All-Inclusive Maldives Package at Centara Ras Fushi

เชื่อ (TH/EN) เลยว่า มัลดีฟส์มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผู้คนจำนวนมาก ใฝ่ฝันอยากจะไปซักครั้งในชีวิต ในฐานะมนุษย์น้ำมนุษย์ทะเล การไปมัลดีฟส์ถือว่าเป็นความฝันที่อยู่ลำดับต้นๆ อย่างมากสำหรับเราสองคน สีน้ำเขียวอมฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของมัลดีฟส์ ความใสไหลเย็นเห็นตัวปลาที่เพื่อนๆ ไปมาแล้วเอามาแชร์ คือ ช่างดีงาม จนกระทั่งได้มาที่  Centara Ras Fushi ที่เค้ามีแพคเกจแบบ All-Inclusive (AI) และ Gold All-Inclusive ที่เข้าใจง่ายและในราคาที่เข้าถึงง่าย เป็นแพคเกจที่รวมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์ดำน้ำตื้น ทำให้สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้ จึงเที่ยว กิน ดื่มได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นเรื่องใดอีกภายหลัง

There’s something about the Maldives that beckons you, allures you, and draws you. The deep green waters, shaded by brightly blue skies, are the signature of their seas. As beach lovers, the Maldives has always been on top of our bucket list. And we have just been there thanks to the very accessible and easy-to-understand ‘all-inclusive’ package at the Centara Ras Fushi – the deal that includes daily meals, drinks and snorkeling equipment so you can just be there and enjoy everything else without having to worry about the extra expenses.

มัลดีฟส์เป็นหมู่เกาะปะการัง (atolls) ที่เป็นกลุ่มๆ อยู่รวมกันในมหาสมุทรอินเดียทางตอนใต้ของศรีลังกา (อ่านเรื่อง 10 Things You Should Know About Maldives) ใช้เวลาบิน 4 ชั่วโมงโดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ โดยเวลาท้องถิ่นของบ้านเค้าจะช้ากว่ากรุงเทพฯ สองชั่วโมง เนื่องจากประเทศนี้มีลักษณะเป็นเกาะๆ ไปทั้งหมด การไปเที่ยวมัลดีฟส์ จึงหมายความถึงการเลือกที่พักมากกว่าเลือกว่าจะไปเที่ยวสถานที่แห่งหนึ่งแห่งใด เพราะจริงๆ ก็คือว่า เราจะต้องอยู่ที่พักที่เราเลือกจากวันแรกไปจนถึงวันสุดท้าย ก็เหมือนไปติดเกาะเกาะนึง ที่มีน้ำทะเลสวยๆ ชายหาดชวนฝันๆ น้ำทะเลสีสวยแจ่ม น่าเล่นน่าว่ายไปเสียหมด ที่นี่โรแมนติกมาก ไปกับเพื่อนก็ได้ แต่หากได้ไปกับแฟนจะดีมากเลย

The Maldives is a collection of 26 atolls with a total of 1,190 islands and islets spanning from north to south in the Indian Ocean just south of Sri Lanka. (Read more about 10 Things You Should Know About Maldives)  It takes four hours flying from Bangkok on Bangkok Airways and the the time there is two hours behind Thailand. As already mentioned, the unique geography of the Maldives means when you go there, you’d have to be there at the one or two of the resorts of your selection. It is like being casted away in that paradise. An extremely beautiful and romantic paradise. Of course, you can be there with friends, but it would be much better if you are there with your better half. 😀

การเดินทางไปมัลดีฟส์

การเดินทางเป็นส่วนสำคัญของค่าใช้จ่ายในการไปมัลดีฟส์ หนึ่ง จะต้องขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศ โดยพาสปอร์ตจะต้องมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และพาสปอร์ตจะต้องเป็นรุ่นใหม่ ที่มีแถบแม่เหล็ก  (อ่านเรื่อง ดูวีดีโอ การเดินทาง กรุงเทพฯ – มัลดัฟส์) ซึ่งเป็นการบังคับใช้จากการตรวจคนเข้าเมืองที่มัลดีฟส์ โดยสนามบินมัลดีฟส์ตั้งอยู่บนเกาะที่ใกล้กับเมืองหลวง หรือเมืองมาเล่ (Malé) โดยคุณพี่คนสวยชาวไทยที่เคยทำงานที่มัลดีฟส์เมื่อกว่า 30 ปีก่อนอย่างพี่หนิง ประไพจิต ทองมา ผู้จัดการทั่วไปของ เซ็นทารา ราส ฟูชิ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ (Centara Ras Fushi Resort and Spa Maldives) ที่เราไปพัก เล่าว่า สมัยโน้น นอกจากรันเวย์ที่เป็นพื้นปูนแล้ว พื้นส่วนอื่นของสนามบินที่นี่ยังเป็นทรายทั้งหมด เอาเป็นว่าถอดเกือกเดินจะสะดวกกว่า ได้สัมผัสความเป็นเกาะตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากสนามบินกันเลยทีเดียว สำหรับชาวไทย มามัลดีฟส์ ไม่ต้องมีวีซ่า และมาอยู่ได้ครั้งละ 30 วัน 

สอง รีสอร์ทที่เราไปพักแห่งนี้ อยู่ไม่ไกลมากจากสนามบิน ดังนั้นโรงแรมเลยมีเรือเร็วมารับส่ง ใช้เวลาประมาณเที่ยวละ 20 นาที แต่สำหรับโรงแรมอื่นๆ ที่อยู่ไกลออกไป เราจะต้องนั่งเครื่องบิน sea plane จาก Trans Maldivian Airways  หรือ domestic flight ซึ่งส่วนใหญ่โรงแรมจะทำการจองให้ ซึ่งอันนี้ต้องจ่ายเพิ่มเติมจากค่าที่พัก

Getting to Maldives from Bangkok

An international flight to the Velana International Airport and a hop on the seaplane (if your resort is further away) are usually involved in the trip to Maldives. Make sure your passport has at least 6 months of validity period left on it and make sure it is machine readable. The Maldives airport is right next to its capital Malé. And according to Khun Prapaijit Thongma – General Manager of Centara Ras Fushi Resort where we stayed – this airport has been through a lot from its original site being all covered in the indigenous sands, except for the runway, of course

The Centara Ras Fushi is not that far away from the airport. So, we just needed to be on the resort’s speedboat which takes just 20 minute to get there. Usually, if required, the resort will arrange the seaplane from the main operator –Trans Maldivian Airways– for their guests.

รีสอร์ทและห้องพัก

เซ็นทารา ราส ฟูชิ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ (Centara Ras Fushi Resort and Spa Maldives) เป็นหนึ่งในสองรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราในมัลดีฟส์ ที่นี่จัดได้ว่าเป็นรีสอร์ทระดับ 4 ดาว แต่คนที่ทำงานที่รีสอร์ทนี้ที่เราเจอ จะมีการพูดแบบยืดๆ หน่อยว่าของเค้าเป็นสี่ดาวแบบพรีเมียม คือ มีการเน้นรายละเอียด การบริการต่างๆ ที่ดีเป็นพิเศษกว่าความเป็นสี่ดาวพื้นๆ ที่สำคัญรีสอร์ทนี้มีหัวหน้าทีมบริหารเป็นสตรีชาวไทย คิดดูว่าเธอเก่งแค่ไหน และจากพนักงานทั้งหมดเกือบสามร้อยคนจาก 19 เชื้อชาติ มีคนไทยร่วมงานอยู่ทั้งหมด 26 คนกระจัดกระจายไปตามส่วนต่างๆ รวมทั้งบริหาร บริการ และสปา มีการต้อนรับแบบไทยๆ อาหารไทย อาหารเอเชียมากมาย เป็นที่ถูกปากมากสำหรับแขกชาวไทยที่เคยไปพัก

รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะเก่าแก่ที่มีชื่อเก่าว่า Giraavaru ว่ากันว่าเป็นที่อยู่เก่าของหัวหน้าเผ่าของชาวเกาะมัลดีเวียน ก่อนที่เซ็นทาราจะเข้ามาซื้อกิจการ ที่นี่เคยเป็นรีสอร์ทสามดาวมาก่อน เกาะนี้มีขนาดประมาณ 22,000 ตารางเมตร ใช้เวลาเดินได้รอบแบบเนิบๆประมาณ 20 นาที ห้องพักที่นี่มี 6 แบบย่อย ได้แก่ Ocean Beach Villa สองประเภท และ Water Villa อีกสี่ประเภท โดย Water Villa ที่เราไปพักคือ Deluxe Water Villa โซนหางยาว (long tail) หันหน้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เหมาะสำหรับดูพระอาทิตย์ขึ้น และดูปลาโลมาที่อาจจะว่ายมาแถบปะการังใกล้ๆ นั้น ส่วนชื่อ Ras Fushi นี่เป็นชื่อใหม่ แปลว่า “royal islet” หรือเกาะเล็กๆ ของราชนิกูลคำว่า Ras แปลว่า royal และ Fushi คำที่เราเห็นบ่อยในมัลดีฟส์ แปลว่า เกาะเล็กๆ นั่นเอง

The Resort and Our Room:

Centara Ras Fushi Resort and Spa Maldives is one of the two Centara-managed resorts in the Maldives. It is rated as a four-star, but those working here would just straighten up and explain that they are ‘four-star premium,’ meaning when you look at the details of their food and services, you’d see the big differences. Centara Ras Fushi has a Thai GM, the lady I mentioned before, with a staff from 19 nationalities, 26 people are from Thailand with Asian foods one of their highlights among the guests who raved about the  heart-warming and delicious food here.

Set on a small and ancient island called ‘Giraavaru’ that was once resided by owners and rulers of the Maldives. Foreign prince Koimala Kalo once settled here, making one of the most elaborated islands in the North Male atolls. This 22,000-sqm island was once a three-star resort, and when the Centara took over, they keep the original designs of the Maldivian architecture which you can still see at the lobby and Oceans restaurant. This resort has 6 room types: two types of Beach Villa and four of Water Villa. Our room is a Deluxe Water Villa in their long-tail zone, facing the NE side. It’s good to wake up to the sunrise and spot, if lucky, dolphins a bit further away. Ras Fushi means ‘royal islet,’ for ras is Dhivehi for royal and fushi – the word that you’d see often while here – means small island. 

ห้องและสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน

ห้อง Water Villa ทุกแบบมีขนาดเท่ากันหมดคือ 30 ตารางเมตร รายละเอียดที่แตกต่างกันระหว่างประเภทห้องพักบนน้ำก็คือ ส่วนระเบียง ที่จะมีขนาดไม่เท่ากัน บางห้องมีอ่างน้ำ เปลตาข่าย หรือเตียงเอนยื่นออกไป แต่ทุกห้องมีห้องน้ำที่สามารถเปิดออกมาชมวิวได้ มีส่วนแต่งตัวขนาดใหญ่ กว้างขวางและโล่ง สะดวกในการเก็บของจัดของดีมาก ทางรีสอร์ทมีรองเท้าแตะ เสื้อกันฝนอย่างดี เสื้อคลุมผ้าขนหนู เครื่องชั่งน้ำหนัก ตู้เซฟ ปลั๊กไฟแบบอินเตอร์พร้อม adapter หากต้องการ กาแฟสำเร็จรูป ชา เครื่องต้มน้ำร้อน และน้ำดื่มให้ตลอดการพัก

เรื่องน้ำดื่มนี่ก่อนมาแอบกังวลมาก เพราะว่าที่นี่เป็นเกาะ ก็เลยคิดเอาเองว่าน้ำดื่มจะเอามาจากไหน กลัวมากเลยว่าเค้าจะจำกัดการให้น้ำ แบบว่าวันละสองขวดอะไรอย่างที่เคยเจอ (ยิ้มอ่อน) ก็ปรากฏว่าที่นี่เค้าผลิตน้ำเอง มีเครื่องมือผลิตน้ำจืดเพื่อกินและใช้ดื่มจากน้ำทะเลเป็นเรื่องเป็นราว โดยน้ำดื่มที่ผลิตได้นี่มีการส่งตัวอย่างไปตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยด้วย ไปอยู่มาสามคืนสี่วัน ดิฉันดื่มไปสิบกว่าขวด รสชาติจืดสะอาดดี ต้มกาแฟก็โอ ทางรีสอร์ทมีการทำน้ำ infused water ด้วยผลไม้หอมๆ อย่างพีช สับปะรด เลม่อน ในห้องอาหารอีกด้วย สดชื่นดีเหลือเกิน อันนี้อิชั้นชอบมากๆ

In-Room Amenities:

All water villas are equal in size, but slightly differ in the size and dressing of the balcony. Some with jacuzzi, some with jetting lounge chairs, some with see-through hammock. The bathroom is spacious and combines with an open walk-in closet. Slippers, rain-coats, a self-coded safe, bathrobes, a scale, international plugs and adapter, instant coffees, tea are also provided with kettle and lots of fresh cream. Also, unlimited drinking water is a big big plus.

The drinking water was my concern before our trip. Coming from Thailand where being on an island means limited provision of fresh water and all, we found that this resort has their own Reverse-Osmosis water plant that produces all the fresh water used in the resort. My simple curiosity also led me to talk to their Chief Engineer – Khun Jerome Manuel – who gave us a thorough back-of-the-house tour. It was a wonder. You can read more here.

ในส่วนของ welcome drink ในห้องพัก เป็น Cava Brut หรือ sparkling wine ของสเปน ยี่ห้อ Montcadi เสิร์ฟกับช็อกโกแลตโฮมเมดที่อร่อยมากๆ ตอนกินนี่ไม่ได้หวังอะไรนะคะ แต่ปรากฏว่าดีงามมากเลย

Above pictures are the welcome treat from the resort. A chilled Spanish cava and decadent chocolate and cookies.

บริเวณรีสอร์ทและอาหาร

เกาะไม่ใหญ่ก็จริง แต่รีสอร์ทนี้เค้าก็พยายามทำให้แขกที่มาพักไม่เบื่อ เพราะแขกที่มาพักหลายคู่มาอยู่นานเป็นสัปดาห์ หรือนานกว่านั้นอีก ที่นี่มีห้องอาหารสี่แห่ง 1. Oceans ห้องอาหารหลัก เสิร์ฟอาหารแบบบัฟเฟต์นานาชาติทุกมื้อ เช้า กลางวัน และ เย็น โดยมื้อเย็นยังมีจัดเป็นธีมอาหารต่างๆ เพื่อให้แขกไม่เบื่ออีกด้วย เรามาถึงรีสอร์ทเป็นเวลาเที่ยงของมัลดีฟส์ แต่หมายถึงบ่ายสองของเมืองไทยบ้านเรา เดินเข้ามาดูอาหารเที่ยง เห็นก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก น้ำลายท่วมทันทีต้องขอแวะรับประทานเลย เติมพริกน้ำส้มพริกป่นพริกสับมะนงมะนาว น้ำซุปร้อนๆ ใสๆ เส้นเล็กไก่ฉีกคือดีงามมาก กินชามนี้เสร็จค่อยกินอาหารอย่างอื่นได้ นี่ขนาดเพิ่งมาจากเมืองไทยสี่ห้าชั่วโมงเท่านั้นเอง

Oceans เค้าจัดอาหารทุกมื้อตรึมมากทุกมื้อ รีสอร์ทแห่งนี้มีพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการครัวและอาหารถึง 130 คน ถือว่าเป็นหน่วยงานหลักของรีสอร์ท อาหารทุกอย่าง ยกเว้นมะพร้าว กล้วย และปลา ซึ่งมัลดีฟส์มีเยอะและดี มาจากการอิมพอร์ตจากทั่วทุกมุมโลก ที่นี่อบขนมปังเอง และมีหลายอย่างให้เลือกด้วย ส่วนตัวชอบและกินซ้ำซากอยู่ที่ขนมปังโรลแบบต่างๆ ฟอกกาเซียมะเขือยาว บริยอช ทาเนยยี่ห้ออะไรซักอย่างที่เป็นภาษาแขกอร่อยมาก อาหารเช้ามีจานไข่ที่ทำใหม่สดๆ ไม่ได้ทอดทิ้งไว้ให้ตักนะ สั่งปุ๊ป เชฟที่คึกมีพลังมากชาวบังคลาเทศก็จะตอกไข่ใส่หม้อ (หากเป็น poached eggs) หรือใส่กระทะ (fried eggs, scrambled or omelet) ทันที เสิร์ฟร้อนๆ มันดีงาม

ผักผลไม้ที่ห้องอาหารนี้ก็มีมากมาย ดิฉันกินสลัดมันทุกมื้อ ผักร็อกเก็ตเป็นพูนๆ มะเขือเทศฉ่ำๆ สับปะรดฝานบางๆ หวานกรอบคลุกกับพริกตุ้มและหอมแดงเล็กน้อย มีสลัดอาร์ติโชค สลัดปลาหมึก สลัดมันฝรั่ง น้ำสลัดมากมายให้เลือก ส่วนตัวชอบฮันนีมัสตาร์ดมาก และโรยน้ำมันมะกอกเพิ่ม ส่วนมื้อกลางวัน อาหารก็จะหนักขึ้นมาหน่อย แต่แน่นอนเค้ามี Asian Corner เหมือนเดิม เป็นข้าวเป็นก๋วยเตี๋ยวทำใหม่สดตามสั่ง มุมแขกก็อร่อยนะคะ อาหารมัลดีฟส์รสชาติคล้ายๆ อาหารแขกที่เราเคยกินที่มาเลเซียกับสิงค์โปร์ มีแกงปลา แกงไข่ คือเหมือนไข่ลูกเขย แต่ราดด้วยแกงแขก ปลาอบ เนื้อแกะอบ ขนมหวานที่นี่ก็มากมายเหลือเกิน มีทั้งเค้กแบบต่างๆ พุดดิ้ง ไอศกรีม มาพักแบบ AI หรือ all inclusive คือสามารถรับประทานอาหารที่นี่ได้ทั้งสามมื้อ รวมทั้งเครื่องดื่มมากมายให้เลือกตามเมนูเลย

ป.ล. แขกประเภท AI (All Inclusive) สามารถรับประทานอาหารที่นี่ได้ทั้งสามมื้อ หรือจะเลือกรับประทานที่ห้องอาหารอื่นๆ ที่จะแนะนำต่อไปด้านล่างก็ได้ มาที่ Oceans แนะนำให้พิจารณาโดมหลังคาไม้ของห้องอาหารนี้ด้วย เพราะนี่คือสถาปัตยกรรมแบบมัลดีเวียนดั้งเดิม

Resort’s Areas and Foods

This small island is surrounded by beaches and views. But then, they also have four restaurants so we get to please our palate with different foods. Oceans is their main outlet that serves breakfast, lunch and dinner, all a la buffet. The food at Oceans is aplenty and superb. Everything, except for banana, fish and coconut, is imported from around the world. Their kitchen team of 130 people accounts to almost half of their total staff. They make their own breads and pastries. I love their rolls, focaccia, brioche, and their selections of butter and cream.

Oceans also has an Asian corner. The first thing I had there was a steaming bowl of Thai-style hand-pulled chicken noodle. With lots and lots of chillies on top, of course. In the buffet, a lot of food is freshly-cooked. One to keep the taste and two not to waste food in case guests don’t finish it up in the buffet line. Eggs in breakfast are cooked fresh on the spot. We had poached eggs, omelets and fried eggs. All hot from the cooking pan. I also had plenty of salads in all meals. Great selections of fresh leaves and fruits. Also featured in all meals in their arrays of cakes as desserts, along with puddings.

Oceans is also a great place to try some of their Maldivian foods. When we were there, they served ‘curry eggs,’ fish curry, mutton stew and baked fish. The tastes, for me, reminded me of Malaysian curries I had long time ago. They also have steamed rice to go with those, too.

P.S. All-inclusive guests can choose to dine here in every meal if they want. But they can also go for the set menus at the Thai and Italian restaurant which I am writing about further down this post.

2. La Brezza – อาหารอิตาเลียน ซึ่งแพคเกจ  AI ก็รวมอยู่ด้วย สามารถเลือกทานได้ทั้งมื้อกลางวันและเย็น ทั้งแบบ set menu ที่มีให้เลือกหลายเซ็ตเลยตามสะดวก หรือแบบ a la carte โดยใช้เครดิตได้คนละ 40USD เราได้ลองเป็นมื้อเย็น ซึ่งระหว่างรออาหารเค้ามีสลัดบาร์เล็กๆ ไว้ให้ตักรับประทาน มีผักสด ผักย่าง ขนมปัง พิซซ่าเบรด กรุบกริบกำลังดี

สิ่งที่เรารับประทานได้แก่ 1. Baked ricotta with eggs and rosemary เสิร์ฟกับผักสลัด ริคอตต้าเป็นครีมชีสเนียนๆ นะคะ ผสมกับไข่ทำให้รสชีสอ่อนไปนิดนุง แต่มีโรสแมรี่เพิ่มมาหอมดี 2. Spinach Soup ซุปผักโขม ที่มีไข่น้ำแบบจีนลอยมาด้วย เป็นซุปน้ำใส รับประทานแล้วคล้ายอาหารจีนเลย แต่ก็อร่อยกลมกล่อมอร่อยดีค่ะ 3. จานหลักของดิฉันคือ Baked Halibut with Almonds เนื้อปลาสดแน่นอร่อยมาก ชิ้นใหญ่มาก มาพร้อมผักย่างทั้งด้านบนและล่าง เป็นจานที่ปรุงง่ายๆ เลย ปลาสดมากมาย ผักก็ดีงาม ส่วนคุณสามีของดิฉันรับประทาน 4. Spaghetti Marinara สปาเก็ตตี้ซีฟู๊ดซอสมะเขือเทศ ง่ายๆ อร่อยดีค่ะ อาหารทะเลตรึม

ส่วนของหวาน เราลองไอศกรีม และมูสสตรอเบอร์รีกัน ทุกอย่างดีงาม อาหารที่นี่จานใหญ่นะคะ สามคอร์สนี่คืออิ่มมากกก

2. La Brezza – the Italian restaurant at the pool – serves a la carte selections and AI guests can dine here, choosing from the 3-course set menu for a la carte by using credit of USD40 each for discount, for either lunch for dinner.

They also had a small antipasti corner with salads and breads for starters. We choose from their a la carte the following: Baked ricotta with eggs and rosemary which is ricotta cheese whipped with eggs and rosemary, baked and served with salad. Mild taste, creamy and quite nice. Their Spinach Soup – with the floating egg flowers and clear broth – looks and tastes very Chinese. It is light and delicious. My main course is Baked Halibut with Almonds – super yummy with thick slab of fish. So fresh and dense, with the refreshing tastes from juicy grilled tomatoes and asparagus. My hubby went for a big and comforting plate of Spaghetti Marinara. A lot of seafood in the mix of the pasta. Delish.

Our desserts are ice cream and strawberry mousse. All are well-prepared as you can see in the pictures. And delicious, too.

3. Suan Bua – ร้านที่ทำให้เรารู้สึกไม่ไกลจากบ้านเราเลย สวนบัว ห้องอาหารไทยประจำเครือเซ็นทาราก็ต้องมีอาหารไทยอร่อยๆ ตามแบบฉบับ พ่อครัวและทีมงานหลักอิมพอร์ตมาจากไทยแลนด์ ข้าวสวยหอมมะลิก็จากไทยแลนด์ และอาหารทุกจานที่เราได้กินนี่คือหายคิดถึงบ้านไปเลย อร่อยมากๆ ทุกจาน โดยเฉพาะส้มตำไทย และต้มยำกุ้งน้ำใส

เช่นเดียวกับร้านอิตาเลียนด้านบน ซึ่งแพคเกจ  AI สามารถเลือกทานได้ทั้งมื้อกลางวันและเย็น ทั้งแบบ set menu ที่มีให้เลือกหลายเซ็ตเลยตามสะดวก หรือแบบ a la carte โดยใช้เครดิตได้คนละ 40USD เลือกได้ว่าจะมื้อกลางวันหรือเย็น แนะนำว่าหากอยากพูดไทย ให้พุ่งมาที่ร้านนี้ เพราะผู้จัดการเป็นสาวสวยจากกรุงเทพฯ​ แนะนำอาหารไทยและบริการสุดติ่งเมื่อรู้ว่าเป็นคนไทย แถมยังบอกเลยว่าต้องกินข้าวสวยที่สวนบัว (มีทั้งข้าวขาวและข้าวกล้อง) เพราะ “เป็นข้าวบ้านเรา อร่อยกว่า” คุณพี่เธอกระซิบ แถมเชฟที่นี่ยังเป็นมือเก่าที่อยู่กับเซ็นทารามานานมากๆ ปรุงทุกอย่างเป็นไทยแท้ ไม่มีหวานเจื้อย ไม่เผ็ดไม่เค็มจนบร้า ต้มยำน้ำใสนี่คือดีงาม กลมกล่อม ส่วนไอศกรีมกะทิที่เห็นเชฟทำจากมะพร้าวกะมิของชาวเกาะมัลดีฟส์ มีมากนักเชฟเลยจับมาคั้นกะทิทำไอศรีมเลย รสชาติเข้มมัน อร่อยดีงามมาก โปรดอย่าพลาด

3. Suan Bua – the staple Thai restaurant of the Centara – also makes its presence here in the Maldives with the crew led by experienced Thai chefs. For us, this is coming home before actually coming home. Everything we had was excellent, especially somtam and the clear version of tom yum goong. The rice served here is premium jasmine rice from, of course, Thailand. The manager is a Thai lady who makes sure we get everything we need and more. Such a hospitality.

Just like La Brezza above, AI guests, can dine here by choosing from their three-course set menu or a la carte by using the credit of USD40 each for discount. Their coconut ice cream is homemade, made from Maldivian coconuts. So, this is one thing you definitely should try. 

4. Al Khaimah – “เอาใครมา” ห้องอาหารอาหรับที่อร่อยมาก จัดได้ว่าเป็นห้องอาหารอาหรับที่มีชื่อเสียงข้ามอโทลข้ามคุ้งน้ำกันเลยทีเดียว ก็เพราะอร่อย และโซสเปเชียล ร้านนี้จึงเป็นร้านเดียวที่มีอาหารเฉพาะแบบ a la carte ซึ่งแพคเกจ  AI สามารถใช้เครดิตได้ท่านละ 40USD

อาหารที่ Al Khaimah เป็นการรวมจานเด็ดของอาหรับมาไว้ด้วยกัน อาหารเรียกน้ำย่อยก็มีฮัมมุส หรือถั่วชิกพีบด สลัดพาร์สลี่ย์หรือที่เรียกว่าทาบูเล่ สลัดกุ้งใส่เครื่องเทศ และสลัดมะเขือย่างบดโรยหน้าด้วยเมล็ดทับทิม ทุกอย่างเสิร์ฟมาคู่กับขนมปังพิต้าของแขกที่ทางโรงแรมก็ทำเอง ทุกอย่างอร่อยมาก ส่วนอาหารจานหลัก เราเลือกปลาและเนื้อ ทั้งหมดหมักด้วยเครื่องเทศแขก (กระเทียม ยี่หร่า และลูกผักชี) และย่าง เสิร์ฟกับผักย่างในฐานะเครื่องเคียง อย่างหนึ่งที่กินแล้วตกใจคือเนื้อปลา เพราะปลาทุกชนิดที่ได้กินที่นี่มีเนื้อที่แน่นมาก สั่งปลากระพงแดง กินแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเคี้ยวเนื้อหมู ปลาทูน่านี่แน่นอนว่าแน่น ปลาปะการัง (reef fish) ก็ยังแน่น ถามได้ความว่า ปลาเป็นของท้องถิ่นมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นทะเลน้ำลึกของมหาสมุทร ทำให้ต้องออกแรงว่ายน้ำ กล้ามเนื้อก็เลยแน่นเป็นธรรมดา ดังนั้นมาที่นี่อย่าพลาดรับประทานปลาของเค้า ไม่ใช่ปลาเลี้ยง อีกอย่างที่ขอแนะนำมากๆ ก็คือ ของหวาน ที่เรียกว่า Kelaj แผ่นแป้งบางกรอบของอาหรับที่เรียกว่า Kelaj วางซ้อนสลับกันด้วยครีมสด น้ำเชื่อม เสิร์ฟกับไอศกรีมวนิลลา บอกเลยว่าเสียดายที่อิ่มมาก เพราะกินไปได้คำเดียว เท่านั้น ทั้งๆ ที่เป็นขนมที่อร่อยเหลือเกิน ผลที่ได้คือ สามีมีความสุขมาก เพราะสามารถกินอะไรโดยไม่มีใครแย่งได้เป็นครั้งแรก

4. Al Khaimah – the resort’s very famous Arabian restaurant is known far and away even out of the island. The menu features a selection of Arabian favourites, mostly grilled meats – from lamb to beef to seafood. The staples are the mixture of herbs – garlic, coriander seeds, cumin, lemon, saffron. We started our meal with appetizers – tabouleh, hummus, prawn tajan, eggplant salad served with homemade pita breads. DELICIOUS. My main course is the very fragrant grilled reef fish served with dill rice and Arabic salad. My hubby had a huge plate of Shish Kebab – totally delicious grilled beef on skewers served with Lebanese bread, tomato rice and mixed vegetables.

We were exploding. The food was so good, but we managed to try the very decadent ‘Kelaj’ the Arabian thin puff pastry layered with fresh cream and served with vanilla ice cream.

Al Khaimah only offers a la carte menu, AI guests can apply the USD40 credit (each) at the restaurant.  

บาร์ 3 แห่ง และ Water sports center

อย่าลืมว่ามีอาหารก็ต้องมีเครื่องดื่มด้วย ซึ่งสามารถแวะเวียนไปนั่งหย่อนเล่นได้ที่บาร์ทั้งสามแห่ง คือ Viu Bar ที่อยู่กลางน้ำ ดูพระอาทิตย์ตกสวยมาก พูลบาร์ที่อยู่ติดกับสระน้ำ และล็อบบี้บาร์ ที่มีมุมน้ำทะเลสวยใส ช่วงบ่ายที่ Viu Bar เค้ามี afternoon tea ด้วยนะคะระหว่าง 15.30 – 16.30 ซึ่งแพคเกจ AI ก็รวมทั้งเครื่องดื่มมากมายให้เลือกและอาฟเตอร์นูนทีนี้ด้วยเช่นกัน

Three Bars and Water sports Center

You can change sceneries throughout the resort with their three bars – with VIU the main over-water bar where sunset is the main draw. There is a pool bar and a lobby bar, too. At Viu bar, a daily afternoon tea (with pastries and tea) is also served to all AI guests during 15.30-16.30 hrs. A great before dinner snack especially after an afternoon spent snorkeling away.

มามัลดีฟส์ อย่าได้พลาดดำน้ำดูปะการัง ไม่ต้องเอาอุปกรณ์ใดๆ มา เพราะว่าแพคเกจ AI มีให้ยืม เป็นแว่นดำน้ำและฟินที่ตะพายน้ำอย่างดี ฟินยาวกระพือน้ำได้ไกล ที่สำคัญอย่าเหยียบอย่าเด็ดหักปะการัง ห้ามแกล้งปลา ห้ามเก็บเปลือกหอย ห้ามตกปลา ห้ามเปลือยกาย ห้ามเล่นการพนันและเสพยาที่มัลดีฟส์ เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องผิดกฏหมาย มีโทษปรับเป็นจำนวน 500 USD.

Maldives is such a heaven for snorkeling. No need to bring your own mask and fin, for the resort has a good provision you can borrow (but need to return in good condition). Strict rules are also applied. Don’t step or stand on corals, don’t pick up shells, don’t fish, don’t bare your nakedness, don’t gamble and never never get high on E. All are illegal and subjected to a fine of USD500.

ตอนไปนี่เจอสามฤดูเลยค่ะ วันที่แดดน้ำใสสวยมากๆ คือรูปที่เคยเห็นเป็นจริงต่อหน้า กระโดดลงน้ำทันทีได้ผิวสวยมากๆ แต่ช่วงที่ไปคือปลายๆ เดือนพฤษภาคม 2560 มรสุมเริ่มเข้าแล้ว ปีนี้อย่างที่รู้ฝนมาเร็ว เลยได้สัมผัสลมและฝนมาด้วย นอน water villa มีคืนนึงที่รู้สึกลมแรงมาก แอบกลัวแต่เช็คดูสัญญาณวายฟายก็ปรากฏว่ายังใช้ได้ดีเลยหายกังวล พอตื่นขึ้นมาสอบถามผู้คนบนเกาะ ทุกคนบอกว่าลมแบบนี้ยังไม่ถือว่าน่ากลัวและเป็นเรื่องธรรมดา

So, this is me in front of our villa, ready to turn in the borrowed snorkeling equipment. We had seen Maldives in perhaps all seasons. From bright sun to drowsy clouds. One night, I woke up to strong winds, but then checked and saw the WiFi still working and that’s quite reassuring.

จุดเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่สำหรับเราคือน้ำดื่มที่เค้าจัดให้ เพราะชอบมากที่สามารถขอน้ำดื่มได้เรื่อยไม่ต้องเกรงใจ ก็ปรากฏว่าเรื่องน้ำดื่มนี้ทำให้เราได้เจอกับคุณเจอโรม Chief Engineer ของรีสอร์ท ที่รับผิดชอบระบบหลังบ้านทั้งหมด ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า ผลิตน้ำดื่มน้ำใช้ทุกอย่าง รวมทั้งการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก และกำจัดของเสียซึ่งที่มัลดีฟส์นี่เค้าเข้มงวดมาก ทั้งนี้ก็เพราะทุกคนรู้ว่าความสวยนี้เองที่ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลมาเที่ยว เค้าจึงพยายามรักษาของดีของเค้าไว้ไม่ให้ถูกทำลาย ซึ่งเรื่องราวต่างๆ สามารถอ่านได้จากเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของมัลดีฟส์ที่รวบรวมไว้ที่นี่ 

Don’t forget to read more about the Maldives here. We had dinner with Khun Jerome and Khun Prapaijit the GM of the resort on our last night. Delicious Thai food at Suan Bua.

รายละเอียดสำหรับเซ็นทารา ราส ฟูชิ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ (Centara Ras Fushi Resort and Spa Maldives) มีที่ www.centarahotelsresorts.com/crf  **รีสอร์ทนี้เป็นรีสอร์ทสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น ส่วนเด็กจะต้องอายุ 12 ปีขึ้นไป | Centara Ras Fushi Resort and Spa Maldives is an adult-only resort, teens of 12-year-old or older are welcome. More information is at www.centarahotelsresorts.com/crf

สำหรับราคาของแพคเกจ All Inclusive และ Gold All Inclusive จะต้อง Live chat กับแผนกจองห้องซึ่งราคาจะเปลี่ยนไปตามช่วง เช่นเดียวกันกับทุกอย่างในโลกนี้ โปรดกรุณาวางแผนล่วงหน้า | You won’t see the prices of All Inclusive and Gold All Inclusive package on the website. So you’d need to chat with the reservation. Prices change regularly depending on the date and time. 

จากกรุงเทพฯ บินตรงสู่สนามบินมาเล่ ได้โดยสายการบินบางกอกแอร์เวยส์ ใช้เวลา 4 ชั่วโมง โดยเวลาที่มัลดีฟส์จะช้ากว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง ขาไปที่สุวรรณภูมิบางกอกแอร์เวยส์มีเล้านจ์ให้ผู้โดยสารทุกคนสามารถนั่งเล่นพักผ่อนรับประทานของว่างและเครื่องดื่มได้ระหว่างรอเครื่อง รายละเอียดเพิ่มเติม มีที่ www.bangkokair.com | Flying Bangkok to Maldives takes 4 hours on Bangkok Airways. The local time there is 2 hours behind Thailand. Read more about Bangkok Airways’ flight and comfortable Suvarnabhumi lounge here. Our extended blog on Bangkok-Maldives on Bangkok Airways. 


เรื่องและภาพมีการสงวนลิขสิทธิ์ | words and images are copyrighted.

**ขอขอบคุณเซ็นทารา ราส ฟูชิ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ และบางกอกแอร์เวยส์**

*Thank you Centara Ras Fushi Resort and Spa and Bangkok Airways.*

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *