Lunch that Feels Like Tasting Menu

Mood and tone at the Reflexions, Plaza Athenee Bangkok.
หนึ่งอาจจะเป็นเพราะเมนูอาหารที่นี่ไม่มีชื่อ มีเพียงรายการส่วนผสม ที่ทำให้เรา wonder ไปเองว่าจะได้รับประทานอะไร และสอง ชื่อเสียงของเชฟหญิงคนนี้ คุณ Roxanne Lange ชาวเนเธอร์แลนด์​ ที่ลงมือทำอาหารด้วยตัวเองทุกจาน แม้กระทั่งเป็นอาหารชุดมื้อกลางวัน แถมยังประดิดประดอยรายละเอียดให้สมกับให้ออกมาจากตัวเธอ ที่เคยทำงานกับเชฟ Henk Savelberg จนสุดท้ายได้เป็นถึง sous chef ที่ร้าน Savelberg ดั้งเดิมที่เนเธอร์แลนด์กันเลยทีเดียว

Complimentary nibbles, breads, amuse buche and the beef tartare.

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เมื่อเชฟโรแซนย้ายมาที่ห้องอาหาร The Reflexions โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน เธอถึงยังคงปรุงอาหารในแบบที่เธอชอบ ถนัด และคุ้นเคย แน่นอนใครๆ ก็รู้ดีว่าตอนนี้วงการห้องอาหารมีการแข่งขันกันสูง จากที่เราเคยรับประทานอาหารแบบ tasting menu หรือ degustation ที่มักเป็นการโชว์ฝีมือเชฟ มีอาหารมากมายหลายคอร์ส (มากถึง 24 คอร์สก็มีมาแล้ว) ตอนนี้ก็มีการปรับตัว อาหารยังคงอร่อย ดูดี สวยงามชวนว๊าวด้วยรายละเอียดกรุบกริบ แสดงออกถึงการครุ่นคิดวิเคราะห์ถึงสัมพันธภาพของรสสัมผัสที่ดูเหมือนไม่น่าจะเข้ากันแต่เข้ากัน มีการเพิ่มส่วนผสมที่จริงๆ ไม่ควรหรอก แต่เพิ่มไปก็ปรากฏว่าสนุกสนานเมื่อได้ชิม สิ่งเหล่านี้ยังมีหมด แต่ในรูปแบบของเซ็ตลันช์ ราคาสมกับความปราณีตคือ 2 คอร์ส 999++ บาท 3 คอร์ส 1,250++ บาท

The super creamy and rich lobster bisque.

ซึ่งในเมนูนั้น ก็จะมีบางตัว เช่น Wagyu Striploin No. 4 ที่ต้องเพิ่มอีก 700++ บาท และหากเป็นคนชอบชีส เค้าก็มีชีสพรีเมี่ยม Les Frères Marchand จากฝรั่งเศสไว้ให้คุณลิ้มลอง ในราคา 450 บาท (3 ชิ้น), 700 บาท (5 ชิ้น) และ 950 บาท (7 ชิ้น) ซึ่งสองอย่างนี้ต้องบวกเข้าไปในราคาปรกติ

อาหารแต่ละจานออกจะปริมาณน้อยไปซักหน่อย แต่ทว่ามันคือเซ็ตลันช์ที่คุณคงหาโอกาสมาหม่ำหากต้องการชิมฝีมือเชฟสาวคนนี้ อย่างที่บอก เมนูเป็นแค่ลิสต์ส่วนประกอบในจาน ที่เหลือคือเราต้องมาพินิจดูรายละเอียดกันเองเมื่ออาหารมาถึง เช่น

Starters เลือกได้จาก

  1. Salmon / potato / ceviche / citrus / pork belly / fennel / tiger prawn
  2. Lobster soup / lobster ravioli / popcorn / sweet corn / sour cream
  3. Steak tartare / quail egg / pickled onion / cucumber / mustard ice cream

สิ่งที่ได้รับประทานก็คือ

  1. แซลมอนสดแล่บาง คลุมและสอดไส้ด้วยสลัดกุ้ง เสิร์ฟกับสลัดผักสวยๆ ในถ้วยน้อยๆ ของสดดีและอร่อยมาก
  2. ซุปล็อบสเตอร์ มีเนื้อล็อบสเตอร์เป็นต่อนๆ สองสามชิ้น เกี๊ยวไส้ล็อบสเตอร์บด ผักสดและป๊อปคอร์น (ที่มีความเหนียวนิดนึง แต่กินกับซุปก็อร่อยดีนะ แทนแคร็กเกอร์กระมัง) อร่อยและรสเข้มข้น แต่ออกจะมีมันหนักมาก
  3. เนื้อสดสับ เสิร์ฟกับไข่นกกระทา และเครื่องเคียงรสเปรี้ยว และไอศกรีมมัสตาร์ด
The salmon salad with ceviche stuffing.

ส่วน Main course มีให้เลือกดังนี้:

  1. Dover sole / caper / shallot / sugar snap / grapes / lemon
  2. Aquarello Risotto / tomato / asparagus / sour cream / olive oil / spring onion
  3. Slow cooked chicken / duck liver terrine / leek / garlic / mushroom / truffle vinaigrette
  4. Wagyu Striploin NO 4 / bone marrow / eggplant / paprika / beef cheek (เพิ่ม 700++ บาท)

จานแรกคือปลาโซลโดเวอร์ ตัวไม่ใหญ่ แต่สดมากที่สุดที่เคยกินปลาต่างประเทศในกรุงเทพฯ เชฟเลาะก้างออกหมด แล้วนำมาประกบกันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วย่าง เนื้อยังมีความชุ่มและหวานตามธรรมชาติ เสิร์ฟกับซอสเคเปอร์เลม่อน องุ่น และแอสพารากัส จานนี้ดีงามที่สุดสำหรับดิฉัน

ต่อมาคือริซอตโต ที่ทำจากข้าวเก่า หรือที่เรียกว่า Aquarello Risotto คือข้าวพันธุ์ carnaroli เก็บในยุ้งอย่างน้อยหนึ่งปี ว่ากันว่ายิ่งเก็บนานยิ่งมีคุณภาพเหมาะมากสำหรับการทำริซอตโต จานนี้ถามได้ความว่าเชฟทำให้มีกลิ่นอายของพิซซ่า ริซอตโตมีความเนียน รสเข้มด้วยซอสมะเชือเทศปรุงที่ใช้ต้มกับข้าว รับประทานคำเดียวกันกับแอสพารากัสหั่นแว่น และซอสครีมเปรี้ยว อร่อยดีทีเดียว

จานไก่ คือเนื้อไก่หนาๆ ที่เชฟนำไปซูวิด (sous vide) ให้สุกและนุ่มแต่ชุ่มฉ่ำ ถูกนำมาย่างเสิร์ฟกับซอสเนื้อตับ มีต้นกระเทียม กระเทียม เห็ด และน้ำส้มทรัฟเฟิล จานนี้รู้สึกเหมือนกินอาหารแถบเอเชียนมากๆ เพราะมีต้นกระเทียม แต่ก็อร่อยดีอยู่

ต่อมาคือเนื้อวากิว มาชิ้นไม่โตนักตามที่เห็น แต่ย่างพอสุกนุ่มนวลมาก รับประทานคู่กันกับซอสเนื้อและเครื่องเคียงอันได้แก่มะเชือยาวบด พริกตุ้มบด อันนี้อร่อย แต่ในกระดูกที่เค้าว่าเป็นแก้มวัวผสมชีสนั้น เป็นเนื้อแก้มวัวที่หั่นเต๋าเล็กๆ ผัดกับชีส บรรจุลงไปในกระดูกอีกที น่าจะเป็นเทคนิคทำให้ว๊าวได้ แต่รสชาติสำหรับดิฉันคิดว่าเฉยๆ

Dover sole, risotto, chicken and Wagyu beef.

ส่วน Dessert ของหวานนั้นก็ไม่ธรรมดา เลือกได้จาก:

  1. Strawberry / lemon / sour cream / vanilla / rhubarb / strawberry sorbet
  2. Roasted Banana / mango / lime mousse / banana espuma / honey ice cream

เชฟ Roxanne เธอเป็นเพสตรี้เชฟที่เก่งมากด้วยอีกต่างหาก ดูขนมของเธอด้านล่างที่สวยงาม เอาจริงๆ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบกินอะไรที่ผ่านกระบวนการซับซ้อนมาก เลยชอบจานกล้วยเป็นพิเศษ เป็นกล้วยย่างหอมๆ รับประทานกับไอศรีมกล้วย มูสมะนาว ไอศกรีมน้ำผึ้ง มะม่วงสด และครัมเบิ้ลกรุบๆ นิดหน่อย อร่อยมาก

ส่วนสตรอเบอร์รี่ก็ดีอยู่ เชฟเค้าเลือกใช้สตรอเบอร์รี่จากเกาหลีที่ลูกโตเนื้อฉ่ำๆ หวานๆ รับประทานกับครีมมูสรูบาร์บ และไอศกรีมสตรอเบอร์รี่ อร่อยดีค่ะ

อีกจานเค้านำมาให้ชิม เป็นช็อกโกแลตมูส ด้านในมีไส้เบอร์รี่ อร่อยดีทีเดียว

หากสั่งชากาแฟเพิ่ม เค้าจะเสิร์ฟกับช็อกโกแลตทรัฟเฟิลตามภาพค่ะ

Banana, chocolate, chocolate truffle and strawberry.
The Reflextions, Plaza Athenee Bangkok ถนนวิทยุ
มื้อกลางวัน อังคาร – เสาร์ ตั้งแต่เวลา 12:00 น. – 14:00 น.
มื้อค่ำ อังคาร – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18:00 น. – 22:30 น.
บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12:00 น. – 14:30 น.
โทร 02-650-8800, www.plazaatheneebangkok.com


 

เรื่องและภาพมีการสงวนลิขสิทธิ์ | words and images are copyrighted.

☘ 💚 Many thanks to the Plaza Athenee Bangkok. 💚☘

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *