เก่าและดีที่ Nom Wah Tea Parlor นิวยอร์ค

Nom Wah Tea Parlor หน้าร้านอันเป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่ปี 1920s
สำหรับคนที่ชอบร้านอาหารเก่าแก่มีเรื่องราว เมืองที่น่าไปที่สุดในสหรัฐอเมริกา คงหนีไม่พ้นนิวยอร์ค เพราะที่นี่เป็นเมืองเก่า มีเรื่องราวมากมาย แถมบางเรื่องที่เราได้ยินได้ฟังเจอมาในหนังในละครมาก่อน ก็มีของจริงตัวจริงอยู่ที่นี่กันทั้งนั้น

ร้าน Nom Wah Tea Parlor ตั้งอยู่บนถนน Doyers Street ในกลาง China Town ของแมนฮัตตัน ร้านนี้เปิดตั้งแต่สมัย 1920s มาวันนี้ก็มีอายุเกือบจะหนึ่งร้อยปีแล้ว จึงนับว่าเป็นร้านที่เก่าแก่ ผ่านมาหลายยุค มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่นี่ ย่านที่เมื่อก่อนถูกเรียกว่า Five Points แหล่งมั่วสุมของบรรดาแก๊งค์ เป็นสถานที่อโคจรครบทุกแบบทุกสถานะ แถมถนน Doyers ที่ร้านนี้ตั้งอยู่ก็มีลักษณะโค้งหักศอก ว่ากันว่าตรงนี้แหละเป็นพื้นที่ต่อสู้ ลักลอบทำร้ายของสมาชิกแก๊งค์ทั้งหลาย จนกล่าวได้ว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนที่มีเลือดสาดมากที่สุดของทั้งแมนฮัตตันเลยทีเดียว

ด้านในยังเหมือนเดิม แม้รุ่นที่สามจะมาทำแล้วตอนนี้ก็ตาม ที่เปลี่ยนไปคือครัวและอาหาร ที่ทำใหม่สดแทนที่จะนึ่งแล้วเข็นออกมาให้เลือก

คนก่อตั้งร้านคือชาวจีนที่อพยพมาอยู่นิวยอร์คสมัยรุ่นนั้น ยุค 1920s คือยุคเฟื่องฟูของสหรัฐ เมืองมีการขยายตัว เห็นได้จากการที่บริษัทรถยนต์ฟอร์ดสามารถขยายมูลค่าตลาดของตนได้เกินระดับพันล้านเหรียญ และ Yankee Stadium ถูกสร้างขึ้นในย่าน Bronx ที่อยู่ทางตอนเหนือของแมนฮัตตัน สำหรับแฟนๆ หนังแฟนเพลง ก็จะต้องรู้ว่า ยุคนี้เองที่ F. Scott Fitzgerald พิมพ์หนังสือเรื่อง The Great Gatsby ซึ่งแสดงออกถึงแฟชั่น เพลง การใช้ชีวิตอันอู้ฟู่ของคนในยุคนั้น ดังนั้นพอมาถึงยุคนั้นแก๊งค์ต่างๆ ก็เริ่มหมดไปในย่านนี้ Nom Wah Tea Parlor เปิดประตูรับลูกค้าครั้งแรก ด้วยบรรดาเบเกอรี่ ขนมอบต่างๆ ของจีน มีสองครัวคือครัวขนม และครัวของคาว เชื่อหรือไม่ว่าขนมที่ขึ้นชื่อของร้านนี้ก็คือ ขนมไหว้พระจันทร์ ไส้ลูกบัว ไส้ถั่วแดง ที่เป็นแบบโฮมเมดทุกเม็ด อร่อยมาก จนทุกปีที่มีเทศกาลไหว้พระจันทร์​ จะมีคิวยาวยืดมารอเพื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์จากร้านนี้

ความหักศอกของถนน ทำให้ตรงนี้เป็นที่หลบซ่อนเพื่อดักรอคู่ต่อสู้ของแก้งค์ในอดีต

ต่อมาในปี 1950 วัยรุ่นชาวฮ่องกงอายุ 16 ปี ชื่อ Wally Tang อพยพมานิวยอร์ค และมาทำงานที่ Nom Wah จากพนักงานล้างจาน Wally ค่อยๆ เติบโตในสายงานจนในที่สุดเป็นคนคุมครัวทั้งหมดของร้านนี้ ตอนนั้นเค้าอายุเพียง 20 ปี Tang ทำงานที่ร้านนี้มาจนกระทั่งเจ้าของเดิมเกษียณอายุ และขายกิจการให้ในปี 1974 ตอนนั้นเค้าอายุ 24 ปี

ตลอดมาในอดีต Nom Wah เน้นขายขนมอบมากกว่าติ่มซำ แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในช่วงปี 1980s ที่ร้านเบเกอรี่ผุดขึ้นมาในย่านนี้มากมาย แถมขนมไหว้พระจันทร์ก็ไม่เหมือนเดิม จากที่ต้องใช้มือนวดมือทำมือเคาะทีละชิ้น ก็มีเครื่องมือมาช่วยผลิต ทำให้ขนมไหว้พระจันทร์ที่นำเข้าจากจีนจากฮ่องกง มีราคาถูกกว่าขนมไหว้พระจันทร์ทำมือที่ร้าน Nom Wah มาก แถมค่าเช่าย่านนี้ก็แพงขึ้น ทำให้ชาวจีนที่เมื่อก่อนสามารถค้าขายและอยู่อาศัยในย่านนี้ต้องทะยอยย้ายออกไปอยู่ที่ China Town แห่งใหม่ที่ย่าน Brooklyn และ Queens ส่วนร้าน Nom Wah ก็ปรับตัว จากขายเบเกอรี่เป็นหลัก ก็หันมาเน้นติ่มซำ จากที่เป็นร้านของชาวจีนในพื้นที่ Nom Wah ก็กลายเป็นร้านที่คนอเมริกันหรือนักท่องเที่ยวมากิน เป็น destination มากกว่าเป็น community tea parlor อย่างที่เคย

China Town ออริจิของแมนฮัตตัน อยู่ที่ย่าน Lower East Side

ก็เพราะเก่าเพราะแก่ ร้านนี้จึงผ่านเรื่องราวอะไรๆ มามากมายหลายอย่าง Wally ทำกิจการแบบคนที่อยู่ในยุค 1980s ซึ่งไม่เพียงพอที่จะแข่งขันกับสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่แมนฮัตตัน ร้านนี้กลายเป็นสถานที่เล่นไพ่ ดื่มชาของคนที่รู้จักกัน ติ่มซำแบบเดิมๆ ฮาเก๋านึ่งแล้วนึ่งอีกจนเปื่อยเละ อาหารไม่ใช่จุดเด่น แต่เป็นสถานที่ๆ เก่าแก่และออริจิ ซึ่งอันนี้ Wally รู้คุณค่าดี และฉลาดพอที่จะยกร้านนี้ให้หลานชาย Wilson Tang ที่ทำงานสถาบันการเงินและเปิดร้านขายขนมของตนเอง Wilson ปรับปรุงร้านทันทีเมื่อลุงยกให้ในปี 2010 เริ่มต้นที่การปรับปรุงครัว ปรับปรุงคุณภาพอาหาร ไปกินติ่มซำที่ Nom Wah ตอนนี้ แม้หน้าตาร้าน พื้นผนัง โต๊ะเก้าอี้ทุกอย่างจะเหมือนเดิม แต่จะไม่มีรถเข็น เข็นติ่มซำให้เลือกอีกแล้ว แทนที่คือเมนูที่มีรูปให้จิ้มสั่งเอา และเค้าจะนึ่งของที่เราสั่งมาให้ใหม่ๆ ส่วนเมนูติ่มซำยังเก่าแก่ โบราณเหมือนเดิม คือไม่มีของแฟนซีเหมือนร้านติ่มซำใหม่ๆ แถมยังมีของเก่าแก่ที่ดังมากของร้าน เช่น คุกกี้อัลมอนด์ และซาลาเปาไส้หวาน ให้สมกับที่นี่เคยเป็นตำนานแห่งเบเกอรี่ฮ่องกงในนิวยอร์คอีกด้วย

Nom Wah Tea Parlor
13 Doyers St.
New York, NY 10013
T: (212) 962-6047
Mon–Sun: 10:30AM–10:00PM

อ่านเรื่องของอีกร้านเก่าและดีมากในนิวยอร์ค Katz Delicatessen ที่เปิดตั้งกะปี 1888 โน่น


ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก Eater
🍀  สงวนลิขสิทธิ์เรื่องและภาพ | Copyright © 2003 – Present BY OHB Magnificent 🍀

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *