Tokyo’s Delicacies Now at Kisso, The Westin Grande Sukhumvit 19

Okonomiyaki or Japanese pizza.
ปี (TH/EN) นี้ขอให้เตรียมตัวรับประทานอาหารญี่ปุ่นจากแหล่งดีๆ ทั่วทุกมุมประเทศญี่ปุ่นที่ห้องอาหารคิสโสะ โรงแรมเดอะเวสทินกรุงเทพฯ (ซอยสุขุมวิท 19) จะมีมานำเสนอถึงสี่ครั้ง โดยนำเชฟจากแต่ละแห่งมาปรุงอาหารเมนูพิเศษเป็นระยะเวลาครั้งละประมาณ 10 วัน ดังนั้นโปรดอย่าพลาดค่ะ

It is comparatively rare for Kisso – the Japanese restaurant at the Westin Grande Sukhumvit – to be having food promotion. However, this year, they are planning for four, each bringing into Bangkok the special delicacies from certain parts of Japan. This current promotion, running from now until June 4, is their first and showcasing Japan’s finest food from Tokyo.

Seafood Jelly or Kohaku Yose.

Kisso  มีความหมายว่าโชคดี และเป็นห้องอาหารญี่ปุ่นเก่าแก่ตั้งมานานกว่า 20 ปีแล้วในบางกอก ดังนั้นคงไม่ต้องบอกกันอีกว่าของเค้าดีแค่ไหนถึงสามารถอยู่มานานได้ปานนี้  **การจัดงานครั้งแรกของปีนี้ของคิสโสะ ซึ่งกำลังมีจากวันนี้ถึง 4 มิถุยายน 2560** เริ่มต้นที่กรุงโตเกียว ที่ใครๆ ก็รู้ว่า เป็นศูนย์กลางอาหารดีเยี่ยมที่สุด เนี๊ยบที่สุดของญี่ปุ่น เชฟเก่งๆ ขั้นเทพเท่านั้นถึงจะสามารถฝ่าฟันด่านอรหันต์มาอยู่ที่นี่ได้ เพราะการแข่งขันสูงมาก และคนรับประทานก็เป็นระดับเซียน โดยเฉพาะคนที่รับประทานอาหารแบบไฟน์ไดน์นิ่ง เชฟที่ทางห้องอาหารนำมาก็คือเชฟใหญ่ คาซูอิ อิวาเนะ และผู้ช่วยคู่ใจ เชฟยูจิ ซูกิยามา จากห้องอาหารไหม” (MAI) ของเดอะเวสติน โตเกียว อาหารที่เชฟสองคนนี้ปรุงในกรุงเทพฯ บอกเลยว่าอร่อยมากจริงๆ มีความเรี๊ยบ ความสวย ความลึกล้ำของรสชาติที่เกิดจากการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีมาปรุง และความพิถีพิถันในรายละเอียดทุกขั้นตอน

Dassai Sparkling sake, Dassai 39, Dassai 23 and unfiltered Namasake.

อาหารทั้งหมดของเชฟทั้งสองจะอยู่ในเมนู a la carte ซึ่งอยากจะบอกว่าตอนได้ไปลองทุกอย่างอร่อยมากๆ เลย คือเชฟใช้ของดี ปรุงดี มีความพิถีพิถันทุกอณู โดยเฉพาะเยลลี่ซีฟู๊ดที่แสนจะเนี๊ยบ เป็ดต้มไสตล์ญี่ปุ่นที่หอมอร่อย และมะเขือย่าวที่ปรุงมาด้วยกันหอมนุ่มมาก อีกอย่างที่ชอบสุดๆ ก็คือข้าวหน้าปูขน เสิร์ฟกับผักดอง (ที่ยังอร่อยมากอีก) และซุปเต้าเจี้ยวแดงที่รู้จักกันว่า Akadashi โดยมีรสหอมลึกกว่ามิโสะปรกติทั่วไปค่ะ

As we all know, Tokyo, as the capital, is the epicurean center of Japan. While the hotel is planning to bring different specialties from different parts of Japan during this series of food promotion, this one from Tokyo certainly marked a great beginning. We all know chefs who survive the cut-throat competition in Tokyo have a higher chance to survive anywhere in the world. Surviving aside, it is also the matter of precise skills prepping thr meals and the ability to cook in a way that does not bury the real fantastic tastes of the ingredients.

Clear Otoro Soup.

The food was also introduced along with fine sake selections from Bojiyama and Dassai – two very premium Sake brands of japan. We tried four sake types, starting with Dassai Sparkling (with its delicate rice fragrance and bubbles so so good), Dassai 39, the very premium Dassai 23 (number reflects the amount of the rice grain left from the polishing process; Junmai sake means sakes made from polished rice, for the husk and outer area of rice are deemed undesirable in tastes and flavours and premium sakes must be pure and fragrant), and the unfiltered or raw ‘namasake’ made by Dassai also.

มื้อนี้เราได้ลองรับประทานกับสาเกแบบต่างๆ ด้วย สาเกมีทั้งแบบ sparkling มีความหอม ออกเปรี้ยวอ่อน ของข้าวหมัก ดีงามมาก และมีทั้งสาเกที่พรีเมี่ยมมากๆ คือ Dassai 23 ซึ่งตัวเลขหมายถึงเปอร์เซ็นต์ของเมล็ดข้าวที่ถูกขัดเหลือเพื่อการหมักสาเก ซึ่ง 23 นี้คือเลขสูงสุดของการขัดข้าว (สาเกทำจากข้าวขัดเพื่อให้ได้สาเกที่บริสุทธิ์ เพราะเปลือกข้าว จมูกข้าวทั้งหลายมักก่อให้เกิดกลิ่นสีที่ไม่ละเมียด ดังนั้นขัดจนเหลือน้อยแค่ 23% จึงถือว่ายอดเยี่ยมกระเทียมดองมาก) ซึ่งสาเกจากข้าวขัดเหล่านี้เรียกว่า Junmai ซึ่งหมายถึงสาเกที่ทำจากข้าวขัดและที่ไม่ใส่แอลกอฮอล์เพิ่มเติมในตอนหลังด้วย นอกจากนั้นยังมีสาเกแบบที่เรียกว่า namasake หรือสาเกที่ไม่กรอง ไม่ผ่านความร้อน unpasturized หรือหลายค่ายก็เรียกว่าสาเกแบบ raw ก็ได้เช่นกัน

Grilled Kinki Fish with Sea Urchin.

In my opinion, Japanese food is such a naked cuisine. For example, sashimi, which takes nothing more than a skilled cutting of the fish, is an obvious manifestation. You can’t hide the subpar quality of the fish in the dish. The fresher, the better, and the one we had at Kisso two nights ago at the beginning of their promotion period was just so so good.

These pictures are the food cooked by Head Chef Kazushi Iwane and his sous chef from MAI restaurant at the Westin Tokyo. Everything we had was fantastic. Delicate tastes and so superlative, if I may. The duck breast, cooked Japanese way in a light stew, is a great example. The juicy meat aside, the two pieces of eggplant lightly battered, fried and then stew, was tender and aromatic. The matching of the tastes, for example, in grilled kinki fish and sea urchin, was intense, yet delicious. Their super tender roasted beef, served with wonderful spicy Japanese style dip, was also light and tasty.

Torotaku Maki and Unagi Nigiri. ข้าวห่อสาหร่ายปลาโทโรสับและข้าวปั้นหน้าปลาไหลทะเล

อีกอย่างที่ดีงามมากคือได้เจอกับคุณสันติ เศวตวิมลด้วย คุณสันติเล่าว่าตนเป็นนักข่าวสงครามเก่าที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และผันมาเขียนเรื่องอาหารโดยใช้นามปากกาว่า “แม่ช้อยนางรำ” ซึ่งเป็นชื่อมาจากการบรรยายลักษณะต้นไม้ของคนไทยโบราณ สาเหตุที่ต้องใช้นามแฝง เพราะสมัยนั้นคอมมิวนิสต์เป็นเรื่องต้องห้าม ใช้ชื่อจริงในฐานะนักข่าวสงครามเกรงว่าจะไม่ดี ก็ปรากฏว่าเขียนเรื่องอาหารนั้นคนทั้งประเทศติดใจมาก โด่งดังเป็นพลุใหญ่แตก ใครๆ ก็รู้จักแม่ช้อยนางรำ และยิ่งขำว่าปรากฏว่าเป็นผู้ชาย
เพราะในเรื่องเรียกตนเองว่าอิชั้น ใช้คะใช้ขา ดังมากยิ่งกว่าเป็นนักข่าวสงครามเสียอีก คุณสันติ หรือพี่หมูมาเปิดงานเทศกาลอาหารญี่ปุ่นที่คิสโสะ ทักทายน้องๆ นักเขียนอาหารทุกคนอย่างน่ารักเป็นกันเองและไม่ถือตัวเลย แถมยังตอบคำถามง่ายๆ ที่เราถามแบบอารมณ์ดี หัวเราะดังมากอย่างผู้ชายอายุ 72 ที่มีความสุขเหลือเกิน ขอบพระคุณมากค่ะ

เป็ดปรุงรสแบบญี่ปุ่น | Kamo Nasu
Japanese style roasted beef.

I also liked the rice with kani crabmeat (below). It is served with assorted pickles (simple yes but super delish) and deep-flavoured miso soup made from the premium Akadashi miso.

Kani Gohan, Tsukemono, Akadashi miso ข้าวหน้าปูม้าขน ผักดอง และซุปเต้าเจี้ยวแดง

And then, there’s this ‘Coffee Jelly’ as the dessert. The colour is pure white, and the taste is very milky rich and creamy. But then, there’s this soft and subtle taste of coffee just to give you a perk. So fine, so Japanese, so tasty and delicate.

Yuzu Sorbet and Coffee Jelly.

ห้องอาหารคิสโสะ Kisso โรงแรมเดอะเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท Kisso Japanese Restaurant
เปิดบริการมื้อกลางวัน 12.00 – 14.30 มื้อเย็น 18.00 – 22.30 น. โปรดโทรจอง โทร. 02-207-8000  ผู้ถือบัตร JCB และสมาชิก SPG จะได้รับส่วนลด 15%

เรื่องและภาพมีการสงวนลิขสิทธิ์ | words and images are copyrighted.

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *