ข้าวซอยคุ้มวงศ์บุรี แพร่ | Khao Soi at Prae’s Vongburi Teak House

เป็น(TH/EN) คนมีดวงกับสายฝนมากนะคะ คือไปที่ไหนๆ แม้กระทั่งหน้าร้อนคนอื่นไปเจอแดด แต่พอเราสองคนไปฝนตกเฉยเลย แต่หากไม่นับว่าถ่ายรูปแล้วฟ้าไม่ใส ฝนก็เย็นชื่นใจทำให้เดินเล่นมีความสุขดี ทริปล่าสุดเราขับรถไปเที่ยวชิลมากมายที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ขาล่องใต้เราแวะนอนที่แพร่สองคืน แน่นอนว่าใช้แผนที่กูเกิ้ลที่พาเราลัดเลาะไปยังเส้นทางที่รถไม่ติด ซึ่งหมายถึงหลายเส้นที่ขับผ่านไม่มีรถเลยด้วยซ้ำ เมฆครึ้มผสมกับความร้อนกลายเป็นหมอกหนา เป็นฉากหลังดูสวยดี มีน้องวัวกำลังเล็มหญ้าน่ารักมาก เลยแวะจอดชักภาพมาฝากก่อนค่ะ

Rain is always our friend, yet it could never stop us from going places we are planned to be. We were driving home from Chiang Khong not too long ago when the rain clouds collided with the perennial heat and formed a beautiful misty scene. The backdrops were the vast green valleys dotted with brown grazing cows. It was a slow day obviously, so we pulled over the two-way street and took these pictures. That was somewhere between Payao and Phrae, where we would stay for two nights with plans to roam around and see the beautiful sites of historic teak mansions the province is so famous for.

อย่างที่ทราบว่าเมืองแพร่เป็นเมืองเก่าที่มีความสำคัญทางการค้าแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ว่ากันว่าความเก่าแก่ของเมืองแพร่มีมานานพอๆ กับลำพูน แพร่เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่ออย่างมากเรื่องป่าไม้สัก มีจุดเด่นคือบ้านไม้สักเก่าแบบยุโรป ฉลุลายขนมปังขิง ซึ่งมีหลายแห่งที่ยังคงถูกรักษาไว้ให้ลูกหลานดูจนถึงปัจจุบัน โดยหนึ่งในบ้านที่สวยงามเหล่านั้นก็คือ บ้านวงศ์บุรี หรือคุ้มวงศ์บุรี ของแม่เจ้าบัวถา มหายศปัญญา ชายาองค์แรกในเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย เพื่อเป็นของกำนัลในการเสกสมรสระหว่างเจ้าสุนันตา ผู้เป็นบุตรีเจ้าบุรีรัตน์ (น้อยหนู มหายศปัญญา) (เชษฐา) ที่ท่านรับมาเป็นบุตรีบุญธรรม และหลวงพงษ์พิบูลย์ (เจ้าพรหม วงศ์พระถาง) โดยท่านทั้งสองได้ใช้เรือนหลังนี้เป็นเรือนหอในพิธีเสกสมรสด้วย

คุ้มวงศ์บุรีเริ่มก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2440 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2443 โดยได้ช่างชาวจีนจากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มาควบคุมการก่อสร้างโดยมีช่างพื้นเมืองเป็นผู้ช่วยจนเสร็จสมบูรณ์ คุ้มวงศ์บุรีมีความพิเศษเนื่องด้วยเป็นที่พำนักของอดีตชายาในเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์จึงสามารถขนานนามว่า“คุ้ม”ได้

ปัจจุบันภายในคุ้มวงศ์บุรีได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคล จัดแสดงประวัติความเป็นมาของบ้าน วิถีชีวิตของเจ้านายในอดีต โดยข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ล้วนตกทอดลงมากันในตระกูล (ที่มา วิกิพีเดีย) คุ้มวงศ์บุรีได้รับรางวัล “อาคารอนุรักษ์ดีเด่น ๒๕๓๖” จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมป์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

A northern teak-trading capital as old as Lamphun, Phrae is known until today for its rich lush teak forests that used to span its mountains. In its heyday during the reign of King Rama V, Prae’s governors and rulers built glorious teak mansions adorned exquisitely with unique style of decorative perforated woodworks known as ‘gingerbread’ patterns. These mansions – sprouting during the late 1890s – are thankfully preserved until today and one of them is Vongburi House which is still used and maintained by the family. It is also open daily for public viewing (Fee Bt30).

ที่เก๋มากของคุ้มวงศ์บุรี นอกจากการที่ตัวบ้านมีสีชมพู ซึ่งเป็นสีดั้งเดิมของบ้านตั้งแต่แรก เพราะว่าสร้างขึ้นให้เป็นเรือนหอแล้ว บ้านหลังนี้ยังมีเจ้าของเดิม คือลูกหลานของต้นตระกูลนี้ ซึ่งช่วยกันดูแลรักษาบ้านไว้ให้สวยงามให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้มีโอกาสมาเที่ยวชมกัน หลานสาวของเจ้าของบ้านคนรุ่นปัจจุบันใช้ส่วนพื้นที่ข้างบ้าน ต่อเติมออกมาเป็นห้องมีแอร์ และชานเรือนมีหลังคา เรียกพื้นที่ส่วนนี้ว่า “วงศ์บุรี โฮมเตอร์รองต์” เปิดเฉพาะกลางวัน ขายข้าวซอยโฮมเมด ขนมเส้นน้ำเงี้ยว ส้มตำ ขนมหวานไทยๆโฮมเมด ที่เพื่อนของดิฉันจากสำนักพิมพ์วงกลมคุณนายยูสาวชาวแพร่ตัวจริงเป็นคนแนะนำ ภาพด้านบนคือข้าวซอยและขนมเส้น (ขนมจีน) น้ำเงี้ยวที่บอกนะคะ มาสวยงามสะอาดสะอ้านตามภาพเลย รสชาติแกงออกหวาน แต่หอมละมุนเครื่องแกง กระดูกหมูเปื่อยนุ่ม และเส้นบะหมี่ และบะหมี่กรอบโรยหน้ามาดีงาม แต่ดิฉันเป็นคนชอบกินซุปน้ำใสๆ กินขนมเส้นน้ำเงี้ยวแล้วติดใจมากมาย มีทั้งหมูสับ กระดูกหมู และเลือดหมู ใส่ถั่วงอกดิบและผักกาดดองหั่น ลวกน้ำซุปเล้กน้อยมาอย่างที่เห็น ที่อร่อยเพราะชอบเติมพริกแห้งผัดลงไปด้วย อร่อยมาก รับประทานไปสองถ้วยค่ะ 😀

The magnificent mansion aside, here you can also have a great northern homemade lunch of Khao Soi and Kanom Sen pictured above. The meal is homemade as it is also run by the family. Khao Soi is the thick curry broth of pork ribs or chicken served with egg noodles, soft and crispy with condiments being pickled cabbages, shallot and limes. You can also add the toasted dried chillies to your taste. But my preference went to their Kanom Sen which is rice vermicelli – or Kanom Cheen as Bangkok people would call it – with clear soup of minced pork, ribs and blood curd. It is also served with pickled cabbages and crunchy beansprouts. I had two small bowls of this one after downing one big bowl of Khao Soi. Delish, very much.

เนื่องจากเป็นของเอกชน คุ้มวงศ์บุรี จึงมีการเก็บค่าเข้าชม 30 บาท แถมคุณพี่คนเก็บที่เป็นเจ้าของนี่แหละ ยังออกตัวขอโทษขอโพยว่าจำเป็นต้องเก็บเพราะว่ามีค่าบำรุงรักษา ซึ่งต้องเป็นเงินจากที่บ้านนี่เอง พื้นไม้ขัดมันของบ้านเก่าแบบนี้ ทำให้นึกถึงวันเวลาสมัยก่อนที่คนไม่แน่นเบียดกัน โลกยังสบาย ป่าไม้ยังตรึม ว่ากันว่าการสร้างบ้านแบบยุโรปเช่นนี้ ซึ่งเรียกว่าเรือนขนมปังขิง เป็นความนิยมในสมัยที่สยามมีความเฟื่องฟูในยุครัชสมัยล้นเกล้า ร. ๕ โดยคุ้มวงศ์บุรีเป็นบ้านสองชั้น ความขนมปังขิงก็คือการแกะสลักลวดลายไม้ฉลุที่มีอยู่ทั่วตัวอาคาร เช่น ชายหลังคา กรอบหน้าต่าง ช่องลม หน้าจั่ว ที่สำคัญการสร้างบ้านสมัยโน้น ยังใช้วิธีการตอกลิ่ม หรือการเข้าไม้โดยไม่ใช้ตะปู ด้านใน เมื่อผ่านจากห้องรับแขกอย่างเป็นทางการไปแล้ว ก็จะเป็นส่วนที่พักจริง มีห้องนอน และชานยกระดับภายในบ้าน ที่เรียกว่า “เติ๋น” ซึ่งเป็นที่พักผ่อนส่วนตัวของบรรดาสมาชิก

ด้านล่างของบ้าน ยังมีพิพิธภัณฑ์การทำไม้สักของเมืองแพร่ด้วย ซึ่งเป็นรูปช้างลากซุง กระบวนการตัดไม้ และสมุดบัญชีเจ้าหนี้ลูกหนี้ รวมทั้งเอกสารสัมปทานป่าไม้ เมื่อก่อนสมัยที่โลกยังอุดมสมบูรณ์ เราเห็นภาพเหล่านี้คงไม่คิดอะไรมาก แต่มาสมัยนี้เรื่องเหล่านั้น ช่างดูเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยและผิดยุคผิดสมัยเสียเหลือเกิน

Vongburi House is an exquisite home that will sure reminisce you with the good old days when the world was generally still in peace + rich with natural resources. When the forest were abundant and plenty, when the climates were still largely stable and extreme weathers were just occasional blows of bad spells. Thai people used to live together in big family, perhaps with lineage as long as three to four generations in one roof. In this gorgeous house, there’s just a space that this family would have had gathered. An indoor elevated platform with a huge dining table. All members would have had sat there, enjoying a scrumptious meal, together, taking, laughing or even crying and fighting. But that’s the point of being together. We love and we fight. We talk, we make up, and we move on. No matter how time passes, that’s one thing that will never change.

คุ้มวงศ์บุรีเปิดทุกวัน 9.00 – 17.00 น. มีบริการพื้นที่สำหรับจัดงาน เช่น private party แบบพื้นเมืองล้อมสะโตก การจัดงานแต่งงานแบบล้านนา ส่วนร้านอาหารข้าวซอยที่เราไปกิน เค้าก็รับสั่งทำเป็นพิเศษ รวมถึงสามารถสั่งอาหารเหนืออร่อยๆ อื่นๆ ได้อีกสำหรับคนที่จะมารับประทานกันเป็นหมู่คณะด้วย เพียงแต่ขอให้บอกล่วงหน้าและทำการจองเท่านั้นค่ะ T: 081-883-0546.
Vongburi House is open daily: 9.00 – 17.00. Private party, lunch, or function can be booked if you want to have your event set in this beautiful historic home. T: 081-883-0546.


Follow @Ohhappybear 


เรื่องและภาพมีการสงวนลิขสิทธิ์ | words and images are copyrighted.

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *