ข้าวต้มปลาเซี่ยงกี่ และ Cherry on Top

เอาจริงๆ เลยนะ เราว่าการไปกินข้าวต้มปลาชามละ 300 บาทที่ร้านเซี่ยงกี่นี่ถือว่าเป็นหนึ่งใน bucket list ของมนุษย์ที่บ้าคลั่งอาหาร ชอบลองของกินของอร่อยแถวเยาวราชก็ว่าได้ แต่ไปกินมาแล้วจะรู้สึกว่าอยากไปกินซ้ำอีกเป็นลูกค้าประจำหรือไม่ ก็คงต้องคิดอีกที หนึ่ง มันไม่ใช่ว่าข้าวต้มร้านนี้ไม่อร่อยหรอกนะ รสชาติก็โอเคอยู่ แต่วันที่เราไป ปลาในข้าวต้มชามใหญ่มันก็ไม่ได้อลังการเหมือนที่เราเห็นตามรูปคนอื่นๆ ในโซเชียลมีเดีย ที่สำคัญมันก็คือข้าวต้มอ่ะน่ะ ข้าวต้มธรรมดาๆ เบๆ เลย ที่น้ำซุปตามที่ถามมาก็เป็นกระดูกหมูธรรมดา (หาใช่หอยเชลล์แห้งหรือกระดูกปลาอะไรที่เราเตลิดคิดไปเองตามราคาก็ไม่) มีจุดเด่นก็ที่การใส่ปลาชิ้นโตๆ ให้ดูอลังการ ให้ดูว๊าว ให้ดูแปลกใหม่ (แต่ตอนเราไปมันก็ไม่ขนาดนั้น) จนข้าวต้มปลาร้านนี้กลายเป็นของต้องกินของเศรษฐีมาก็หลายยุคแล้ว

เซี่ยงกี่ แปลว่า “ดีๆๆๆ” ตามอาม่าคนสวยบอกเราด้วยเสียงที่ดังมากจนเราตกใจ (ตอนหลังคุณอาม่ายิ้มให้นะ บอกด้วยว่าให้มากินใหม่ (แกคงรู้ตัวว่าจะตวาดชั้นทำไม ชั้นถามดีๆ) อาแปะที่นั่งเงียบๆ ด้านในร้านถามเราด้วยความแปลกใจว่า “ไม่เคยมากินเหรอ” ไม่เคย เราบอก บ้านเราอยู่รามอินทรา อาแปะเคยไปกินข้าวเย็นแถวรามอินทรามั๊ย เราไม่กล้าถามย้อนหรอกนะ ไม่ต้องห่วง สามีเราสั่งข้าวต้มปลากระพงชามใหญ่ (เค้ามีชามเล็ก 250 บาท) เราสั่งข้าวต้มปลาจาระเม็ด บะเต็ง และหอยนางรมชามใหญ่ สองคนกินสองชาม 600 บาท ไม่ได้สั่งเต้าหู้ทอดหรืออะไรมากินหรอกนะ มาลองเฉยๆ เลยจริงๆ

เอาจริงๆ คนที่บอกว่าอร่อยมาก กินแล้วกรี๊ดสลบ ก็ต้องมีมากอยู่แล้ว เราไม่ขอเถียงอะไร แต่จะบอกถึงความรู้สึกส่วนตัว หลังจากกินข้าวต้มปลาสองชามแล้วรู้สึกกระเป๋าเบาๆ อ่ะนะ ข้าวเป็นแบบแข็งๆ หน่อย คาดว่าเป็นสไตล์ของเค้า เป็นการนำข้าวสวยมาลวกน้ำร้อนเล็กน้อยพร้อมตั้งฉ่ายก่อนใส่ชาม ใส่ปลา และน้ำซุป ตามด้วยกระเทียมเจียว และซีอิ้วนิดหน่อย ทั้งหมดเสิร์ฟกับซอสเต้าเจี้ยวสีออกดำๆ หน่อย ทุกอย่างร้านนี้ใช้เตาถ่าน ตอนไปนี่เค้ากำลังกระพือไฟเลย ควันคละคลุ้งสะเก็ดไฟดังเปาะแปะได้อารมณ์ของจริงมาก ถามได้ความว่าแม้แต่ในครัวที่เป็นการเตรียมอาหาร ไม่ได้โชว์และไม่มีใครเห็น ก็ยังต้องเป็นเตาถ่าน เป็นวัฒนธรรมที่ร้านนี้มีมาเกือบ 90 แล้ว

ถามว่าอร่อยไหม อย่างที่บอก ก็ดีใช้ได้ ปลาจาระเม็ดสดดี แต่ชามของเรามีเนื้อส่วนหัวที่ไม่มีเนื้อมาเลยชิ้นโตมาก ส่วนเนื้อที่เราอยากกินไม่ค่อยจะมี ได้ชิ้นติดครีบมาซะส่วนใหญ่ ส่วนปลากระพงของสามีก็หนังหนาเชียว เนื้อเหนียวอีกต่างหาก อันนี้คงมาจากการที่ใช้ปลากระพงตัวโตหรือเป็นปลาจากมัลดีฟส์ (ข้อ 10) หรืออย่างไร ส่วนหอยนางรมในชามของอิชั้นก็โออยู่ แต่กินแล้วทั้งหมดทั้งปวงได้ความว๊าวขนาดเต็มใจจ่ายชามละสามร้อยบาทเลยมั๊ย ก็คิดว่าไม่นะ รู้สึกเฉยๆ กับรสชาติมาก แต่อย่างว่านะ นี่คือร้านเก่าแก่ มีชื่อเสียงมาก รู้สึกดีใจที่ได้มาลองมาซักครั้ง ไม่ตกเทรนด์แล้วหล่ะ จะบอกว่าตอนกำลังกินอยู่มีคนมาซื้อกลับบ้าน คนทำเน้นมากบอกซ้ำไปมาว่าชามละ 300 นะ คือบอกให้รู้ก่อนเลยว่าราคาเท่าไหร่ คนซื้อก็เงียบไป แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจสู้ สั่งข้าวต้มปลาสอง ข้าวต้มบะเต็งสองใส่ถุง คิดตังค์แล้วสรุปแปดร้อยกว่าบาท ส่วน “cherry on top” ก็คืออาม่าคนนี้แหละ ที่ใช้เล็บแดงๆ มือสดๆ หยิบเนื้อปลาลงชามตามที่เห็นในวีดีโอนี่แหละ (อาจจะทำให้อร่อยเนาะ อาม่าใช้มือทุกชาม เพราะมีน้ำใส่น้ำแข็งรอไว้สำหรับการแช่นิ้วหลังหยิบเนื้อปลาร้อนๆ กันเลย) คิดว่าอาม่าแต่งตัวสวยหน้าแน่นๆ แบบนี้ทุกเย็น เพราะแน่นอนคนมากินข้าวต้มราคาแบบนี้ก็จะต้องถือตัวเป็นเศรษฐี และต้องถ่ายรูปอวดกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา 😜 ป.ล. น้ำชาใส่น้ำแข็งเย็นชื่นใจ และน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวเค้าให้ฟรีจ๊ะ

เซี่ยงกี่ ซอยเจริญกรุง 12 เปิด 16.00 – 22.00 ทุกวัน โทร. 089-968-6842, 087-900-5649.

เรื่องและภาพมีการสงวนลิขสิทธิ์ | words and images are copyrighted.

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *