรนช์ฟรายส์ และไก่ย่าง ที่ย่างแบบง่ายๆ ไม่ได้ใส่เครื่องหมักอะไรมาก แต่เนื้ออร่อย ชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟกับสลัด มาตั้งแต่พระอาทิตย์รำไรถึงตกดิน เห็นได้ชัดว่าชาวฮ่องกงแม้จะเป็นชาวเกาะ แต่ก็โหยหาทะเลมากพอกับพวกเรา ตอนพระอาทิตย์กำลังตกสีท้องฟ้ากำลังสวย คนแห่ไปถ่ายรูปตรงจุดดูวิวแน่นมาก แน่นอนเรายืนอยู่หน้าร้านอาหารและถ่ายภาพคนเหล่านั้น

ขากลับเราแวะร้านไอติมน่ารักชื่อ Ice Monkey ขายไอศกรีมเบลเยียมและโฟรเซ่นโยเกิร์ต แน่นอนว่ามนุษย์ softie อย่างเราก็ต้องกิน soft serve frozen yoghurt กันคนละถ้วย ประดับประคาโปะด้วยหน้าช็อกโกแลตต่างๆ นานาที่เค้ามีให้พึงพอใจ

🦋

2. Cha Chan Tengมาถึงฮ่องกง ก็ต้องได้กินอาหารแบบฮ่องกง และอาหารเช้าแบบชาชานเต็งของฮ่องกงก็เป็นหนึ่งในอาหารที่เราชอบมาก มันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือนของที่นี่ หลายท่านอาจจะพอทราบแล้วว่า ชาชานเต็ง เป็นอาหารที่ชาวจีนฮ่องกง ‘adapt’ มาจากสมัยที่ใกล้ชิดกับอังกฤษ หน้าตาก็เลยออกเป็นลูกผสมอย่างที่เห็นในภาพ 

เรามักเข้าร้านชาชานเต็งเป็นมื้อเช้า เมนูยอดนิยมได้แก่ มาม่าโปะไข่ดาว+ไส้กรอก มักโรนี+หมูแดง หรือ มาม่าเนื้อใส่ขิง ส่วนเครื่องเคียงก็มีไข่ดาว+ขนมปังนุ่ม ขนมปังก้อนปิ้งทาเนย+โรยนมข้น ชาชานเต็งบางร้านมีเสิร์ฟข้าวแบบจีนด้วย คือข้าวหน้าของย่าง หรือบะหมี่เกี๊ยวกันตั้งแต่เช้า ที่ขาดไม่ได้เลยหากได้มาร้านแบบนี้ก็คือเครื่องดื่มเข้มข้นหวานมันตามสไตล์ชาชานเต็ง ชานมเอย และที่ขาดไม่ได้ในร้านแบบนี้ ก็คือ“หยืนเหยิง” ชานมผสมกาแฟนม มาแก้วเดียวได้สองอย่าง อร่อยดีงาม กินเลยไม่ต้องกลัวอ้วน เพราะมาฮ่องกงก็มักเดินขาลากกันเป็นปรกติอยู่แล้ว

หนึ่งร้านที่เราชอบไปคือ Dragon State Kitchen บนถนน Bonham Street ไม่ไกลจากสถานี MTR: Sheung Wan ซึ่งเราสองคนชอบพักแถวนั้นเวลาไปฮ่องกง ร้านนี้เปิดแทบจะ 24 ชั่วโมง พลาดมื้อเช้าก็ไปรับประทานมื้ออื่นได้ตลอดทั้งวัน

🦋

3. โจ๊ก + บะหมี่ ที่ฮ่องกง เป็นอะไรที่เราชอบมากๆๆ เอกลักษณ์เนื้อข้าวที่แสนจะเนียน ความร้อนที่อยู่ในชามที่ต้องรอให้เย็นซักพักหากไม่อยากเพดานปากพอง รายละเอียดมากมายที่ทั้งแบบตามองเห็นและไม่เห็น ฝีมือการเคี่ยวข้าวจนเปื่อยนุ่ม ความหอมของข้าวผสมกับหอยเชลล์แห้งและเครื่องตุ๋นทั้งหลาย หมูเค็มฉีกที่มีความนุ่มเนื้อและรสเค็มที่ปะแล่มกำลังดี ผสมผสานกับไข่เยี่ยวม้าหั่นชิ้นเล็กๆ รสกำลังเหมาะ แล้วยังต้นหอมที่ถูกซอยละเอียดยิบ ขยุมโปะมาให้พอสวยด้านบนอีก โจ๊กที่เราเห็นหนึ่งชามตรงหน้า คือเรื่องราวความใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนแรกของกุ๊กชาวฮ่องกงที่เราต้องนับถือจริงๆ เพราะไม่ว่าร้านเล็กร้านใหญ่ ร้านดังหรือไม่ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านโจ๊กของที่นี่ เค้าจะมีมาตรฐานความอร่อยประมาณนึง คนฮ่องกงรู้จักกิน คนทำก็ยิ่งต้องแสดงฝีมือ และค่าเช่าที่แพงมากๆ ทำให้พวกที่ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ มักจะอยู่ยาก

โจ๊กที่ดิฉันชอบมากที่สุด เป็นโจ๊กที่หาง่ายที่สุด คือ “เผ่ยต่านเซ่าหยกจ๊ก” หรือโจ๊กหมูเค็มฉีกไข่เยี่ยวม้า แต่หากอยากสั่งโจ๊กหมูเป็นก้อนๆ ให้พูดว่า “หยกหยุนจ๊ก” โจ๊กปลา = หยูผีนจ๊ก โจ๊กเนื้อ = เหง่าหยกจ๊ก และโจ๊กตับหมู = จูหยนจ๊ก ส่วนปาท่องโก๋ที่รับประทานคู่กันแล้วอร่อยฟินเฟร่อก็คือ “เหย่าจาไกว๋”

ส่วนบะหมี่นั้น เรากินไปทั่วๆๆ ร้านที่ชอบมากที่สุดคือ Chee Kei ที่มีสาขาอยู่ทั่วไป รวมทั้ง Causeway Bay, TST และ Langham Place ต้องเรียกน้ำย่อย โดยการกินหวั่นทั้นหมิ่น หรือหมี่เกี๊ยวน้ำที่มักมาเป็นถ้วยเล็กๆ มีบะหมี่โปะมาจนพูนบังเกี๊ยวจนมิด ก่อนสั่งโจ๊กปู ผัก หรือบะหมี่แห้งราดไข่กุ้งมาเพิ่มเติมให้ครบถ้วน

🦋

4. พระใหญ่ ที่วัดโป๋วหลิน บนเกาะลันเตาของฮ่องกงเป็นอีกสถานที่โปรด ต้องหาเรื่องไปเสมอแทบจะทุกครั้งที่ได้ไปฮ่องกง หากอยากจ่ายเงินเยอะก็ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า แต่ทางเลือกซึ่งเราเคยทำมาแล้วก็คือนั่งรถเมล์สาย 23 จากสถานี MTR: Tung Shung ได้เลย รถเมล์ใช้เวลาประมาณ 45 นาที และราคาถูกกว่ามากๆ คือเพียงคนละ 27HK$ ในขณะที่กระเช้าจะราคาคนละ 145HK$ (โดยประมาณ สำหรับตั๋วขาเดียว)

แต่ไม่ว่าจะเดินทางขึ้นเขาอย่างไร อย่ามัวแต่ไปเสียเวลาเดินเล่นตรง  tourist trap ที่อยู่หน้าสถานีกระเช้า เพราะที่วัดโป๋วหลิน เป็นวัดที่อยู่กลางหุบเขา เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าและอากาศบริสุทธิ์ มาแล้วแนะนำให้ใช้เวลาเดินทอดหุ่ย อาจจะปีนบันใดขึ้นไปสักการะพระใหญ่ แล้วเดินรอบบริเวณด้านบน ชมวิวทะเล และเกาะแก่งของทะเลจีนใต้ก็ได้ แนะนำว่า ให้แวะที่ตัววัดโป๋วหลินที่อยู่ตรงข้าม เพราะที่นี่มีร้านอาหารมังสวิรัติชื่อดังและอร่อยมาก ไปทุกครั้งจะต้องไปกินทุกครั้ง อาหารเค้าขายเป็นเซ็ต ราคาแตกต่างกันไป  เซ็ตด้านบนที่เรากินน่าจะเป็นเซ็ตเกือบใหญ่สุด ราคาประมาณ 276 HK$ สำหรับสองคน มีซุปเปรี้ยวหวาน ปอเปี๊ยะทอด ผัดผักสองชนิด และเต้าหู้นุ่มราดซอสส้ม ทุกอย่างอร่อยมากสมกับเป็นอาหารฮ่องกง ผักผัดกรอบๆ หวานๆ ทุกอย่างดีงาม แถมกินแล้วรู้สึกดีกับตัวเองอีกนิด เพราะสามารถอิ่มได้ด้วยมื้อที่ไร้เนื้อสัตว์ อย่างน้อยก็หนึ่งมื้อที่มาเที่ยวฮ่องกง

รับประทานเสร็จให้เดินอ้อมไปด้านหลังวัด จะมีร้านขนม Deli Vegetarian Cafe ที่มีขนมแบบจีนเช่นโมจิหิมะไส้ถั่ว (อร่อยมากๆๆๆๆๆ) หรืออะไรก็ไม่รู้หน้าตาสวยงามอีกมากมาย พูดจีนก็ไม่เป็นถามเค้าก็ไม่รู้เรื่อง แต่แนะนำเพราะทุกอย่างที่ซื้อมาอร่อยมากๆ นี่คือขนาดอิ่มท้องจิแตกจากมื้อหลักมาแล้ว

ร้านเปิด 11.30 – 16.30 น. ทุกวัน

🦋

5. จิบชา ในสวนฮ่องกง เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราชอบมากที่สุดอีกอย่างที่นี่ ในสวนสาธารณะฮ่องกง (Hong Kong Park) มีร้านชา LokCha Tea House ที่ตอนกลางวันจะเสิร์ฟชาพร้อมกับติ่มซำมังสวิรัติ แต่หากไปบ่ายหรือเย็น ติ่มซำอาจจะหมด ก็อาจจะได้กินเพียงขนมจุบจิบนิดหน่อยเท่านั้น

บรรยากาศที่นี่อย่างที่เห็นคือมีความเป็นจีนโคโลเนียลชัดเจน ความหรูหราของสถานที่หมายถึงราคาที่ออกจะไฮโซสูงส่งของชาที่นี่ แต่เมื่อเทียบกับทุกสิ่งอย่าง คือ เติมน้ำได้ไม่อั้น บรรยากาศดีนั่งแล้วสวย และชาคุณภาพที่ดีสุดๆ บางทีเราก็อาจจะต้องทำเป็นลืมๆ จำนวนเงินที่เราจ่ายไปบ้าง

นอกจากจะดื่มชาในร้านแล้ว ที่นี่ก็ยังขายชาจำนวนมาก ที่ชอบมากคือชาหลงจิ่ง หรือชาเขียว หรือชา Dragon Well ที่หอมสดชื่นมาก ชอบที่สุด แต่ซื้อกลับบ้านมาพร้อมกับ Yellow Tea ชงตามสูตรอุณหภูมิน้ำและเวลาทุกอย่าง ก็ไม่อร่อยหอมชุ่มคอเหมือนตอนไปจิบที่ร้านเลย แสดงว่าสถานที่ส่งผลต่อต่อมรับรสด้วยกระมัง

ร้านนี้มีสาขาที่ขายชาอย่างเดียว คือไม่มีร้านนั่งดื่มด้วยที่ย่าน Sheung Wan สามารถตามโพยจากเว็ปของร้านได้เลย ส่วนร้านในสวนฮ่องกง เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00 – 20.00 น. เฉาะวันเสาร์ ปิดดึกหน่อยคือ 21.00 น. และจะปิดทุกวันอังคารที่สองของเดือน

ตึกสูงของฮ่องกงเป็นเอกลักษณ์ของเค้า คนไปฮ่องกงมักคิดว่าไปแล้วต้องช็อปต้องกระหน่ำซื้อของ แต่สำหรับเราเราชอบไปฮ่องกงในมุมเหล่านี้ด้วย และทั้งหมดนี้คือ HK States of Mind ฮ่องกงในมุมต่างๆ ที่เราชอบและอยากแบ่งปันค่ะ >> อ่านเรื่องติ่มซำร้านร้อยปีของฮ่องกง

เพื่อนๆ สามารถใช้บริการของ Traveloka ในการจองที่พักในฮ่องกงและตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกงได้ง่ายมาก โดย Traveloka มีตั๋วเครื่องบินของทุกสายการบินที่บินไปฮ่องกง และที่พักราคาดีงามทุกแบบให้เลือก สะดวกมากที่สุด
 จองตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกงกับ Traveloka 
จองที่พักในฮ่องกงกับ Traveloka

🍀  สงวนลิขสิทธิ์เรื่องและภาพ | Copyright © 2003 – Present BY OHB Magnificent 🍀

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *