Life Story in a Bowl @ โกเบ๊นซ์ ข้าวต้มแห้ง ภูเก็ต

ว่า จะโทรสัมภาษณ์โกเบ๊นซ์เรื่องอาหาร อยากจะถามเรื่องเคล็ดลับความอร่อย แต่ไปๆ มาๆ กลับไปรู้เรื่องราวชีวิตของโกเบ๊นซ์และป้าตุ๊ก สองสามีภรรยาเจ้าของยุทธจักรข้าวต้มแห้ง เกาเหลาเลือดหมูแห่งภูเก็ตไปได้

ร้านโกเบ๊นซ์ เป็นอีกหนึ่งร้านที่คงไม่ต้องมีการอารัมภบทกันมาก ร้านนี้เปิดหนึ่งทุ่มตรง แต่ลูกค้าที่ขี้เกียจรอคิว ก็มักจะเข้ามานั่งจองโต๊ะจองเก้าอี้กันตั้งแต่หกโมงเย็น นั่งรออย่างอดทนจนร้านเปิด ส่วนคนที่มาสาย แม้เพียงสิบนาที ก็จะต้องโปรดทำใจ เพราะที่นั่งในร้านจะเต็มแล้ว ให้ไปต่อคิวด้านหน้า แล้วหากได้นั่งและไม่ได้สั่งอาหารล่วงหน้า บางทีอาจเจอคนสั่งกลับบ้านมากมายหลายถุง อาหารก็จะช้าหน่อย แต่ช้าอย่างไร คนก็รอได้อยู่ดี เพราะทุกอย่างที่โกเบ๊นซ์และป้าตุ๊กผู้เป็นภรรยาและ wind beneath his wings ทำอร่อยมากมาย ทุกอย่างที่ร้านทำเองหมด แม้กระทั่งพริกน้ำส้ม กระเทียมเจียวตั้งแต่เจียวกากหมู พริกป่น พริกผัด นี่คือฝีมือติดตัวของป้าตุ๊ก ชาวชลบุรีและสามี (โกเบ๊นซ์ เป็นชาวลำพูน) ที่ย้ายมาตั้งรกรากที่ภูเก็ต หลังจากธุรกิจที่บ้านต้องเลิกกิจการ เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่เมื่อยี่สิบปีก่อน (พ.ศ. 2540) จนย้ายมาตั้งรกรากใหม่ที่หาดป่าตองของภูเก็ต เพียงเพราะน้องชายป้าตุ๊กชวนให้มา “มาทำอะไรขายกัน ส่วนโกเบ๊นซ์ก็น่าจะพอมาวิ่งรถเช่าได้” ตามคำชวนของน้อง

“เมื่อก่อนเราทำกิจการใหญ่นะ ทำรถเช่าพร้อมคนขับให้กับบริษัทญี่ปุ่นทั้งหลาย” ป้าตุ๊กเล่าให้ฟัง “แต่พอเศรษฐกิจล้ม บริษัทญี่ปุ่นก็ลดค่าใช้จ่าย แถมบริษัทรถยนต์ที่เคยขายให้เราไปทำการเช่าอีกที ก็ทำกิจการแข่งกับเรา ซึ่งเราไม่มีทางสู้เขาได้แน่นอน มันรถของเค้า เค้าจะทำราคาอะไรอย่างไรก็ได้ นอกจากรถตู้ เราก็มีรถบัสอีกนะ เป็นรถบัสวิ่งรับส่งพนักงานให้แก่บริษัทต่างๆ แต่ก็เจอปัญหาเดียวกัน สุดท้าย เราต้องขายรถขายบ้าน ใช้หนี้จนหมด จ่ายแพคเกจให้ลูกน้องคนละสามเดือน เหลือแต่วอลโว่และโตโยต้าคราวน์สองคัน แล้วลงมาเริ่มต้นชีวิตกันใหม่ที่ภูเก็ต ที่หาดป่าตอง เพราะน้องชายทำงานเป็นกุ๊กอยู่ที่นั่น”

คุณป้าชาวชลบุรีคนนี้มีฝีมือในการทำอาหารอยู่แล้ว มาถึงป่าตอง ป้าตุ๊กทำขนมจีบขาย พี่สาวโกเบ๊นซ์ทำซาลาเปาขาย ใส่รถเข็นเดินขายอยู่หน้าหาดนั่นแหละ คนมีฝีมืออยู่ที่ไหนก็ได้ หรือคนใจดีจิตใจดีมักจะได้รับความช่วยเหลือก็เป็นได้ ขนมจีบที่ป้าตุ๊กทำขาย ไม่ใช่ขนมจีบธรรมดา แต่เป็นขนมจีบโฮมเมดทุกขั้นตอน “แป้งก็นวดเอง ไส้ก็ทำเอง ทำเองทุกอย่าง มันอร่อยมาก วันนึงขายได้สองพันลูก ทำได้เท่านั้นมากสุดแล้ว เพราะทุกอย่างเราทำเองหมดเลย”

วันหนึ่ง คนที่เห็นป้าตุ๊กเข็นรถเข็นขายขนมจีบคนหนึ่งเข้ามาทักว่า หน้าตาอย่างป้านี่น่าจะเคยทำอย่างอื่นมาก่อน เลยเล่าให้เค้าฟัง เค้าเลยช่วยหาที่ทำมาหากินให้ “จะได้ไม่ต้องเดินเข็นรถ มันเหนื่อย” เค้าพาให้ป้าตุ๊กและโกเบ๊นซ์มาพบกับเจ้าของตึกแห่งหนึ่งที่ป่าตอง ที่ใจดีมากให้ใช้ที่โดยไม่คิดค่าเช่า เป็นการช่วยเหลือครอบครัวนี้ “ป้าก็จัดการขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเลย หนึ่งมันเป็นอาหารทานง่าย ป้ามีฝีมือการทำอาหารนะ แถมก๋วยเตี๋ยวไก่มะระนี่ยังถูกปากคนที่ทำงานย่านนั้น ที่ส่วนใหญ่มาจากแถบอีสานกันอีก ขายดีมาก ดังมากเลยนะร้านป้าหน่ะ ตอนนั้นใช้ชื่อโกเบ๊นซ์แล้ว”

แต่ทว่า…หลังจากนั้นอีกไม่นาน เจ้าของบ้านก็เสียชีวิตลง ตึกที่ป้าตุ๊กและโกเบ๊นซ์ขายอยู่ก็ถึงคราวถูกแบ่งให้ลูกๆ ทำให้ครอบครัวนี้ต้องย้ายถิ่นฐานอีกครั้ง

“ขายก๋วยเตี๋ยวเราขายยังไงก็สู้ค่าเช่าไม่ได้หรอก” ป้าตุ๊กอธิบาย “ค่าเช่าที่ป่าตองเดือนละอย่างน้อย 4-5 หมื่นสมัยนั้นนะ เพราะเป็นยุคที่บูมมาก ร้านเรากึ่งรถเข็นนะ ขายได้วันละ 20,000 บาทนี่ถือว่าหรูมาก แต่หากต้องไปเช่า จ่ายค่าลูกน้อง มันอยู่ไม่ได้”

“ก็เลยคิดกันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองดีกว่า ป้ามานั่งคิดสะระตะ ว่าตัวเองนี่มีฝีมือเรื่องทำอาหารจากหมู เครื่องใน อะไรนี่เราไม่เป็นรองใครนะ แล้วสมัยนั้นภูเก็ตก็ยังไม่มีร้านเกาเหลาแบบที่เราคิดจะทำ มีร้านขายข้าวต้มหมูตอนเช้าเท่านั้นเอง ตอนกลางคืนนี่หากินไม่ได้ เราก็เลยเปิดโกเบ๊นซ์ขึ้นมาตรงนี้ จากเป็นร้านเพิงหลังคาสังกะสีเลยนะ เริ่มที่ซอกเล็กๆ นี่แหละ เปิดมาตอนนี้ก็ 17 ปีแล้วจ๊ะ”

จะบอกว่า เราได้ไปกินโกเบ๊นซ์ครั้งแรกตอนทำหนังสือ คืออร่อยมากๆๆ มันกลมกล่อม หอมพริกไทย ทุกอย่างมันเข้าเนื้อเข้าหนัง กลมกล่อมสุดๆ มาครั้งหลังคือสัปดาห์ก่อน (6 กรกฏาคม 2560) ก็ปรากฏว่าทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม คนเยอะมากมายร้านแตกเหมือนเดิม ที่ดีมากก็คือโกเบ๊นซ์คนเดิมยังอยู่หน้าเตา ทำเองทุกชาม (มีลูกมือช่วยนะ) แต่โกเบ๊นซ์เค้าชิมเองทุกหม้อ ตอนที่แกตักน้ำซุปจากหม้อใหญ่ด้วยกระบวย เทน้ำซุปจากกระบวยมาใส่ช้อนชิมส่วนตัวนั่นแหละ แกต้องยกผ้าปิดจมูกออก ตอนนั้นเราเห็นนะ หนวดโกเบ๊นซ์ เพราะเป็นลุคเฉพาะตามภาพวาดที่ติดไว้หน้าเคาน์เตอร์ ถามแล้วคอนเฟิร์มเลยว่าโกเบ๊นซ์และป้าตุ๊กยังทำเองทุกอย่าง เหมือนเดิม และอร่อยเหมือนเดิม อร่อยมากเหมือนเดิม

“ข้าวต้มแห้งนี่เป็นอาหารเมืองชลบุรีนะ” ป้าตุ๊กบอก “มันคือข้าวสวย ที่ก็จะต้องหุงให้สวยหน่อย โปะด้วยเครื่องเกาเหลา โรยกากหมูกระเทียมเจียว เสิร์ฟกับน้ำซุปแยกมาในถ้วย” ฟังดูไม่น่าจะมีรสชาติ แต่ขอให้ลอง เพราะข้าวสวยนุ่มมาก หมูเครื่องดีมาก กระเทียมเจียวดี หอม อร่อยสุดๆ “เด็กๆ เค้าไม่ปรุงหรอกนะ กินอย่างนั้นแหละ”

นอกจากข้าวต้มแห้ง แนะนำว่าให้กินข้าวต้มกระดูกหมูด้วย น้ำซุปอบอวลไปด้วยพริกไทย เหงื่อซึมออกมาทุกรูขุมขน เรามาเจอตอนสั่งใส่ถุงกลับบ้านลงพอดี รอไปนานซักครึ่งชั่วโมง แต่ชามที่สอง อันเป็นก๋วยจั๊บไม่ใส่เครื่องในที่อร่อยมากอีก (น้ำซุปเดิม เครื่องเดิม เปลี่ยนไปก็เส้น) ใส่น้ำส้มพริกตำนิดหน่อยเริ่ดจริงๆ มาเสิร์ฟเร็วมาก ถามแล้วเป็นแบบนี้นะคะ จะได้ไม่ต้องรีบสั่งชามที่สอง ส่วนหมูกรอบมาชิ้นเบ้งอย่างในภาพ เสิร์ฟมากับซีอิ้วดำ จานที่เราได้เนื้อเยอะมาก แต่รสชาติออกจะจืดๆ แนะนำว่าหากไม่อยากรับประทานหมูมากไปเหมือนเราสองคนในวันนั้น สั่งหมูกรอบเพิ่มมานิดหน่อยในอาหารที่สั่งก็น่าจะดีค่ะ

โกเบ๊นซ์ เปิดทุกวัน 19.00 – 02.00 น. ปิดทุกวันพระ โทร.094-060-7799

💚☘ เรื่องและภาพมีการสงวนลิขสิทธิ์ | words and images are copyrighted.💚☘

 

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *