Shooting the Breeze + Tuscan Wine Dinner at Rossini’s

Welcome canape from Chef Gaetano Palumbo with Follador, Prosecco Gold Treviso, NV. Rossini’s, signature very delish breads, me and Nong Ton from Prestige Thailand and the delicious petit fours.
สำหรับผู้ที่ชอบกินดื่ม วิธีเรียนรู้เรื่องอาหารและไวน์ได้แบบเนียนๆ ก็น่าจะเป็นการไปรับประทานอาหารแบบไวน์ดินเดอร์ ที่มักจะเป็นการจับคู่อาหารและไวน์​แบบต่างๆ อย่างมีคอนเซ็ปต์ โดยคนจัดมักเลือกไวน์ที่มาจากเฉพาะที่ หรือเฉพาะแคว้น หรือเฉพาะไร่ นำมาเฉพาะบางตัวที่อยากแนะนำ โดยจับคู่กับอาหาร จึงต้องมีการวางแผนทำให้อาหารเข้ากันกับไวน์ คือกินร่วมกันแล้วอร่อย โดยเฉพาะอาหารฝรั่งที่มักเลี่ยน หนัก และมัน การกินไวน์กับอาหารฝรั่งจึงมักทำให้อาหารอร่อยขึ้น ส่วนใหญ่ไวน์ดินเนอร์จะมีอาหารหลายคอร์ส 5-6 คอร์สบ้าง หรือเลยเถิดไปไกลถึง 8-9 คอร์สก็มี ซึ่งหากเป็นอาหารหลายๆ คอร์สแบบนี้เค้ามักเสิร์ฟอย่างละนิดละหน่อย ให้ลองชิมฝีมือเชฟ แบบนี้จะเรียกว่า tasting menu หรือ degustation menu (ดีจุสตาซิออง)

White asparagus, Hokkaido scallop, truffle caviar, tarragon sabayon and speck ham + Casanova Di Neri, Rosso di Montalcino, 2013.

สัปดาห์ก่อนดิฉันได้ไปรับประทานไวน์ดินเนอร์ที่ห้องอาหาร Rossini’s ของโรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit มา สำหรับแฟนๆ อาหารอิตาเลียน ห้องอาหาร Rossini’s นี้น่าจะเป็นอีกห้องหนึ่งที่อยู่มานานเก่าแก่เชื่อถือได้ ตอนนี้เชฟใหญ่ที่เป็นเชฟบริการเบอร์หนึ่งของโรงแรม ก็เป็นเชฟประจำห้องนี้ มาจากเกาะซิซิลีทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีกันเลยทีเดียว มีหน้าตาคมเข้ม คิ้วหนาหน้าตาออกแขกขาวมากและทำอาหารอร่อยดีทีเดียว เชฟมีชื่อว่า Gaetano Palumbo วันที่ไปรับประทานนั้น เค้าต้องการนำเสนอไวน์จากแคว้นทัสคานี (Tuscany) ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนกลางของประเทศอิตาลี แคว้นนี้ขึ้นชื่อเรื่องศิลปะเรเนสซองต์ และไวน์ โดยเฉพาะไวน์โลกเก่า ที่ยังมีกรรมวิธีการผลิตแบบเก่าๆ ดั้งเดิม คือยังใช้วิธีที่ใช้กันเมื่อหลายศตวรรษก่อน โดยมีพื้นที่ผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงเช่น Montalcino, Rancia, Oreno, Bolgheri และ Vin Santo

Tuna Tartare with spring salad + Felsina, Chianti Clasico Riserva Rancia, 2011.

ไวน์ดินเนอร์ของ Rossini’s มีขึ้นตามโอกาส ส่วนมากทางโรงแรมจะประกาศให้แก่แขกประจำ หรือแฟนๆ ของทางร้าน สนใจก็จะจองมา จองล่วงหน้ามีลด  20% และส่วนใหญ่ก็จะมีรูปแบบคล้ายๆ กันคืออาหารห้าคอร์ส ไม่รวมของว่างขณะรอเวลา ซึ่งก็มักจะเป็น canape จุบจิบสามสี่อย่าง รับประทานกับไวน์ขาว หรือ sparkling line หรือในกรณีเป็นอิตาเลียน จะเรียกว่า Prosecco โดยอาหารจะเริ่มเสิร์ฟประมาณหนึ่งทุ่มครึ่ง เป็นอาหารห้าคอร์ส จานและปริมาณจะใหญ่ จับคู่กับไวน์ที่แตกต่างกันไป ช่วยเสริมรสอาหาร ทั้งหมด 5 ชนิด ไม่รวมขนมปิดท้ายที่มาพร้อมชากาแฟ (caffe the e piccoli dolci) ทั้งหมดที่เห็นในหน้านี้ ราคาท่านละ 3,800++ บาท (สามารถอ่านเรื่อง wine dinner ที่ ​Rossini’s ที่ทำให้เรารู้จัก ​CSR ที่เก๋มากของอิตาลีได้ที่นี่ค่ะ)

Saffron Carnaroli risotto, grilled baby lamb ribs + Tenuta Sette Ponti, Oreno, 2013.

คิดว่าเพราะคุณเชฟเกตาโนเป็นคนซิซิลี เกาะใหญ่ทางตอนใต้ของอิตาลี ที่อยู่ใกล้กับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อาหารของเขาถึงไม่ครีมมี่ ไม่เลี่ยนอะไรมากนัก มีบ้างนะความเป็นครีม แต่ไม่หนัก ไม่เยิ้ม เริ่มตั้งแต่ของว่างที่เซ็ตบรรยากาศดังกล่าว เพราะมีซุปเย็น gazpacho ใส่เนื้อทูน่าสด มูสแซลมอน และ crostini ขนมปังกรอบหน้าเนื้อ สามอย่างนี้ให้เวียนรับประทานคู่กับ Follador, Prosecco Gold Treviso, NV

เมื่อได้เข้าไปนั่ง ผู้นำเข้าไวน์และเลือกไวน์สำหรับงานนี้ ก็มีการกล่าวแนะนำไวน์ โดยมีการพูดถึงแคว้นทัสคานีในฐานะผู้ผลิตไวน์ชั้นนำของโลก มีการใช้ระบบ DOC และ DOCG ในการจดทะเบียนควบคุมเขตการผลิต ประมาณเดียวกันกับที่ประเทศฝรั่งเศสมีการควบคุมแบบนี้เหมือนกันแต่จะเรียกว่า AOC โดยไวน์ที่เลือกมาในสำหรับอาหารในวันนั้น ก็จะเหมือนกันกับการรับประทานอาหารฝรั่งโดยทั่วไป คือเริ่มตั้งแต่ตัวที่มีรสชาติอ่อนสุด ไล่ไปยังเข้มหนักที่สุด ตามทฤษฎีที่ว่า อาหารอ่อน ไวน์อ่อน อาหารรสจัด ไวน์รสจัด จะได้เข้ากัน

อาหารจานแรกคือเรียกน้ำย่อย มีหน่อไม้ฝรั่งขาวพันกับ speck ham หรือแฮมรมควัน รับประทานกับหอยเชลล์ฮ๊อกไกโดสับ เสิร์ฟกับซอสครีมหญ้าฝรั่น และไข่มุกรสเห็ดทรัฟเฟิล (White asparagus, Hokkaido scallop, truffle caviar, tarragon sabayon and speck ham) สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับไวน์ดินเนอร์คืนนี้ก็คือ ไม่มีไวน์ขาวเลย แดงล้วนๆ ตั้งแต่แรกเลย แก้วแรกเป็น Casanova Di Neri, Rosso di Montalcino, 2013 ที่ดีงาม ออกฝาดเล็กน้อย แต่นุ่มนวลใช้ได้ เข้ากับอาหารได้ดี

Duck breast, parma ham, sweet cherries and kohlrabi + Orma Bolgheri, 2013.

จานที่สองเป็นสลัดเนื้อปลาทูน่าสด จานนี้รับประทานกับไวน์ Felsina, Chianti Clasico Riserva Rancia, 2011 ไวน์แดงอีกเช่นกัน แต่มีความหนักขึ้นมาอีกนิดนึง Chianti เป็นชื่อแคว้น และไวน์แก้วนี้เป็นไวน์ออแกนิคด้วย

จานที่สาม เริ่มหนักขึ้น ก็คือริซอตโต้หญ้าฝรั่น (อร่อยมากๆ) เสิร์ฟกับซี่โครงลูกแกะย่าง ที่อร่อยมากอีก หนังกรอบและหอม ความมันของจานนี้ คู่กันกับไวน์แดง Tenuta Sette Ponti, Oreno, 2013. 

จานที่สี่ คือเนื้อเป็ด เชฟใช้อกเป็ดฝรั่งเศส นำไปย่างกำลังนุ่มๆ ไม่แข็ง หนังเป็ดเค็มแหลม แต่หอมอร่อยเลย จานนี้เสิร์ฟกับพาร์ม่าแฮม เชอร์รี่ และกะหล่ำปม (Kohlrabi)  จานนี้เสิร์ฟกับไวน์แดง Orma Bolgheri, 2013 

สำหรับของหวาน บอกเลยว่าดีงามมาก มันคือช็อกโกแลตมูสผสม Sambuca หรือ liquor อิตาเลียนรส anise กับไอศกรีมเชอร์เบ็ตที่ทำจากแอปริคอตและแครอต มีแอปริคอทย่างหวานหอมมาก และแครอตเชื่อมแนมมาด้วย อร่อยมาก ของหวานก็ต้องคู่กับไวน์หวานที่ทัสคานีขึ้นชื่อมาก เรียกว่า Vin Santo จาก Felsina ผลิตจากองุ่นปี 2004 ไวน์หวานก็มีรสหวานถูกปากเรามาก แต่ความหวานของไวน์มักหมายถึงปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงด้วย จึงควรระมัดระวังในการดื่มนะคะ และโปรดอย่าประมาทอย่าดื่มและขับ เพราะอันตรายมากมายจริงๆ

ห้องอาหารอิตาเลียน Rossini’s เปิดบริการอาหารอิตาเลียนทั้งมื้อกลางวันและเย็น และ มักมีการจัดไวน์ดินเนอร์อยู่เนืองๆ ตามโอกาส สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็ปของโรงแรมค่ะ โทร. 02-649-8888, www.rossinisbangkok.com

 


เรื่องและภาพมีการสงวนลิขสิทธิ์ | words and images are copyrighted.

 💚 Cheers to the Sheraton Grande Sukhumvit 💚 

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *