กิน เที่ยว “ตรัง” ภาคทะเล | Food Tripping to Trang, Thailand (Seaside Episode)

ชวน(TH/ENG) ค่ะชวน…ไปเที่ยวทะเลกัน ทะเลตรังของไทยนี่เอง ฤดูนี้เหมาะมาก ฟ้าใสนิ๊ง ทะเลสวยงดงาม ฟ้าใสๆ สงบๆ ที่สำคัญ ตรังยังมีอาหารอร่อยมากมายเหมือนเดิม เมืองนี้ถือว่าเป็นเมืองเก่าแก่ดั้งเดิม วิถีชีวิตคนท้องถิ่นยังไม่เปลี่ยน เพราะเมื่อเทียบกับกระบี่ หรือภูเก็ตที่อยู่ไม่ไกลนัก ตรังยังออริจิอยู่มากๆ ดังนั้นสำหรับเราจึงยังน่าเที่ยวอยู่มากค่ะ 

Ask me, and I would say Trang is our best vacation ever. For those who like the sea (the good ones sans flocks of tourists) and delicious homemade local food, Trang definitely is the place to be. And from November – April of each year, which is the summer and ‘cold’ seasons, the province is a must-be for a great destination in the south of Thailand.

Beachfront of the Anantara Si Kao, with the view of Meng islands.

ไปเที่ยวตรังล่าสุดมาครั้งนี้ ถือว่าเป็น a blast from the past ของเราสองคน เพราะเมื่อแปดปีที่แล้ว สมัยที่คนยังอ่าน ซื้อ เก็บหนังสือกันอยู่ เราทำไกด์กินไปตรังและภูเก็ตกับสำนักพิมพ์วงกลม ตอนนั้นพี่ๆ ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ใจดี ให้เราทำแบรนด์หนังสือเล็กๆ ของตนเองชื่อว่า “หนังสือโพล่า บี” มาจากโพล่า แบร์​ หมีขั้วโลก สัตว์ที่เราชอบกันมันน่ารักอ้วนท้วน ซึ่งหน้าน้องหมีก็กลายมาเป็นโลโก้แบรนด์หนังสือของเรา ทำไกด์บุ๊คที่เน้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย ในขณะที่สนพ. วงกลม เน้นการท่องเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งต่อมาโลโก้หนังสือโพล่าบีก็ยังมาเป็นโลโก้ของบล็อก “ohhappybear” ตามที่เห็นปรากฏอยู่ในปัจจุบันค่ะ

We were in Trang just two weeks ago, and the trip was a ‘blast from the past,’ for we used to be in publishing and we once published (in the book form, no less) an eating guide to Trang and Phuket. It was so fun revisiting the place that vows not to change, to re-eat the food we have been craving since the trip has been conjured up in my mind when I set my sight on a picture of Trang’s famous sweet grilled pork in a magazine while waiting for my car to be washed. It was such a fun trip and I hope this blog will make you consider being there, enjoying yourself under the sun in Trang’s fabulous sea and the food that makes this place so so amazing in our opinionated experiences.

Our eat guidebook to Trang + Phuket, published by Polar B Books back in October 2009. Since Trang vows not to change, many restaurants listed are still valid and going strong.
The long stretch of Haad Jao Mai National Park in Pak Meng area.

การทำหนังสือแต่ละเล่ม มักมาจากความต้องการส่วนตัว ซึ่งสำหรับตรังนั้นมาจากตอนเป็นเด็ก พี่สาวอิชั้นมีแฟนเป็นชาวตรัง เคยตามพี่สาวไปเที่ยวและได้กินอาหารอร่อยเยอะมากๆ แต่พอโตขึ้นกลับไปเที่ยวเอง ก็ปรากฏว่า หาอะไรกินอย่างที่จำได้ไม่ได้เลย ทั้งนี้ก็เพราะว่าเมืองตรังเป็นเมืองปิด ร้านอร่อยมักเป็นร้านที่คนรู้กัน พากันไป ไม่ใช่ร้านที่ขึ้นป้ายอู้ฟู่หรูหรา ดังนั้นการทำหนังสือหาของกินที่ตรังตอนนั้น จึงถือว่าเป็นการหาเรื่องลงไปสืบหาของกินที่อยากจะกิน โดยให้ชาวตรังเป็นผู้นำทาง ไปตรังครั้งนี้ก็เช่นกันค่ะ
เรามีเพื่อนชาวตรังแล้ว จะรออะไร ไปเที่ยวกันเลยดีไหมคะ

Just a little bit about this magnificent, yet low-key, seaside province of Trang. Located almost 900 km south of Bangkok, the province is nestled near its more popular (and sadly ruined) peers: Phuket and Krabi. Compared to anywhere, Trang is so closed-up and reserved. The province is so privy that if you know no one there, chances are you’d never know where to eat properly, or to discern by yourselves which places are the real gems. Because of all things, one things that Trang people would never be is boasters. Good restaurants here are known and so very frequented among locals, but they rather cut off their arms than advertise around with proper signs and posters. So, for strangers, or visitors, it would be a real and never-to-be-accomplished challenge to find out what good to eat. But this is how they roll here in Trang: low-key, homemade, old recipes, real-food. And, thanks to our underground networks of good friends in town who would never fail to lead us to great food of the province, we couldn’t wait to go back there as many times as we wish in this lifetime.

Anyone can pull over and have their own picnic by the beach. Sadly, they also feel free to leave their garbages. ทะเลตรัง ส่วนหนึ่งของหาดเจ้าไหมที่ใครๆ ก็เที่ยวได้ และทิ้งขยะได้ เพราะไม่มีใครแคร์

สำหรับเรา เที่ยวเมืองตรังน่าจะแบ่งได้เป็นสองภาค คือ ภาคทะเล (ที่ทุกคนโหยหา ไปแล้วจะต้องไปให้ได้) และภาคบก ที่ฟูดดี้ทั้งหลายก็ห้ามพลาดเลย เพราะอาหารที่ตรังดีงามมากมาย ชาวตรังนี่เอ็นจอยการกินข้าวนอกบ้าน สังสรรค์ตามร้านกาแฟ ใช้ชีวิตแบบสุขนิยมเต็มที่ ซึ่งก็ส่งผลต่อจำนวนร้านอาหาร ทำให้ร้านอาหารที่นี่มีมากมาย ที่เก่าแต่อร่อยก็ยังอยู่ ที่ใหม่กำลังนิยมก็มากเลยค่ะ กินกันไม่ไหวจริงๆ

This mini-eat-guide to Trang is going to be in two parts: Seaside Episode and Town Episode. We would begin, of course, with the mandatory: the seaside part.


ตรัง >> ภาคทะเล >>
ปากเมง + อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม + อนันตรา สิเกา รีสอร์ต


>> Seaside Episode >> Trang’s magnificent seas>>
Pak Meng area + Chao Mai National Marine Park + Anantara Si Kao Resort


The road in Si Kao, Pak Meng area is lined with pine trees.

ทะเลปากเมงเป็นชายทะเลหลักที่ชาวตรังมักขับรถมาพักผ่อน มาชิล เพราะอยู่ห่างจากเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ขับรถมาได้เนิบๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ชายทะเลที่นี่ทอดยาวและสงบมากๆ เพราะเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ และแม้ว่าจะเป็นจุดขึ้นเรือเป็นท่าต่อเรือไปเกาะต่างๆ ของตรัง แต่จำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังไม่มากมายจนปวดหัว จะมีหนาแน่นบ้างเล็กน้อย ก็เฉพาะช่วงเริ่มต้นของทางเข้าเท่านั้น ที่มีร้านอาหารตั้งอยู่ติดกันมากมาย ส่วนฝั่งตรงข้ามก็เป็นชายหาด สามารถสั่งอาหารปูเสื่อกินได้ค่ะ แต่พอขับรถเรื่อยมาลงมาทางสิเกา ก็จะมีแต่ต้นไม้ ทิวสนเป็นแนวยาว และมีทางเข้าหาดได้ (หากขับ 4W) สามารถแวะเล่นเดินชายหาดได้เลย

No part of Trang is too faraway from the sea. The main seaside stretch in the province is called ‘Pak Meng’ which is about 40 km, or a short, pleasant drive of about 30 minutes from the town’s center. Pak Meng is the area where anyone wishing to hop on a boat off to any island will have to visit, so there are quite a number of seafood restaurants clustered near the entrance junction, but other than that, you’d only see dense rows of pine trees, stretches and stretches of beaches glimmered by the sun, lingering fisherman boats and not so much people. A paradise, yes, for those looking and searching for a private, quiet escapade to the sea. 

The glowing dusk was what the daily dose of heaven while we were in Trang not too long ago.

บอกเลยว่ามาทะเลครั้งนี้คือมาพักผ่อนมากๆ กิจกรรมทุกอย่างคือชิลเนิบ ธรรมชาติสุดๆ เรามาถึงอนันตรา สิเกา ประมาณบ่ายสามโมงนะคะ (ขับรถมาเอง) รีสอร์ทนี้มีเอกลักษณ์ที่ทุกคนรู้กับคือเป็นรีสอร์ทที่ได้วิวเกาะเมงไปเต็มๆ แถมยังมีชายหาดพาดยาวสามารถเดินได้ถึงสามกิโลเมตร ไปถึงหาดฉางหลางที่อยู่ตอนใต้ลงไป ส่วนด้านหลังของรีสอร์ทยังเป็นป่าโกงกางที่ถูกฟื้นฟูกลับขึ้นมาได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ตอนนี้กลายเป็นทัวร์พายคายักเล่น สามารถดูปูก้ามดาบ นกสวยๆ ที่อยู่ตามธรรมชาติ หรือหากโชคดีก็จะได้เห็นตัวนากที่หากินในชายป่าแถวนั้นด้วย

Our trip this time was just like that. We decided to just chill and not be in too much of activities (except for eating, of course), but to enjoy – ever so slowly – each moment while staying there. It was a long road trip for us, but then, you can just hop there on the plane to Trang (or even Phuket or Krabi) and rent a car in the city, or arrange with the resort for a pick-up from wherever you decide to land in the area. 

View from the Beach House at the Anantara Si Kao.

หากดูแผนที่จะเห็นว่าปากเมงอยู่ฝั่งอันดามัน จึงจะไม่แปลกที่พระอาทิตย์ตกดินของที่นี่จะสวยมากมาย บอกเลยว่าทุกวันไม่เหมือนกัน และหากเลือกห้องพักที่เห็นวิวทะเล ก็จะสามารถยืนดูพระอาทิตย์ตกดินที่ระเบียงห้องได้เลย แต่ยังไงเราก็ชอบเดินทะเลมากกว่า เก็บภาพมาฝากนะคะ

We arrived at the Anantara Si Kao Resort late in the afternoon. If you look at the map, you’d see that this is the western side of Thailand’s seas, hence a fantastic spot to gawk at the gorgeous sunset. Summer skies and sinking sun make a wonderful serene combination. If this doesn’t calm whilst enlighten you how lucky you are to stand on this very spot, what will?

Couldn’t get enough of the sunset and the long stretch of the beach.

No filter. The sky is just too stunning. #trang #thailand

A post shared by Oh Sirin (@ohhappybear) on

Sunsets were different by the day. We got a pink sky the first day and then…all gorgeous and golden the rest.

อนันตราสิเกา เป็นรีสอร์ทแห่งเดียวที่อยู่ติดทะเลย่านปากเมง ทุกอย่างคือมาตรฐานของเครืออนันตรา คือนอนสบาย เตียงนุ่มใหญ่ ทุกอย่างหอมสะอาดสะอ้าน ห้องมีทั้งวิวเกาะเมงติดทะเล และวิวสวนซึ่งราคาจะถูกกว่าแต่ห้องก็สวยงามเหมือนกัน มีสระว่ายน้ำสองสระ ผู้ใหญ่อยากเงียบโปรดไปสระอินฟินิตี้ที่เห็นทะเล เงียบมากเพราะ adult ล้วน ต่างคนต่างอ่านหนังสือ เอาตัวจุ่มน้ำ นั่งคิดโน่นคิดนี่กันไป แต่หากเป็นบ้านที่มีเด็ก ก็มีสระครอบครัวไว้ให้ มีเด็กและผู้ใหญ่ปนกัน สังเกตุว่าเด็กฝรั่งและพ่อแม่ฝรั่งจะเงียบเรียบร้อยมากน่ารักจริง

Anantara Si Kao Resort is the only place in Pak Meng that has a full front view of the Meng islands – the limestones landmarks you’d see in all the seafront pictures taken at this resort. Anantara is a big hotel chain in Thailand and many parts of the world, and with a certain standard. Their Si Kao property has been ongoing for decades, and so nicely maintained. Not too fancy or luxurious, but fully equipped, crisp and clean, and soft and fragrant. Our room is a sea view deluxe, which has the same interior and utilities as the any deluxe in the property but with this magnificent view which is just fantastic to get up to, go to bed with, read and ponder and doing everything with. So beautiful.

The Anantara Si Kao is quite a large property that is also big on activities, with two pool, boxing ring, tennis courts, spa, a big activity lawn and even a maze to get lost into (like we did).
The beautiful and well-kept yet not too stuck-up ambiance of the Anantara Si Kao.

มาวันแรกตื่นเต้นกับห้องพักมาก ตามประสาเห็นของสวยของสบาย เค้ามา fruit basket + snack เตรียมไว้ให้ นั่งชิลที่เดย์เบดในห้องแอร์ซักพัก งีบเพิ่มคอลลาเจนเล็กน้อย พอแดดร่มลมตกก็ออกมาเดินเล่นทะเลค่ะ

After being properly excited and took tons of pictures of our beautiful room, we enjoyed their welcoming fruit and snack baskets in the daybed corner, took an easy afternoon in and walked a long stretch of the beach for the evening sunset. The resort is good for both families and couples. There are even two pools to accommodate the two polar opposite of their guests. One so quiet and full of pondering adults with bar and cozy reading beds, the other, larger, is lined with trees and filled with families dipping in and out, having a splashing time of the day.

Our room is a seaview deluxe. With the interior just like any other deluxe room, this one (as well as other rooms facing the sea) has this magnificent view. I was all heart-eyed emoji with this.

มาอนันตรานี่ สามารถลองรับประทานอาหารของเค้าได้นะคะ ราคาไม่เว่อร์ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับปริมาณ คุณภาพ และสิ่งที่เราได้ และหากมาจากกรุงเทพฯ ก็จะต้องบอกเลยว่าดีงาม คุ้มค่า สมัยนี้ไม่ต้องคิดแล้วว่ากินอาหารโรงแรมจะแพงมากๆ เสมอไป เพราะสิ่งที่เราจ่ายประจำวันทุกวันนี่ก็ไม่ใช่ถูกๆ เหมือนเคย แถมสิ่งที่เราชอบเวลามาโรงแรมคือความสะอาดสะอ้านเป็นมาตรฐาน เซอร์วิสที่ดีงาม คุณสมบัติแบบนี้นับวันเรายิ่งชอบค่ะ

Coming from Bangkok, we found the food offered at Anantara Si Kao quite reasonable and also fresh and delicious. We found their seafood superb, in all meals. This is great news because the place is faraway from town, and coming here you will have literally no options eating out. For the resort to offer their food in good pricing is such a nice gesture.


Aqua has both air-conditioned section and open air terrace. All with this stunning view.
Aqua Italian restaurant is open for dinner. A great place to gawk at the gorgeous sunset and scrumptious food. Try their superb seafood. It was so fresh and delish.

ห้องอาหารของรีสอร์ตมีสามแห่งนะคะ ที่เก๋ไก๋เหมาะมากสำหรับมื้อเย็นแรกก็คือ Aqua ห้องอาหารอิตาเลียนในอาคารไม้สีคาวที่มีระเบียงยื่นออกไปสวยงาม ร้านนี้เปิดเฉพาะช่วงเย็นเท่านั้น แนะนำให้มาก่อนพระอาทิตย์ตกก็ได้ค่ะ มานั่งชิลกับเครื่องดื่มก่อน แล้วค่อยรับประทานอาหารกัน

The property has three main restaurants on the beach (with pool bars and snack bars dotted around their property). On our first night, we tried their Italian fare at the seafront ‘Aqua’ which is the poshest of all. But you can either dress up or go casual to be there. After all, this is a resort, and not one too stuck-up, so just relax and have a good time. Aqua is also such a great spot to watch the sun sinking into the horizon. The sky was so magnificent in all nights we were there. And we were so glad to be that lucky.

บอกเลยว่าการกินอาหารอิตาเลียนนี่คือคนไทยโปรมาก ด้วยจำนวนอาหารอิตาเลียนที่มีในบ้านเรา ที่ Aqua เมนูไม่ได้ใหญ่มาก starter, soup, salad, pasta + homemade pasta, pizza, risotto, main course, grills, and dessert มีทั้งของที่คุ้นเคยและที่แปลกประหลาด (คืออิชั้นไม่เคยกิน) ก็เลยลองสั่งมา มื้อเย็นกินเบาๆ เป็นพอนะคะ 😀

Ok, let’s see about the menu at Aqua. Their small menu contains typical arrangements of Italian restaurants. With starter, soup, salad, pasta, pizza, risotto and main courses. Since it was dinner, we decided to go light with just three items to share. And of course one dessert. All very delish.

Pumpkin cream soup with breads and trimmings on the house.

ขนมปังงา มะเขือเทศ เสิร์ฟกับ น้ำมันมะกอก บัลซามิก + Pesto ที่ทำจากผักร้อกเก็ต + กระเทียมสดฝาน ครั้งแรกเลยนะคะที่กินขนมปังกับกระเทียมสด เคยกินแต่กระเทียมย่างที่มาหวานๆ บีบออกจากกลีบ แต่บอกเลยว่าอร่อยดี กระเทียมหัวโตกลิ่นไม่แรงมาก รับประทานได้ไม่เผ็ดค่ะซุปครีมฟักทอง เนื้อเนียน หอมทั้งฟักทองและครีม โรยหน้าน้ำมันมะกอกมาแบบยิ้มๆ สองอย่างนี่คือคอมพลิเมนทารี่จากทางร้านค่ะ

Here are things on the house. Freshly baked breads in sesame and tomato, served with rocket pesto, oil + balsamic + fresh slices of garlic. Tis is my first time eating bread with fresh garlic. Big clove, though, so it was OK and quite nicely spicy. And the pumpkin cream soup, also a complimentary with a smile, too. 😀

Clockwise: Gamberetti All’Aglio (Bt440) กุ้งย่างครีมมะนาวกระเทียม รสชาติดีเลย กุ้งสดหวาน ย่างมาหอม เข้ากันดีทีเดียวกับครีมมะนาวกระเทียม ทุกอย่างถึงเครื่อง มันอร่อยค่ะ พิซซ่าหน้า Diavola ซึ่งก็คือ ซอสมะเขือเทศ ชีสมอซซาเรลลา ซาลามี่เผ็ด และโรยพริกเพิ่มอีก รสจัดดี ออกจะมันๆ แต่ก็คือพิซซ่า อร่อยค่ะ ถาดนี้ 450 บาท ทางร้านแนะนำให้ลอง Risotto Tom Yam Goong (Bt480) เลยลองดูค่ะ มาใต้ มาทะเลไทย ขอลองอะไรที่แปลกใหม่นิดนึง บอกเลยว่าติดใจ ข้าวอิตาเลียนหุงแบบนุ่มนวลอบอวลไปด้วยความหอมของเครื่องสมุนไพรต้มยำ ในเนื้อข้าวมีเนื้อกุ้ง ปลา หอยเชลล์​ และโปะด้วยกุ้งลายเสือย่างตัวโตมาอีก ดีงามค่ะ ไปขอเชฟเค้าถ่ายวีดีโอตอนทำมาด้วย อยากได้เผ็ดมากน้อยอย่างไร บอกเค้าได้นะคะ จานนี้ฝรั่งโต๊ะข้างๆ ก็สั่ง แถมยังบอกด้วยว่าเอาเผ็ดๆ ส่วนของหวานก็คือ พานนาค็อตต้า ที่ดีเลย อร่อยมาก

So, these are our orders: the starter to share is the Gamberetti All’Aglio (Bt440) which is grilled shrimps served with lemon and garlic cream. The shrimps were all fresh and sweet, juicily grilled and went nicely with the cream that was bright and tangy with lemon and garlic. Delish (again). Here’s the pizza Diavola which is tomato sauce, mozzarella, spicy salami and topped with chili (Bt450). Greasy and proper. Real nice. The third dish >> Risotto Tom Yam Goong (Bt480) << was recommended to us by the resort and certainly a star of the show. And for Thais, we have our ancestors to thank to because the usually very delicious tastes of tom yam and the fragrant of the mixed herbs make this dish so wonderful. And the ample amount of seafood in the dish (scallops, fish and shrimp + big-sized grilled tiger prawn), made everything so special. The dessert was a fruit preserve panna cotta. Decadent and creamy and instantly made me fat.

Turn down the first night with Trang’s famous icons of dugongs (very near extinction), and galamare which is sticky toffy made from coconut milk and sugar.


จองห้องพักที่อนันตรา สิเกา เค้ารวมอาหารเช้าให้เลยนะคะ ว่าไปก็สะดวกมากมาย เพราะมาพักแบบนี้ จะให้ถ่อร่างขับรถออกไปกินคงไม่ดี เสียอารมณ์ ซึ่งอาหารเช้าของเค้าค่อนข้างดีมาก เหมาะสำหรับคนที่ชอบรับประทานมื้อใหญ่ยามเช้า แน่นอนว่าจะต้องมีมุมไข่ เบคอน ไส้กรอก สลัด ผลไม้ เพสตรี้ ขนมปัง อาหารไทย และยังมีมุมขนมจีนน้ำยาใต้ ที่เสิร์ฟพร้อมผักเหนาะและปีกไก่ทอดแบบชาวใต้ คือจะต้องชุปแป้งทอดจนกรอบเป็นสีน้ำตาลเข้ม และต้องโรยหอมเจียว ด้วย อร่อยมากๆๆ ค่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะตักมาแบบกระหยอมกระแหยมไม่สวย กลัวจัดเต็มแล้วจะรับประทานไม่หมด

If  you are big on breakfast, you’d like what the resort offers first meal of the day. Good thing is that breakfast here is usually included into the room rates. As earlier said, the place is quite away from everything and the included breakfast is convenient. And if you are into Thai southern eating, apart from their usual staples of eggs, ham, bacon, pastry, pancakes and bread, try their Thai corner that features the southern staple of rice vermicelli and southern curry PLUS southern-style crispy fried wings, golden brown and topped with crispy toasted shallot. Another thing we enjoyed while there. So spicy and comfy considering we were in the south of the country.

เช้านี้เราไปทัวร์คายัคกับโปรแกรมทัวร์ของโรงแรมค่ะ ด้านหลังของรีสอร์ทคือป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์มากมาย เส้นทางการพายคือออกทะเลหน้าโรงแรม พายไปด้านหลัง มีคุ้งน้ำลัดเลาะดูธรรมชาติ ไกด์ของเรา คุณกล้วย เล่าให้ฟังว่าป่าโกงกางผืนนี้เคยถูกทำลายจนเหี้ยนเตียนมาก่อน แต่ตอนหลังทางกรมทรัพยากรฯ มาฟื้นฟูอนุรักษ์ ออกกฏหมายห้ามการถางป่าโกงกาง (เพราะต้นโกงกางเผาเป็นถ่านคือจะเป็นถ่านชั้นดีมาก คนเลยมักมาถางไปทำถ่านกัน ถางจนเหลือแต่ตอกันเลย) แต่ตอนนี้เราเลยมีป่าโกงกางหนาๆ ครึ้มๆ เหลือไว้ให้ดู​ พายเรือไปคุณไกด์ชี้ให้ดูพรรณไม้ต่างๆ ที่อยู่ตามป่าชายเลน โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ ต้นแสม (ลิงแสมชอบอยู่) ปูก้ามดาบที่มีมากเลยบนชายเลน ปลาตีน (ขออภัย) และนกมากมายที่สีสวยมาก บางตัวหางยาวมากๆ ยิ่งเข้าไปในป่าทึบยิ่งเห็นเยอะนะคะ ดีใจๆๆ

If you peruse the map, you’d see that the resort is backed with a dense area of mangrove forest. And we took a kayaking tour to see how flourish the forest is. We took a three-seating kayak (for two of us and a guide), with me as the self-assigned photographer in the middle and no job of paddling. This kayaking thing is best done in the morning. After that big brekkie, no less. Because the tides are according to the course of the tour, not against it. It took the whole tour about 2 hours, sweating through the serene and green pool of brackish waters, deep muds, rows and lines of mangrove shrubs, fiddler crabs and gorgeous wild birds residing in the area and flew by to watch us from the tops of the trees.

เวลาที่ดีที่สุดในการพายคายัคให้สนุกคือช่วงเช้า หนึ่งกระแสน้ำอำนวยไม่ต้องพายทวนน้ำ ออกกำลังกายพอประมาณไม่เหนื่อยหอบ และช่วงเช้าแดดก็ยังไม่ร้อนมาก กินข้าวเสร็จแล้วไปกำลังดีค่ะ ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เรามาสองคนขอเรือพายสามที่นั่ง คนนั่งตรงกลางคืออิชั้นไม่ต้องพาย เนื่องจากมีหน้าที่ถ่ายภาพค่ะ

The channel of water that leads into the mangrove forest at the back of the resort.

ข้อแนะนำ | Notes

พายเรือคายัคจะต้องเปียกแน่นอน นอกจากตัวแล้ว ของเช่นกล้อง มือถือ ก็ควรจะใส่ถุงกันน้ำ และเวลาถ่ายรูปก็ควรค่อยๆ ระวังเอาออกมานะคะ เรือคายัคเล็กๆ มีรูให้น้ำเข้าด้วย ยามบ่าย น้ำอาจจะไหลสวนกับตอนเช้า ทำให้การทัวร์นี่เหนื่อยมากถึงมากที่สุด ส่วนตอนเย็นไม่แนะนำ เพราะมีสัตว์เช่นงูเงี้ยวเขี้ยวขออาศัยอยู่ ธรรมชาตินะคะ ต้องเข้าใจ

Prepare to be wet during the kayak tour. You might want to keep the camera and cell phone into a sealable waterproof bag and carefully take them out only when the boat is stable. Kayak also has water draining holes, so even if you are not in the water, you are floating on it. So..

ราคาค่าทัวร์คายัค คู่ละ 1,200 บาท | The kayak mangrove tour is Bt1,200 per couple.


กันตัง | Kantang District

Our archive pictures of Kantang. รูปเก่าที่ถ่ายไว้สมัยทำหนังสือ อำเภอกันตัง และเย็นตาโฟสายบัว หากได้ไปขอให้ลองนะคะ อร่อยฝุด

พายเรือเสร็จ เราจัดการดูแผนที่ เห็นว่าอำเภอกันตังอยู่ไม่ไกลมาก (ประมาณ 36 กม.) เลยชวนกันขับรถออกไปเที่ยวเล่นระลึกความหลังครั้งยังทำหนังสือกันหน่อย ถามทางโรงแรม พนักงานสาวๆ ที่อยู่ย่านนั้นลงความเห็นตรงกันว่าให้เราลองไปกินข้าวเที่ยงที่ร้าน “จ๊ะบา” เป็นร้านอาหารตามสั่ง ที่อยู่ลงมาทางใต้โค้งแรก “อร่อยทุกอย่างค่ะคุณ กินได้เลย” หรือจะเพราะว่าเราเป็นคนที่มุ่งมั่นมากเกินไป วันที่เราไปนั้นร้านจ๊ะบาเลยปิดค่ะ เราเลยขับเรื่อยเปื่อยไปถึงกันตัง หวังว่าจะกินเย็นตาโฟร้านสายบัว ที่อร่อยมากและเคยเขียนถึงในหนังสือด้วย ก็ปรากฏว่า ร้านสายบัวก็ปิดค่ะ น้องชาวตรังเลยแนะนำว่า ให้ไปกินล่อคุ้ง ก็ขับไปล่อคุ้ง ก็ปิดอีกค่ะ เลยมาจบที่ร้านที่ใครๆ ก็มา คือ โกเกี้ย (เปิดอยู่ร้านเดียวเลยวันนั้น) เลยต้องรอราดหน้าทะเลซุปเปอร์มหาเศรษฐีของเค้าไปครึ่งชั่วโมง รอจนงีบคาโต๊ะ รสชาติก็พอได้อยู่ค่ะ แต่อยากกินร้านอื่นบ้างงงง

Kantang’s channel and pier. ท่าเรือกันตัง อำเภอนี้เคยเป็นอำเภอเมืองของจังหวัด เนื่องจากอยู่ใกล้ทะเลมากกว่า
Our lunch at Ko Kia, their famous (but not that great) supreme seafood noodle with gravy, steamed egg pudding and the sign that says they carefully prepare each dish one by one, meaning half an hour wait for our noodle…zzzzz…

History buff and foodie alike will love Kantang. This small district was in fact the old ‘capital’ of Trang province. And everything makes sense if you see how closer to the sea the area is, and the fact that the end of the train line is right here in this minute town. Kantang is just about 36 klicks from the Anantara so we took a drive there in the afternoon wishing and failing to eat at three recommended places: Ja Ba which is a small shop a bit south of the resort (closed), Yen Ta Four Sai Bua which is a delish seafood noodle in Kantang town (closed), Lor Kong which is a seafood, Chinese restaurant (closed). So we ended up eating at the Ko Kia – the place we ate so many times before and since it was the only place opened that day, it was so packed and we had to wait for half an hour (dozing) for a plate of their famous seafood noodle with gravy. 

กันตังเป็นอำเภอเล็กๆ แต่ที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงของจังหวัด ท่าเรือแรกของจังหวัดอยู่ที่นี่ สถานีรถไฟของที่นี่ก็สวยงามน่ารักมาก แถมยังมีบ้านพักของพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภัคดี (คอซิมบี้ ณ​ ระนอง) เจ้าเมืองตรัง ที่ตอนนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมได้ สามารถลองแวะไปได้นะคะ  แต่ที่สำคัญมาก อย่าลืมกินกล้วยแขกเจ้าเก่ากันตัง กล้วยแขกเจ้านี้อยู่ข้างธนาคารกรุงเทพฯ บนถนนรัษฎาเลยนะคะ คุณยายที่เป็นเจ้าของร้านยังอยู่ด้วย แต่มีคนมาทอดแทนแล้ว หากได้มากันตังห้ามพลาดนะคะ อร่อยมากๆๆๆๆๆ

But still, luck didn’t totally desert us. A staple old-school fried banana place (in the above video) was open and their fare was as good as ever. We bought some to-go and stopped by on a long stretch of beach back to the resort. One thing that is so good about Trang’s beach is that it is all public. So you can make a stop, do your own picnic and enjoy teasing the curious stares from the munching cows.

Enjoying the deep-fried banana at Haad Jao Mai.

ขากลับเนื่องจากอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมปิด เราเลยหยุดรถกันข้างทางกินกล้วยแขก มีฝูงวัวกำลังเคี้ยวเอื้องอยู่ด้วย ตามภาพ อย่างหนึ่งที่ทำให้ชายหาดตรังไม่เหมือนที่อื่นก็คือความสงบเงียบ เพราะชายหาดที่ทอดยาวทั้งหมดนี่คือส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ ดังนั้นจึงเป็นของสาธารณะ สามารถจอดรถเดินเล่นได้ยาวๆ เลย ไม่มีใครมาขายของหรือทำตัวเป็นเจ้าของอะไรได้ ชอบมากค่ะ

Munching cows and the sea.

มื้อเย็นเราลองบุฟเฟต์บาร์บีคิวของโรงแรม ราคา  900++ บาท อาหารมากมายและบาร์บีคิวอร่อย แต่ไม่ใช่บาร์บีคิวทะเลนะคะ มีเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ ปีกไก่ แต่รสชาติดี อร่อยค่ะ

We had dinner at the resort. It was a BBQ buffet at Bt900++ per person. The food was aplenty as usual, and the BBQ – although not so much of seafood – was quite nice with live music, too. There were meat, pork, chicken, corn on the cob etc…


เกาะกระดาน | Koh Kradan

Summer is here.

ความใสของฟ้าและทะเลช่วงเดือนมีนาคมนี่คือสวยสลบ สวยมากๆๆๆๆ ฟ้าเป็นฟ้า แดดจัด แต่คือทะเลนี้สีฟ้าใสนิ๊ง นี่คือช่วงต้นของฤดูร้อน และทะเลใต้ก็จะสวยไปเรื่อยๆ จนถึงประมาณฝนแรก คือครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคมไปแล้ว (แต่โรงแรมก็จะราคาถูก อากาศเย็น น่ามาอีกหล่ะ) หากได้มาทะเลช่วงหน้าใสแบบนี้ ก็ขอแนะนำให้ออกเรือไปเกาะกันบ้างท่าจะดี

For beach bums like us, Trang is a real paradise. And summer is the best time enjoying the best of Thailand’s sea. Blue skies, clear blue sea, all the sun and calm winds. The high season of Trang (and Phuket and Krabi) is November – April. But locals, we can always go there on a whim, especially when low seasons mean lower room rates and less people.

The beach front of Koh Kradan is definitely crowded. Sooo many people coming and going each day for this water.

เกาะกระดาน อยู่ห่างจากปากเมง (ด้วย speed boat) ประมาณครึ่งชั่วโมง ทางโรงแรมมีทัวร์นะคะ ไปเอาตัวจุ่มน้ำ กินข้าว ผิงแดด เดินซุยทรายเท้าเปล่าแล้วกลับมาถึงโรงแรมประมาณบ่ายสามโมง โปรแกรมเป็นดังนี้

We took a day tour to Koh Kradan Island the next day. It was a half-an-hour speed boat ride and a couple of hours in the beach plus a lunch. We did everything people usually do at a gorgeous clear sea – taking a dip, walking the beach, snorkeling a bit and lie down for a real tan. The boat leaves the resort at 9am, leaving the island at 2.30pm with a buffet Thai lunch to be provided at the Anantara Beach Club on the island. 

9.00 >> ขึ้นเรือ 9.30 >> ถึงเกาะ ตอนนี้ทุกคนที่มาเรือลำเดียวกับเรา (ประมาณ 20 คนทั้งหมด) ก็จะจับจองเตียงชายหาดที่อยู่ด้านหน้าของ อนันตราคลับบนเกาะกระดาน เค้ามีผ้าขนหนูให้นะคะ ควรอย่างยิ่งที่จะใส่ชุดว่ายน้ำมาเลย มาเล่นน้ำใสๆ สวยๆ กันค่ะ ทางคลับมีบาร์ สามารถสั่งเครื่องดื่มและเซ็นต์เข้าห้องได้ ชายหาดของเกาะกระดานตอนนี้ค่อนข้างหนาแน่น ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะมาแบบไปกลับ แต่บนเกาะก็มีรีสอร์ทอยู่บ้าง ลองสำรวจดูนะคะ คนที่รู้ก็จะเอาแว่นดำน้ำมาเอง เพราะปลาชายหาดเยอะมาก แต่หากไม่ได้เอามา ทางทัวร์เค้าก็มีให้ยืมนะคะ

12.00PM>> รับประทานอาหารเที่ยง และพักผ่อนนอนหลับตามอัธยาศัย 14.30 >> ขึ้นเรือกลับรีสอร์ตค่ะ

The resort has their own beach club on the island, so it was very nice and convenient (bathroom wise and all). There’s also a bar where we could order drinks and signed into the room. So good because who would bring wallet to the island tour?

The Anantara Beach Club on the island and the buffet lunch with a small BBQ.

ข้อแนะนำ | More tips >> นอกจากเกาะกระดาน ตรังยังมีเกาะที่สวยมากมายที่ไม่ควรพลาด ก็คือ เกาะมุกและถ้ำมรกต ซึ่งก็คือที่เดียวกัน หากไปทัวร์นี้จะเป็นเรือหางยาว (เรือหัวโทง) มีไกด์พาไปจนถึงปากถ้ำ แล้วเราก็ต้องลงน้ำ น้ำลึกนะคะ แล้วสาวเชือกเข้าไปยังถ้ำมรกต อันนี้อิชั้นเคยไปแล้วตั้งแต่ยังสาวๆ จำได้ว่าลงน้ำปุ๊ปตัวเปิ่งมารุมกัดทั้งตัว คันมาก ชาวเรือแนะนำค่ะว่า หากไม่เหนือบ่ากว่าแรง ไม่ควรทาครีมกันแดดไปเพราะแมลงทะเลจะชอบมาก  

Bigger beach bums should not miss checking out other Trang’s islands. Among them, Koh Mook and Emerald Cave (same island) which is a pristine beach hidden in the cave. To go there, you’d need to actually get yourself out of the boat and into the open-sea, swim-trace the cable hung from a post passing the cave into the beach. It was a great adventure for us when we were there long long time ago…

ค่าเรือไปเกาะกระดาน (เรือเร็ว) คนละ 800 บาท ค่าอาหารคนละ 500 บาท ค่าเรือไปเที่ยวเกาะมุก ถ้ำมรกต หากมีกลุ่มจะคนละ 750 บาท แต่หากเหมาเรือจะลำละ 4,300 บาท นั่งได้ 6 คนค่ะ

Koh Kradan: Bt800/each for speed boat, Bt500 each for buffet meal. Koh Mook & Emerald Cave: Bt750/person in a shared long-tailed boat or Bt4,300/per boat for maximum of six people.


The Beach House – their inter + Thai + Thai southern restaurant and bar at the resort. The food was very decent and reasonably priced (given you are from Bangkok CBD).

มื้อเย็นวันนี้ เราลองอาหารที่ The Beach House ของโรงแรมกัน ลองแบบไม่ได้คิดอะไรมากเหมือนเคย แต่เมนูเค้าดูดีมากเลย กว่าจะเลือกอาหารได้นี่คือนาน น่ากินไปหมด นอกจากอาหารอินเตอร์ที่ฝรั่งกินได้คนไทยกินดีแล้ว เค้ายังมีเมนูอาหารใต้ด้วยนะคะ ในที่สุดเราก็สั่ง Fish and Chips (Bt320) ข้าวผัดกุ้ง และแกงส้มปลากระพง ซึ่งอร่อยมากทุกอย่าง และปริมาณเยอะมาก ปลาทั้งสองจานนี่คือสดแน่น ข้าวผัดเต็มไปด้วยกุ้ง ดีงาม รสชาติเยี่ยม ส่วนแกงส้มคือเปรี้ยวมากกว่าแกงส้มใต้อื่นๆ ที่เคยกิน ใส่มะเขือพวงด้วยนะ ไม่เคยกินแบบนี้ น้ำใสๆ เผ็ดๆ เนื้อปลาหนาๆ นุ่มๆ ดีมากเลย จำไม่ได้ว่าอีกสองจานเท่าไหร่นะคะ แต่สามอย่างนี่คือไม่ถึงหนึ่งพันบาทค่ะ

Our dinner that day was at the Beach House – the white-and-blue wooden house by the sea at the resort. They serve a large eclectic menu of Thai and inter-food, with interesting selection of Thai southern fare. It took us a long while to decide what to eat, because everything looked so tempting. Finally, it was the delicious and super fresh and crunchy fish and chips (Bt320), shrimp fried rice and fried egg, and a bowl of spicy and super tangy Southern clear curry with fish. The fish was so fresh and delish. We paid less than Bt1,000 for the meal.

The freshness and juiciness of the fish in our fish and chips (Bt320++) at the Beach House. Yummm.

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับอนันตรา สิเกา อยู่ที่นี่ค่ะ สำหรับข่าวต่างๆ โปรโมชั่นที่น่าสนใจแนะนำให้ตาม Facebook Page ของเค้า เพราะจะได้สอยห้องราคาดีๆ ได้ทันทีที่คิดอยากจะไปค่ะ คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องตรัง ภาคบก ต่อค่ะ ☀️?

Here’s for more details of the Anatara Si Kao. But for updates and promotions, you’d better follow their Facebook Page so that you can grasp whatever deals they are launching in time. So now we are all tanned and ready to hit the town fore more food. Please stay tuned for our Town Episode of food-tripping to Trang. ☀️

ขนมและของฝากที่ตรังยังมีอีกมากมาย ได้เขียนไว้แล้วที่โพสต์ “ของฝากจากตรัง” ค่ะ
ไกด์กิน ทับเที่ยง | FOOD GUIDE TO TRANG TOWN
ขนมเก่าๆ ชวนอร่อยที่ห้วยยอด | Old Sweet Goodies in Huay Yod, Trang



เรื่องและภาพมีการสงวนลิขสิทธิ์ | words and images are copyrighted.

About the author

OHB

View all posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *