Basque Burnt Cheesecake at Pâtisserie Rosie, Thong Lor 10

I(TH/EN) don’t know about you, but next time I go to Pâtisserie Rosie on Thong Lor Soi 10, I would just dive into their ‘Basque Burnt Cheesecake’ (pictured above) and a variety of their Chinese teas.

As everyone knows, Bangkok is now totally swamped by choices. New restaurants, new dessert bars, new coffee shops, cafes, tea parlours. You name it, they just keep opening new every single day. While I can’t keep up with the fast pace of the industry, I am sure I know what I like when it comes to the place that we have visited. In this case, it has to be the aforementioned cheesecake at this small, stand-alone place with no parking, yet packed even when it was drizzling out.

คิดว่า Basque Burnt Cheesecake ของ Pâtisserie Rosie ร้านขนมในทองหล่อซอย 10 เป็นขนมในดวงในอีกชนิดที่เคยกิน ณ​ เวลานี้ ร้านขนมร้านนี้ตกแต่งน่ารักมาก เป็นร้าน standalone ที่ไม่มีที่จอดรถ จะต้องไปจอดที่ Arena 10 ฝั่งตรงข้าม (ชั่วโมงละ 20 บาท) หรือหากโชคดี ก็อาจสามารถหาที่จอดหน้าร้านได้บางช่วงของวันค่ะ

ฝนตกจั่กๆๆ นี่ไม่ได้ทำให้ร้านนี้คนน้อยหรืออะไรเลยนะคะ เพราะไปหลังเที่ยงเล็กน้อย ด้านล่างมีคนนั่งเต็มเรียบร้อย เราสี่คนเลยตะกายขึ้นไปชั้นบน ร้านตกแต่งด้วยโทนสีเขียวเทาสวยดี แอร์ยังทาสีเดียวกับกำแพงเลย ร้านนี้ขายขนมหน้าตาสวยงามแบบฝรั่งเศส แต่รสชาติไม่ใช่คลาสสิคแบบ Paris Mikki คุณเจ้าของบอกว่าคุณสามีเป็นเชฟอาหารคาวมาก่อน แล้วหัดทำขนมเอง เอารสชาติโน้นนี้มาผสมผสานได้มาน่าอร่อยหลายอย่าง วันที่เราไป เราเลือก Yuzu Tart, ทาร์ตมะยงชิด ทาร์ตลูกพลัมแดง และชีสเค้กหน้าไหม้แบบเมือง Basque ซึ่งเป็นส่วนติดทะเลตอนเหนือของสเปน

Obviously, ‘Basque Burnt Cheesecake’ has its name from the Basque Country northern of Spain. Upon my googling, I learnt that the place that originated this dreamy ‘souffle-like-texture’ cheesecake is a small cafe called La Vina, where, apparently, people flocked into their space for a good fill of their signature, center-jiggling piece of cheesecake. And the top of the whole cheesecake is ‘burnt’ or ‘caramelized’ – the way we used to see when it comes to desserts made from this part of the world. Another example that comes to mind is their traditional Portuguese egg tarts with their signature burnt top.

So, what is this Basque Burnt Cheesecake? A lot of bloggers have tried to seek for the truth. An American blogger who traveled far and beyond to San Sebastian – the root of the known cheesecake – braved the place with her questions, got the answer and had a successful attempt on baking one on her own. So the secret is the “Ilidelheea,” or F.I.L.I.D.E.L.F.I.A. cheese (sounds familiar?? :), a lot of heavy cream and the combination of baking temperature that caramelizes the top while leaving the center of the cheesecake still soft and suffle-texture.

ก็ปรากฏว่าขนมทุกอย่างอร่อยดี แต่ที่พวกเราชอบมากที่สุดก็คือ ชีสเค้กหน้าไหม้ชิ้นนี้ ไปสืบดูก็ปรากฏว่า เป็นชีสเค้กที่คนไปสเปนตรงนี้จะต้องไปกินที่คาเฟ่ร้านเล็กๆ ที่ชื่อ La Vina ในเมือง San Sebastian ซึ่งมันอร่อยมากขนาดว่ามีคนบอกว่า มาร้านนี้ต้องกินของหวานก่อนที่จะกินของคาว (ซึ่งก็คือชีสเค้กอันนี้) เพราะหากมัวแต่กินของคาวให้เสร็จก่อน ของหวานดังกล่าวอาจจะหมดไม่มีเหลือก็ได้ ชีสเค้กหน้าไหม้แบบนี้มีเนื้อด้านในแตกต่างจากชีสเค้กแบบอเมริกันหรือญี่ปุ่นที่เราเคยกิน คือเนื้อไม่แน่นไม่หนักเหมือนอเมริกัน แต่ก็ไม่นุ่มเบาไปทั่วเป็นขนมชิฟฟ่อนเหมือนชาวญี่ปุ่น แต่มีส่วนนุ่มแต่เข้มข้นด้านบน ตรงกลางนั้นมีความแฉะเหมือนเนื้อขนมซูเฟล อ่านเจอบล็อกเกอร์ชาวอเมริกันคนหนึ่งที่ไปดั้นด้นรับประทานขนมชนิดนี้ถึงถิ่น เมื่อเธออ้าปากถาม พนักงานก็รีบแจ้งเลยค่ะว่า “ไม่ต้องมาถามสูตร” เธอเลยถามว่า แล้วใช้ชีสอะไร คำตอบคือ “Ilidelheea” หรือ F.I.L.I.D.E.L.F.I.A (โปรดออกเสียง) เธอเลยจัดการมาหัดทำเอง จนได้เคล็ดลับว่า เนื้อด้านในที่ชุ่มฉ่ำเหมือนซูเฟลนั้น มาจากการใส่ครีมเต็มไขมันลงไปด้วย และการอบที่ต้องใช้ส่วนผสมของไฟให้หน้าไหม้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องปล่อยให้ด้านในของเนื้อเค้กยัง jiggling กระดุ๊กกระดิ๊กได้อยู่

Pâtisserie Rosie must have read that blog, I don’t know, but they managed to beautifully recreate the dessert in Bangkok. The top is deep brown in layer that gives a deep flavour to the milky, creamy and soft center of the cake. Delicious. Bt190 per piece and served with a spoonful of blueberry jam.

Along with the cheesecake, this patisserie also serves an array of homemade French-style colourful desserts, not classic types, and most concocted by the chef himself. Imagine yuzu orange in their creamy fillings, Thai mayongchid (marian plum) in their new items. Some pieces of their pastries here are decorated in a way that you’ve never seen anywhere. An interesting breath of fresh air into the world of patisserie, if you ask me. But I’ll repeat my visit there with the cheesecake, while leaving the patisserie cravings to be satiated by my all-time favorite (#3 on the list).

คุณเจ้าของร้าน Pâtisserie Rosie น่ารักมากมาย วันที่เราไปได้เจอกับเธอ คุยกันสองสามประโยค ร้านของเธอนั่งสบายมากสวยงามมีความสุข หากได้ไปอีกก็แน่นอนว่าจะสั่งชีสเค้กมารับประทานกับชาจีน ซึ่งที่ร้านนี้มีให้เลือกมากมายมีเดียว ร้านนี้น่าจะจัดว่าสามารถเป็นร้าน mix and match มีทั้งขนมแบบฝรั่งเศส ชีสเค้กแบบสเปน สกอนของชาวอังกฤษก็มี quiche พายเปิดหน้าอาหารว่างของฝรั่งเศสก็มี ไข่อาหารเช้าก็มี และก็ยังมีชาฝรั่งปนจีน กาแฟธรรมดาแต่เก๋อย่างดริป ไปถึงกาแฟกอร์เมต์ก็มีอีก เรารับประทานขนมตามภาพไปสี่ชิ้น โกโก้ร้อน 1 กาแฟดริป 1 ชาจีนสำหรับแชร์สองคน 1 จ่ายไป 1,331 บาทถ้วน เลขสวยทีเดียวค่ะ

Pâtisserie Rosie serves cakes, scones, tarts, croissants, coffees, teas, and some light meals such as quiche + salads, egg dishes and sandwiches. We paid Bt1,331 for 4 desserts, one drip coffee, one hot chocolate and one Chinese tea for two. Parking at curbside (low chances) or at the Arena 10 on the opposite side of the road at Bt20/hour.

Tuesday – Sunday: 11.00 – 20.00, T: 092 542 9900

Patisserie Rosie, Thong Lor Soi 10, Sukhumvit 55, Bangkok
Tuesdays – Sundays: 11.00 – 21.00, T: 092 542 9900

Follow @Ohhappybear 


เรื่องและภาพมีการสงวนลิขสิทธิ์ | words and images are copyrighted.

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *