Yardbird at The Dirty Onion in Belfast, NI

ตอนนี้ (TH/EN) ดูเหมือนชีวิตผู้เขียนจะวนเวียนหมกมุ่นอยู่กับของเก่า โพสต์ที่แล้ว เขียนเรื่องร้านอาหารแทมป้า ที่โรงแรมฟลอริด้าที่เก่าแก่ของกรุงเทพฯ ครั้งนี้ขอเขียนเรื่อง The Dirty Onion และ Yardbird ร้านอาหารและบาร์ที่ตั้งอยู่ในตึกที่เก่าแก่ที่สุดลงทะเบียนเป็นเรื่องเป็นราวในเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือกันบ้าง

Seems like I am in a mood for old stuff, especially old diners, old buildings, and old things with traces of great stories. Last post, I have written about Tampa Restaurant in Bangkok’s very old Florida Hotel, so this one, I am going to take you to Belfast’s oldest building. The one that has been built since 1680 but still standing and now housing one of the coolest bars and restaurants in the city.

เราไปกินข้าวร้านนี้ในเย็นวันสุดท้ายที่อยู่เบลฟาสต์ บอกเลยว่าแม้เบลฟาสต์เป็นเมืองเล็กๆ เดินเที่ยวได้ชิลๆ แต่การที่จะค่อยๆ เดินดูโน่นนี่ มักเป็นการใช้เวลา แถบนี้ของเมืองคือเมืองเก่า อยู่ใกล้แม่น้ำ แต่เป็นเมืองเก่าแบบถนนหนทางยังเป็นตรอกซอกซอย ตึกแถวนี้เก่าจริงไม่ใช่ของใหม่ แต่ที่น่าสนใจคือเค้ารักษาของเก่าเหล่านี้ไว้ และยังบูรณะปรับปรุงให้ยังอยู่ แถมยังอยู่แบบคูลๆ อย่างที่เห็นนี่เอง

Despite its compact size, Belfast is packed with so many things to see. This part of the old town is dense with old row buildings, clustered in small, narrow lanes draped with artsy and colourful murals. I might say that Belfast people are doing a fantastic job restoring these gems and turning them into glorious places to visit. And this old timber-framed building at The Dirty Onion is only one example.

ตึกที่เห็นข้างหน้านี้ เป็นตึกที่โครงสร้างเป็นไม้เก่าของดั้งเดิม ที่ยังเป็นโครงสร้างเดิมตั้งแต่ถูกสร้างเมื่อปีค.ศ. 1680 สำหรับเป็นโกดังเก็บของ แน่นอนว่าการอยู่ใกล้ทะเล ปากแม่น้ำของเมืองนี้ โกดังแห่งนี้จึงเคยเต็มไปด้วยสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ปลา ชา วิสกี้ ฯลฯ ที่ชาวไอริชกินใช้เป็นประจำ ต่อมาในปี ค.ศ. 1921 ตึกแห่งนี้กลายเป็นโกดังที่ผลิตและเก็บวิสกี้ แบบที่เรียกว่า Bonded Warehouse (ประมาณเป็นของรัฐ ไม่ต้องเสียภาษี) และมีชื่อเล่นว่า Stack “N” โดย N หมายถึง North ตามที่ตั้งของตึกที่มีทิศไปทางเหนือของถนนสายนี้ นอกจากนั้นที่นี่ยังเคยเป็นโกดังเก็บวิสกี้ชื่อดังของไอร์แลนด์ ที่ชื่อว่า Jameson อีกด้วย ดังนั้นเค้าจึงมีรูปปั้นของคนแบกลังวิสกี้ของยี่ห้อนี้ตั้งอยู่ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงความหลังกันนิดๆ หน่อยๆ

The Dirty Onion is the bar and Yardbird is the restaurant that shares this historic original timber-framed building that used to be warehouse and bonded warehouse storing and manufacturing things like the famous Jameson whisky, hence the statue of Jameson Barrelman for its memory. Now, people come here for myriads of drinks, from Irish and Scottish and even Japanese whiskeys, crafted beers and my favourite thing – ales of all originalities. The Dirty Onion is a semi-outdoor bar with peat fire to keep people warm. This is such a cool place and I wish we are harder drinker, for it was the food upstairs at Yardbird that stole our attention. We climbed the stairs and we loved the place at first sight.

The Dirty Onion เป็นส่วนของบาร์​ เดินเข้ามาก็จะเห็นพื้นที่โล่งๆ มีที่นั่งทั้งด้านนอกและใน ไอร์แลนด์เหนือ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าอยู่เหนือ จึงไม่แปลกที่อากาศจะหนาวตลอดเวลา แต่ด้านในเค้ามีเตาผิงไฟเตรียมไว้ให้ คือกินดื่มอยู่ด้านนอก outdoor นั่นแหละ แต่จะไม่ต้องทรมาณมากนัก ถอดเสื้อหนาวตัวโตได้บ้างอะไรบ้าง

We were there late afternoon after a long walk that got us hungry. Since it was still lunchtime, we got ourselves a decent meal for a steal. Below is our meal>> their famous dry-rubbed chicken, BBQ ribs, coleslaw and avocado salad. I have to hand it to them. Small menu works wonder. If you want to excel in something, just do it right and don’t overdo. The ‘free-to-roam’ chicken was said to be marinated for 24 hours, pre-cooked and blast-chilled to keep the juice, then grilled on the split to serve. I love the combination of their dry rubs and lemon. So delicious. Also, BBQ ribs just fell of the bones and so tasty. Messy hands all worth it.

เราไปถึงที่นี่บ่ายแก่ๆ บาร์เปิดแล้ว มีคนนั่งดื่มอยู่ประปราย แต่เราสนใจในส่วนของอาหารมากกว่า เลยเดินขึ้นไปชั้นสอง อันเป็นร้านอาหารที่ชื่อว่า Yardbird หรือจะให้แปลเป็นไทยก็อาจจะตลกนิดนึง คือไก่บ้านไงคะ ที่นี่ไม่ได้มีอาหารวิลิศอะไร เสิร์ฟไก่ย่างสูตรพิเศษ และซี่โครงหมูบาร์บีคิว สลัด และอาหาร side dish แบบฝรั่งทั่วไป (แต่เราว่ามันค่อนข้างสไตล์อเมริกันเลย ดูจากโควสลอว์ และข้าวโพดย่าง) มื้อกลางวันเค้าเสิร์ฟถึงห้าโมงเย็น เราไปประมาณบ่ายสาม ยังรับประทานได้อยู่ค่ะ

สิ่งนึงที่อยากแนะนำ หากได้มาเที่ยวไอร์แลนด์คือเบียร์ที่เรียกว่า Ale ซึ่งมีกรรมวิธีการหมักโดยใช้ยีสต์แตกต่างจากเบียร์ทั่วไปที่เรียกว่า Lager หรือเบียร์ “เอล” มักมีรสชาติหวานและกลมกล่อมกว่าสำหรับดิฉัน อร่อยกว่ามาก แม้ว่าเค้าจะบอกว่ามีแอลกอฮอล์สูงกว่าเบียร์ก็ตามที ที่สำคัญในบ้านเรา ประเทศไทย สยาม ตอนนี้กำลังมีเบียร์แบบคราฟต์เบียร์เข้ามาเยอะมากแต่ราคาก็แพงมากจนน่าตกใจ ดังนั้นหากได้ไปเมืองอย่างนี้ แบบที่คราฟต์เบียร์มีให้เลือกมากมายจนตาลายแบบนี้ คือมีมากกกกกก ราคาดีมากมายแก้วนึงแบบ แก้วเล็กแค่ 2.30 ปอนด์ แก้วใหญ่หนึ่งไพนต์ 4-5 ปอนด์คือมันคุ้มมาก วิสกี้แบบต่างๆ เบียร์แบบต่างๆ ชื่อโน่นนี่ก็น่ารักมากเลย คือเค้ามีความคิดสร้างสรรค์กันมากเลย ก็อยากแนะนำให้ใช้โอกาสลองกันดูค่ะ

One thing I do like a lot while in Belfast is their vast variety of ales. And that really just got me exited. Now, we have quite a bunch of imported crafted beers in Thailand, but the prices for those glasses are very horrendous. So here, at very cheap especially comparing with the ones we might have to pay back home, are heaven for ale and crafted beers lovers. And the tastes were fantastic, fresh, fruity and full-bodied, too. With the drinks and those dishes in our late lunch, we paid perhaps less than 50 pounds. And we got to skip dinner. Good for the wallet and the waistline, too.

อาหารที่เราสั่ง เป็นสิ่งที่เค้าภูมิใจมาก นั่นก็คือไก่ย่าง คือเป็นไก่บ้านของฝรั่งที่เค้าบอกว่า “Free-to-Roam” ที่ถูกหมักกับบัตเตอร์มิลค์ มะนาวเหลือง และพริกปาปริก้านานกว่าหนึ่งวัน จากนั้นมาหมักกับเครื่องเทศแห้ง ย่างให้สุกก่อนหนึ่งที และทำให้เย็นอย่างรวดเร็วเพื่อให้เนื้อชุ่มฉ่ำอร่อย ก่อนนำมาย่างที่เตาย่างแบบ rotisserie เมื่อลูกค้าสั่ง รสชาติไก่อร่อยมากมาย เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำจริง และเครื่องเทศที่หมักมาเข้าเนื้ออร่อยมาก แต่การอร่อยแบบไก่ฝรั่งมันไม่เหมือนไก่ไทยที่เครื่องเทศเราแรงกว่า ของเค้าแบบนวลๆ บีบมะนาวเหลืองคือดีเลยค่ะ

อีกจานที่เราสั่งคือซี่โครงหมูบาร์บีคิว อันนี้คือเนื้อเยอะและนุ่มมากกก อร่อยมากมาย อย่างนึงที่ชอบมากเลยเวลากินอาหารเมืองฝรั่งคือขนาดของอาหาร คือแพงกว่าบ้านเรา แต่อิ่มเลย เค้าให้มาเยอะแยะสมราคา ดูไปดูมาอาจจะคุ้มค่ากว่าบ้านเราก็ได้นะ กินอาหารแบบนี้ให้อร่อยเห็นจะต้องลงไม้ลงมือ ใช้มือหยิบจับ รับประทานคู่กับโคลสลอว์ และสลัดคือดีงาม จำไม่ได้ว่าหมดไปเท่าไหร่ แต่น่าจะประมาณ 30-40 ปอนด์ มื้อกลางวันจะถูกกว่ามื้อเย็นนะคะอย่างที่ทราบสำหรับเมืองฝรั่ง มากินบ่ายๆ แก่ๆ นี่คือไม่ต้องกินเย็นก้อด้าย ประหยัดไปได้อีก 😀

อย่างที่บอกว่าเบลฟาสต์เป็นเมืองที่ผ่านสงครามกลางเมืองมานานหลายสิบปี ทั้งหมดก็เกี่ยวกับการรักษาอิสรภาพการเป็นไอริช หรือการเข้าร่วมกับอังกฤษ ภาพเขียนฝาผนัง หรือ murals เป็นหนึ่งในเครื่องมือการแสดงออก ซึ่งเมื่อก่อนนี่คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองล้วนๆ เช่น การอดข้าวประท้วง การทวงคืนอิสรภาพ โน่นนี่ แต่ตอนนี้คนเบลฟาสต์บอกว่า ให้ดูดีๆ ภาพวาดเหล่านี้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เมื่อก่อนการเมืองจ๋า ตอนนี้เป็นงานศิลปะ หรือไม่ก็การแสดงออกทางความคิด ความเชื่อทางสังคม เช่น สิทธิ์ของคนรักเพศเดียวกัน โน่นนี่นั่นก็ว่ากันไป

Like I said earlier, this part of Belfast is old, hence a great spot to see their famous murals. Draped on side facades, stretches of walls and even a small horizon space alongside the buildings are these colourful Belfast’s signature sights. Now that political conflicts are past and gone, things expressed on these murals have changed their tunes. But still, these are thoughts, expressed in what we called arts that this city is so rich of. So I hope you enjoy Belfast like we did, now that the British pounds are cheaper so you might want to make a chance to visit there.

ใกล้ๆ The Dirty Onion คือ The MAC Belfast หรือ The Metropolitan Art Center of Belfast ที่เป็นศูนย์รวมศิลปะและการแสดงของเมืองนี้ อย่างที่บอก ชาวไอริชเป็นคนชอบศิลปะ ก็น่าจะเหมือนคนไทยที่เรามีงานศิลปะงดงามไม่แพ้ชาติใดในโลก หรือคนชาติอื่นๆ ที่รักสิ่งสวยงาม รื่นรมย์ บำรุงความคิด แต่ที่คนของเค้ายังสามารถรักษาหรือดำเนินกิจการศิลปะเหล่านี้ไว้ได้แบบอยู่ดีกินดี ก็น่าจะเป็นเพราะว่าไลฟ์สไตล์ของเค้า ความสนใจของคนของเค้า ที่มีต่อศิลปะไปเรื่อยๆ เป็นการต่อยอดของเดิม ปรับปรุงของเดิม สรรหาสิ่งใหม่ๆ ให้แก่ความคิด ที่สำคัญที่เบลฟาสต์รถไม่ติด ไปไหนมาไหนสะดวก คิดจะไปดูละคร ไปชมงานศิลปะก็สามารถทำได้แบบไม่รันทด หากได้ไปเที่ยวเบลฟาสต์ เราก็น่าจะสามารถเดินเล่นชิลได้ แม้ว่าจะเพียงไม่กี่วัน เป็นการพักผ่อนลดละเรื่องความเครียดที่สุมหัวอยู่เป็นประจำเนืองๆ ตอนอยู่บ้านที่รักของเราค่ะ

อ่านเรื่องเที่ยวเบลฟาสต์ฉบับสรุปของเราได้ที่นี่ค่ะ Belfast: On Love, War and Food. 

And if you like arts, and want to see the local creativities expressed in other formats, nearby this area is The Mac Belfast that houses local theatres, plays, performances, music and art exhibitions. They also have a cool restaurant and cafe you can sneak in once your feet are too tired to roam on.

The Dirty Onion and Yardbird >> 3 Hill Street, Belfast, BT1 2LA >> Lunch: noon – 17.00, Dinner: 17.00-22.00. T: 028 9024 3712 or email info@thedirtyonion.com


Follow @Ohhappybear 


เรื่องและภาพมีการสงวนลิขสิทธิ์ | words and images are copyrighted.

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *