10 Things You Should Know About the Maldives

ไหนๆ ก็ได้ไปเที่ยวมัลดีฟส์แล้ว ขอเก็บเรื่องราวของประเทศนี้มาฝากกันบ้างพอกรุบกริบ

1. หนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์จัดให้มัลดีฟส์เป็นหนึ่งในสถานที่ๆ เราควรหาโอกาสไปซักครั้งในชีวิต และเพราะเป็นห่วงโซ่ของเกาะปะการังสิ่งมีชีวิตที่เปราะบางอย่างที่เราทราบกัน มัลดีฟส์จึงต้องพยายามรักษาสภาพแวดล้อมไว้ให้ได้ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจที่แน่นอนว่ามาจากการท่องเที่ยวแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งปีนี้เอง (2560) ที่รัฐบาลมัลดีฟส์ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกการปกป้องสภาพแวดล้อมของยูเนสโก(Biosphere Reserve Status) หนึ่งเพื่อที่จะมีนโยบายรักษาธรรมชาติที่สวยงามนี้ไว้อย่างเป็นรูปธรรม

New York Times listed the Maldives as a destination in their 52 places to go in 2017. As a collection of fragile coral islands, Maldives’ biggest challenge is to preserve its natural beauties that draw people here the first place. In 2017, all of its 1,1890 islands have applied for UNESCO Biosphere Reserve Status as an effort to tangibly preserve and sustain their environments.

2. มัลดีฟส์เป็นประเทศเอกราช ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศอื่นอะไรๆ อย่างที่หลายๆ คนคิด สาธารณรัฐมัลดีฟส์มีการปกครองแบบประชาธิบไตย มีประธานาธิบดีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ผู้คนนับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ โดยเมืองมาเล่ (Malé) ภาพบน เป็นเมืองหลวงของมัลดีฟส์ตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ในหมู่เกาะคาฟู (Kaafu Atolls) ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ มีสนามบินนานาชาติตั้งอยู่ที่เกาะข้างกัน

The Maldives is a country and not a part of another country like much wrongly perceived. It is a presidential republic with Islam the main religion. Malé, seen above, is their capital, located in Kaafu atolls north of the island ring. The Velana International Airport is right next to Malé.

3. มัลดีฟส์เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยที่เกิดจากปะการังอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ หรือ atolls รวมกัน 26 อโทล มีทั้งหมดทั้งสิ้น 1,190 เกาะ กินเนื้อที่พื้นทะเล 90,000 ตารางกิโลเมตร (ประเทศไทยมีเนื้อที่ 513,120 ตารางกิโลเมตร) เป็นบ้านเมืองของชนเผ่าพื้นเมืองชาวเกาะต่างๆ แถวนี้ ที่มีหน้าตารูปร่างเหมือนชาวอินเดีย ชาวศรีลังกา นับถือศาสนาอิสลาม และเป็นนักเดินเรือที่เก่งฉกาจมากที่สุดในท้องทะเล หลังจากผ่านร้อนหนาวมาหลายศตวรรษ จากการที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของโปรตุเกส และศรีลังกา และเมื่อศรีลังกา (ที่เคยมีชื่อว่า Ceylon) ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ มัลดีฟส์ก็เลยเป็นส่วนหนึ่งของอังกฤษไปด้วย ปัจจุบันลูกหลานชาวมัลดีฟส์ก็ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศอังกฤษ ชาวมัลดีฟส์ที่มีฐานะส่งลูกส่งหลานไปเรียนที่อังกฤษมากมาย รวมทั้งออสเตรเลีย มาเลเซีย และสิงค์โปร์

The Maldives consist of 26 atolls with 1,190 islands – habited and not by humans. The total area of the Maldives is 90,000 square kilometres (Thailand: 513,120 sq. km. just to give you a scale). It has been through a lot historically, from being seized by Portugal and part of Ceylon then also a part of Great Britain, the Maldives’ independence came in 1953 followed by series of reforms and development. Now, Maldivian descendants still have close ties to England. Many had their education there, or in Australia, Malaysia and Singapore.

4. จากรีสอร์ทสองแห่งแรกเมื่อค.ศ. 1972 และนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกๆ ที่เป็นผู้บุกเบิก ได้มายลโฉมชื่นชมความงามแบบสุดยอดของมัลดีฟส์สมัยก่อน ปัจจุบันมีรีสอร์ทตั้งอยู่ตามเกาะเล็กเกาะน้อยของคุ้งน้ำแห่งนี้ประมาณ 105 แห่ง กระจัดกระจายไปตั้งแต่หมู่เกาะทางเหนือไปถึงหมู่เกาะทางใต้ จากรีสอร์ทง่ายๆ ของคนท้องถิ่น มัลดีฟส์ก็ค่อยๆ มีรีสอร์ทหรูหรา ทั้งไฮเอนด์และไฮเทคเข้ามามาก และด้วยกฏหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดของมัลดีฟส์ ทำให้รีสอร์ทหลายแห่งที่นี่มีเทคโนโลยีการจัดการ ทั้งผลิตพลังงานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งการจัดการขยะของเสียที่ดีที่สุดในโลกก็ว่าได้

From the first resort back in 1972, Maldives now has about 105 resorts scattered from the north to south atolls. Some very high-end and many very high-tech, especially in parts of back-of-the-house managements due to Maldivian strict environmental laws that require resort operator to manage a strict environmental protocols in their premises.

ต้น Dihga

5. ต้นไม้ท้องถิ่นของมัลดีฟส์ ที่เราได้เห็นและนำมาฝาก (เนื่องจากมีปรากฏที่รีสอร์ท) ได้แก่ต้น Dihga ที่มีหน้าตาใบคล้ายต้นโพธิ์แต่ไม่ใช่ และต้น Kuredhi หรือจะเป็นต้นที่ใบฝอยๆ อยู่ริมหาด ที่เป็นต้นเก่าแก่นานกว่าร้อยปี เป็นต้นไม้อนุรักษ์ห้ามตัดเป็นอันขาด เป็นต้นไม้ที่โตช้ามาก แต่ช่วยไม่ให้ชายหาดถูกเซาะกร่อนได้ 

Walking through the resort, we found two indigenous trees. One above is Dihga – with leaves similar to Bodhi tree, but not. Another is the slow-growing, beach-protecting Kuredhi (below) which is protected by the Maldivian laws. A resort with this tree cannot cut it no matter what.

ต้น Kuredhi

6. อย่างหนึ่งที่เห็นชัดจนต้องถามให้รู้ก็คือ จำนวนของผู้ชายที่เป็นพนักงานของที่นี่ เพราะเห็นว่ามีมากกว่าผู้หญิงเยอะเลย พนักงานทำความสะอาดทุกคนเป็นผู้ชาย เรียกได้ว่าเป็นแผนกพ่อบ้านกันเลยทีเดียว สอบถามได้ความมาว่า ผู้หญิงมัลดีฟส์จะไม่นิยมทำงานแบบนี้ หนึ่งเป็นเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่หากไม่แต่งงานมีครอบครัวที่ต้องดูแล ก็จะมีการศึกษาสูงและนิยมทำงานในออฟฟิศมากกว่า อย่างที่กล่าวไปเมื่อตอนที่แล้ว ลูกหลานชาวมัลดีฟส์จำนวนมากที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศอังกฤษที่เป็นยานแม่เก่า มัลดีฟส์แม้จะเป็นเกาะแต่ที่มาเล่เมืองหลวงก็มีทุกอย่าง นักลงทุนที่จะมาลงทุนเปิดรีสอร์ทที่นี่จะต้องผ่านการคัดเลือกจากกระทรวงการท่องเที่ยว ก่อสร้างและส่งแผนดำเนินงานตามกฏเกณฑ์ของประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการที่จะต้องรักษาระดับอัตราพนักงานท้องถิ่นไว้ให้ได้ตามกำหนด

One obvious difference that we saw here in the Maldives is the numbers of male housekeepers. Unlike female-dominated housekeeping crews in Thailand, we only saw male staff here. Reasons, as we were told, are that most female locals, if not married with a task of home-caring, would rather take office works than manual works. Usually females are educated, some went to schools abroad, especially in England. Malé the capital is the center of all things. Any opening resort has to comply with strict rules and regulations of the Maldives, one of those concerning the minimum ratio of local workers in a resort that needs to be maintained.

7. ปะการังอันเป็นพื้นฐานของเกาะต่างๆ ที่มัลดีฟส์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่เปราะบางมาก ตอนเราไปพักที่เซ็นทารา ราส ฟูชิ พอดีตรงกับวันที่ทางรีสอร์ทมีจัดกิจกรรมปลูกปะการังกันพอดี เลยได้ความมาว่า ปะการังถูกธรรมชาติและมนุษย์ทำลายทุกวัน กระแสน้ำคลื่น ลม และความร้อน เป็นตัวทำลายปะการังมากที่สุด และเพราะเช่นนี้ จึงต้องมีการช่วยกันเพาะปะการังขึ้นมา ปะการังย่านทะเลมัลดีฟส์มีมากมายหลายแบบ ทั้งแบบนุ่มและแบบแข็ง ที่เราได้ปลูกในวันนั้นคือ finger coral ที่อยู่แถวกลางของภาพด้านบน (มุมซ้าย) และ pillar coral (มุมขวา) ซึ่งทางรีสอร์ทจะไปเก็บปะการังหักๆ เหล่านี้มาจากเวิ้งน้ำแล้วนำมาปลูกหรือผูกติดกับก้อนซีเมนต์ตามภาพ ​ที่สำคัญคือจะต้องเพาะให้ถูกที่ แบ่งพันธุ์ใครพันธุ์มันในซีเมนต์แต่ละก้อน ห้ามผสมกัน 

Atolls mean coral islands. They are fragile, as we know it, and one of the ways we can sustain the natural resource is by helping it, replanting it and farming it. Corals – soft and hard – can easily be damaged by natural hardships: strong waves, winds, currents and heat. All can uproot and break them. At the reef around Centara Ras Fushi is reef farms, the ridges filled with replanted corals organized by Best Dives-trained staff of the resort. I got to replant two types of hard corals: finger and pillar and learnt that these are so slow-growing with an average of one inch per year. Having said that, the ridges around the resort is also a great snorkeling spot to see these magnificent living things.

8. Back of the house คือส่วนที่ไม่มีใครมองเห็น แต่เป็นตัวขับเคลื่อนทุกอย่างในรีสอร์ทแห่งนี้ บอกเลยว่าหลายคนคงไม่นึกอะไรมากกับสิ่งที่เราได้มาง่ายๆ ในยุคปัจจุบัน น้ำและไฟฟ้ามันเหมือนเกิดขึ้นเองในโลกเราทุกวันนี้ รวมทั้งวายฟาย สัญญาณโทรศัพท์ ภาพยนตร์หรือข่าวที่มาทางโทรทัศน์ และน้ำแข็งก้อน แต่การอยู่บนเกาะในมหาสมุทรอย่างมัลดีฟส์ การผลิตทุกสิ่งอย่างขึ้นเองทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นและคุ้มค่า โดยรีสอร์ทส่วนใหญ่ของแต่ละเกาะ จะมีส่วน back of the house ที่มีเทคโนโลยีแตกต่างกันออกไป แต่ทุกที่จะต้องสามารถผลิตไฟฟ้า น้ำจืด ดับเพลิง กำจัดขยะได้ด้วยตนเอง โดยระบบทั้งหมดจะต้องผ่านการอนุมัติโดบกระทรวงท่องเที่ยวของมัลดีฟส์

ที่เซ็นทารา ราส ฟูชิคนที่รับผิดชอบงานนี้ทั้งหมดของที่นี่ก็คือวิศวกรคนเก่งชาวศรีลังกา ลูกหม้อของเซ็นทาราที่ชื่อว่าคุณเจอโรม มานูเอล หรือ “ลุง” ของพนักงานที่นี่ ผู้คุมทุกอย่างตั้งแต่เครื่องผลิตไฟฟ้าพลังดีเซล เครื่องสูบน้ำผลิตน้ำ (ใช้ทั้งอุปโภค บริโภค และในสระว่ายน้ำ) การกำจัดของเสีย รวมทั้งการซ่อมแซมทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่เล็กน้ำไม่ไหลไปถึงใหญ่ยาก

การผลิตน้ำทะเลเป็นน้ำดื่มของบ้านนี้ใช้ระบบ Reverse Osmosis โดยน้ำทะเลจะถูกสูบขึ้นมาพัก กรอง อัดความดันเพื่อแยกอณูเกลือออก ก่อนที่จะผ่านเครื่องกรองละเอียดยิบและผ่านการฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวีก่อนถูกบรรจุขวด อันนี้มาจากน้ำทะเลนะคะ ซึ่งได้ดื่มแล้วกว่าสิบขวดพบว่าไม่เค็ม จืดสนิท ไม่มีข้อกังวล เราใช้เวลาคุยกับคุณเจอโรมนานมาก นานกว่าคุยกับเชฟเสียอีก ได้ความรู้มากมาย คุณเจอโรมบอกว่าเครื่องที่ใช้ในรีสอร์ทแห่งนี้ยังไม่นับว่าไฮเทคมากนัก เพราะที่อื่นเค้าสามารถที่จะผลิตน้ำดื่มจากน้ำเสียได้กันแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องเหมาะกับสถานที่ๆ ที่มีน้ำจำกัดจะได้ไม่ต้องกลัวเรื่องการขาดแคลนน้ำ ส่วนเรื่องกำจัดของเสียอันนี้ก็สุดยอด วิลล่าที่เราเห็นมีเสาปักลงไปใต้น้ำ ไม่มีท่อน้ำทิ้งลงทะเล แต่ด้านใต้ของบ้านและระเบียงทางเดินจะมีท่อลำเลียงของเสียออกมาเพื่อบำบัดทั้งระบบ ไม่มีการปล่อยสิ่งใดออกไป ขยะจากครัวที่เกิดขึ้นหากเป็นสิ่งที่ปลากินได้ ก็จะให้ปลากิน แต่หากเป็นขยะที่ต้องทิ้งและทำลาย บอกเลยว่าที่นี่เค้ามีเตาเผาขยะสำหรับกำจัดทุกอย่าง สิ่งที่ได้ท้ายสุดก็คือปุ๋ย ที่นำมาบำรุงต้นหมากรากไม้กันได้อีกทีนึง

Back-of-the-house of a resort is like an unsung hero. Electricity, fresh waters, wifi, television and even ice cubes considered given in modern days, it is a huge challenge for any operation in the Maldives to be able to sustain and managed in a way that not only comply but also compliment to the environment.

Things started at that bottled water I so appreciate in our room. I learnt that they make their own water, using a reverse osmosis system to turn sea water into clean fresh water and drinkable water. Khun Jerome Manuel – Chief Engineer of Centara Ras Fushi – took us for a thorough tour of the whole system that produce everything we need while staying there. The diesel-run generators, equipped with the energy-saving heat-exchange, the water treating plant, the boiler that pumps heat to laundry department and the incinerator that destroys wastes that can’t be recycled. And the whole waste-management explanation that educate us how one can excel if one cares about the environment.

Given the fact that all resorts in the Maldives need to be self-sustainable, this back-of-the-house system which takes about 35% of the total construction costs of a resort here, can make or break the button line in the long run. Many high-end resorts then use top-of-the-line back-of-the-house system, making the Maldives the showcases of the global technologies in this area, too.

วีดีโอด้านบนคือ ปลาโลมากลางทะเลลึก ต้องนั่งเรืออกไปนอกรีสอร์ท ทริปนี้ไปกลับสามชั่วโมง แต่ได้เห็นแบบนี้และอีกมากของจริงไม่ใช่สวนน้ำนี่ก็ปลื้มปริ่มสุดๆ

9. จริงๆ มามัลดีฟส์น่าจะต้องชอบน้ำทะเล เพราะที่นี่สามารถดำน้ำตื้นแล้วเห็นปลาหลากสีใหญ่เล็ก และปะการังมากมายได้ง่ายๆ คือแค่ลงน้ำป๋อมแป๋มหน้าห้องพักก็ฟินมากแล้ว แนะนำว่าให้ใส่ชูชีพลงน้ำจะดีกว่า เพราะบางทีมีลมแรงจะได้ไม่ต้องอกสั่นขวัญแขวนกันมากไป หรือไม่ก็ลองเดินชายหาดเค้าดูนะ วันที่เราไปเจอฉลามน้อย ปูจะนวนมาก และนกกระยางอีกมากมายเลยด้วย น่ารักมาก

Naturally, the Maldives suit sea lovers. We just couldn’t resist the green-blue clear sea that surround the place. A dip in front of our balcony is totally sublime. Loads of fish in all colours and sizes, live corals, grey herons. Walking on the beach, we also saw shark babies, schools of fish and mud crabs.

You should see three relaxing grey herons in this pictures.

10. มามัลดีฟส์ อย่าพลาดรับประทานปลาสดๆ ของท้องทะเลแห่งนี้ ตอนแรกที่กินตกใจมาก เพราะเนื้อปลาทุกชนิดแน่นมาก ต้องออกแรงเคี้ยวกันเลยทีเดียว ปลาทูน่าเราก็รู้ว่าแน่น แต่ปลากระพง ปลาเนื้อขาวเช่น reef fish ก็ยังแน่นมากๆ ถามได้ความว่า ปลาย่านนี้ เนื่องจากเป็นปลาน้ำลึก ต้องออกแรงว่ายน้ำมาก ก็เลยกล้ามเนื้อแน่นปั๋งนั่นเอง

Fish we ate at the Maldives give us a new perspective. The meats, from tuna to white snapper and reef fish, are dense and chewy. Just like eating pork. So, we were explained that since these fishes are local, deep-sea fish, the muscles are strong, hence that tight textures unlike farmed fish we usually had anywhere else in the world. A delicacy if you will, and a natural lesson on a plate as well.


อ่านรีวิวเซ็นทารา ราส ฟูชิ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ (Centara Ras Fushi Resort and Spa Maldives) | Read full review of All-Inclusive Package at the Centara Ras Fushi Resort and Spa Maldives.

อ่านการเดินทางกรุงเทพฯ มัลดีฟส์ ด้วยบางกอกแอร์เวยส์ | Read about our Bangkok-Male flight on Bangkok Airways and their lounge at Suvarnabhumi Airport. 


เรื่องและภาพมีการสงวนลิขสิทธิ์ | words and images are copyrighted.

**ขอขอบคุณเซ็นทารา ราส ฟูชิ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ และบางกอกแอร์เวยส์**

*Thank you Centara Ras Fushi Resort and Spa and Bangkok Airways.*

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *