Where to Eat in Shoreditch, London

 ตอนนี้ คงไม่มีถนนสายไหนในลอนดอนที่จะดูคูลดูฮิปมากไปกว่า Redchurch Street ในย่าน Shoreditch ย่านในส่วนที่เคยทรุดโทรม ที่เคยเต็มไปด้วยอาชญากรรมอย่าง East End of London

ก็เพราะเหมือนกับหลายๆ เมืองใหญ่ ลอนดอนกำลังขยายตัวออกด้านข้าง เมื่อก่อนคนรวยต้องอยู่ส่วนตะวันตก (West โดยเฉพาะ W1 ที่มาของ West End และแน่นอน West End Girls) และหากให้ดีก็ต้องส่วนใต้ด้วย ส่วนคนที่อยู่ส่วนเหนือคนตะวันออก (ของลอนดอน) นั้น ก็มักจะถูกชำเลืองมองด้วยหางตา เพราะถือว่าไม่ใช่คนเมือง ไม่ใช่ผู้ดี ย่านอีสต์เอนด์เคยเป็นย่านที่มีแก็งค์เยอะมาก ว่ากันว่าผีดุด้วย โดยเฉพาะผีแขกผีอาหรับ เพราะส่วนนี้นอกจากเคยเป็นทรุดโทรม อันตรายในฐานะอโคจรแล้ว ยังเป็นย่านมนุษย์แขกทั้งอินเดีย ยิว อาหรับ สามารถมาอาหารแขกแท้ๆ กินได้ที่นี่

ร้านเบเกิ้ลไส้เนื้อวัวอบที่อร่อยที่สุดก็อยู่ในย่านนี้ ถนนที่สำคัญอีกเส้นของย่านนี้ก็คือ Brick Lane ที่มีตลาดนัดวันเสาร์อาทิตย์​ ขายอาหารประปราย แต่ที่ดีเลิศคืองานศิลปะ เครื่องประดับต่างๆ เสื้อผ้าวินเทจ มือสอง บรรดาสิ่งละอันพันละน้อยกระจุกกระจิก

ดังนั้นพวกที่ชอบแต่งตัวด้วยของเก๋ๆ มักชอบมาเดินคุ้ยเขี่ยของต่างๆ กันย่านนี้ สำหรับดิฉัน คิดว่า street fashion ของลอนดอนแซ่บและน่ารักมากกว่านิวยอร์คเยอะมาก บอกเลยว่าวัฒนธรรมอันเก่าแก่ พวกมีรากเหง้านี่จะช่วยเรื่องความคิดสร้างสรรค์ได้ดีกว่ามาก

แต่แน่นอนว่า East End ปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก แม้ว่าสภาพทั่วไปยังจะสกปรกและทรุดโทรมกว่าส่วนอื่นๆ ในลอนดอน แต่มาเดินที่นี่ตอนนี้ไม่มีแก็งค์ให้ต้องคอยระวังแล้ว มีแต่ร้านเก๋ๆ โดยเฉพาะร้านอาหารที่ชื่อ Dishoom ร้านอินเดียสไตล์บอมเบย์ที่มีทั้งในส่วนของบาร์และร้านอาหารที่เราถึงกับลงทุนขึ้นรถไฟไปหลายต่อ (แถมเดินเท้าอีก เพราะว่าไปรถไฟก็ไปไม่ถึง) เพื่อไปลองร้านนี้กัน

อยู่ลอนดอนใช้ app ในการ navigate tube + bus นะคะ ที่ใช้มีชื่อว่า TUBE MAP LONDON ที่เราสามารถค้นหาสถานีที่จะไปได้เลย แล้วตั้งจุดเริ่ม app จะพาไปเอง แถมมีข้อมูลแบบ real time ว่าตอนนั้นมีปัญหาติดขัดที่สายไหนมั๊ยอย่างไร และจะสามารถไปทางเลือกอื่นได้มั๊ย บอกเลยว่าเลิฟมาก พูดถึง app ก็ขอบอกเลยว่าการซื้อวายฟายแบบพกพาไปเที่ยวด้วยนี่ถือว่าเป็นการลงทุนที่ดีมากนะคะ (เราซื้อของ Tripizee บริการดีมากๆ ราคาเป็นมิตร) จบกันเรื่องกลัวหลง ต้องคอยถามคนเสียเวลา แย่หน่อยก็คือกระเป๋าถือจะหนักขึ้น เพราะมีอุปกรณ์ต้องถือมากขึ้นก็เท่านั้นเอง

ในภาพคือสถานีรถไฟ Barbican ที่เราไปถึงนะคะ ใน app บอกว่าให้มาที่นี่แล้วขึ้นรถไฟต่อไปยังสถานี Old Street แต่ก็ปรากฏว่า Old Street เป็นสถานีเล็กมากๆๆๆ รถไฟไม่ค่อยจะไป พนักงานรถไฟเลยบอกให้เดินเอาค่ะ แน่นอนว่าพอเรามา เดือนกันยายนที่เคยอากาศดี ก็เกิดอาการสวรรค์เปิดฟ้าเปิด ฝนรั่วกันซะอย่างงั้น

จุดมุ่งหมายของเราคือร้านที่ชื่อว่า Dishoom ร้านอาหารอินเดียที่ดังมากๆๆๆๆ ตอนนี้ของเมืองนี้ หากได้ตามบรรดาฟู๊ดดี้ของลอนดอนจะเห็นเลยว่าแม้กระทั่งคนที่ conservative ที่สุด ยังจะต้องมาเช็คอินที่ร้านนี้ เห็นอาหารเช้าแบบบอมเบย์ของที่นี่แล้วชอบใจค่ะ เพราะดูจานพูนมากๆ อลังการมาก แต่เราแบบว่ากินข้าวจากโรงแรมมาแล้ว เลยมาหามื้อเที่ยงกินกันค่ะ

ร้านอยู่ตามที่ Google Map บอกเลย แต่จะต้องเดินอ้อมถนนมาเข้าด้านถนน Boundary นะคะ หน้าตาทางเข้าแบบนี้

ร้านนี้คนแน่นมาก ควรอย่างยิ่งที่จะจองมาก่อน แต่เวลามาเที่ยวเดินเล่นแบบเราสองคนนี่กะเวลาลำบากเลยไม่ได้จองมา แน่นอนค่ะว่าโต๊ะเต็ม เลยเข้าไปนั่งบาร์กินน้ำกันก่อน หน้าตาร้านสวยงามเก๋สุดๆ สั่ง lassi มากินกันระหว่างรอโต๊ะ มีกล่องเรียกคิวสามารถนำเครื่องดื่มไปกินต่อที่โต๊ะได้ด้วย หรือจะจ่ายเงินเลยแยกบิลก็ได้อีกค่ะ บอกเลยว่ากินอาหารที่ลอนดอนคราวนี้ เหมือนกินอยู่กทมนะคะ Lassi สองแก้วนี้ บวกทุกอย่างหน้าบิลแล้วคือประมาณ 8 ปอนด์ค่ะ

อาหารที่ร้านนี้ก็ไม่ได้แพงเว่อร์มาก เพราะตอนนี้ค่าเงินปอนด์ลดลงมาเยอะมาก และอย่างที่บอก เทียบกับกรุงเทพฯ แล้วชิลเลย คือชินหรือต้องจ่ายราคาอาหารในเมืองร้านในห้างอยู่แล้วนี่คือกินข้าวที่ลอนดอนไม่ต้องสะดุ้งค่ะ คือประมาณเดียวกัน

แต่ที่ลอนดอนเนื้อหนังอาจจะน้อยกว่า (แต่ของสดดีกว่า) และนี่เป็นครั้งแรกที่กินข้าวกับแกงอินเดียแล้วได้ข้าวเปล่าๆ มาแบบนี้ (อัตคัตมากอ่ะ) คือบ้านเรานี่คงต้องมีหมกโน่นนี่นั่นให้เกิดความหอมหน่อยนะคะ แต่นี่ไม่เลย ยกเว้นจะสั่งข้าวหมก (Biryani rice) อย่างที่เห็นด้านขวาล่าง

ภาพบนคือ chutneys แบบต่างๆ ที่ให้มาแบบนั้น คือมีแต่ chutney เลยไม่มี papadum อะไรมาเลย แล้วนี่ให้เป็น appetizer ให้เรากินกับอะไรอ่ะ ถึงกับงง แอบมองโต๊ะอื่นนึกว่าเค้าลืมเอาแผ่นกรอบมาให้ แต่ก็ไม่เห็นมีโต๊ะไหนมีเลย (อัตคัตอีกแล้วอ่ะ)

ส่วนอาหาร ตามเข็มนาฬิกาคือ ปลา Mahi Tikka (อร่อยดีแต่น้อยจัง ปลาสดหวานมาก) ตามด้วยแกงถั่วของโปรดเลย House Black Daal (อร่อยมาก) ตามด้วยข้าวหมกไก่ใส่แครนเบอร์รี่ Chicken Berry Britarnia Biryani อร่อยมาก ข้าวนุ่มมากๆ แล้วก็ข้าว Steamed Basmati Rice มีน้ำด้วยรวมอาหารทั้งหมด 40 ปอนด์ค่ะ service charge สำหรับร้านนี้เป็น optional คือจะให้ก็ได้ไม่ไห้ก็ได้ เค้าคิดตามมาตรฐานเหมือนกันทุกร้านคือ 12.50%

ออกจาก  Dishoom ก็เดินเล่นย่าน Shoreditch กันหน่อยค่ะ ย่านนี้ถึงแม้จะกำลังมา แต่ก็ยังมีความทรุดโทรมเก่าแก่ตามสภาพ แต่นี่คือลอนดอนค่ะ มันเก่า มันขลัง อิฐเล็กอิฐน้อยคือมีเรื่องทั้งหมด เอาเป็นว่าคนชอบประวัติศาสตร์มาเที่ยวคือกรี๊ดสลบ

Redchurch Street มาบรรจบกันกับ  Brick Lane ที่นี่ก็มีร้านอาหาร คาเฟ่เจ้าเก่ามากมาย แต่หากจะมาตลาดนัด Brick Lane ของเค้า จะต้องมาวันอาทิตย์ค่ะ ของมือสอง เครื่องประดับ งานศิลปะแบบ Street Art มากมาย แนะนำอย่างแรง ส่วนเบเกิ้ล ที่มีทั้งร้านขาวร้านเหลือง ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเราสับสน (ร้านเหลืองขายเบค่อนด้วย เป็นยิวภาษาอะไรกัน) สามารถลองดูได้ค่ะ ที่เคยกินแล้วชอบคือร้านขาวนะคะ ลองดู

เดินออกมาจาก Brick Lane จะเจอกับ Old Spitalfields Market ขอให้แวะไปกินขนมที่ร้าน Taberna do Mercado ในตลาดนะคะ

มาสาย egg tart หน้าไหม้แบบโปรตุเกสที่เค้าทำเองใหม่ๆ สดๆ ทุกวันหมดเกลี้ยงไปแล้ว เสียดายมาก เลยได้กินแต่ “Fatias Douradas” หรือพุดดิ้งขนมปังในไวน์แดงค่ะ ที่ร้านนี้เค้าเสิร์ฟเย็นๆ กับผลไม้ และกรานิต้า ราดด้วยครีมสด อร่อยมาก

แผนที่การเดินของเรานะคะ เริ่มที่ Dishoom จบลงที่ Old Spitalfields Market ที่วงไว้คือสถานีรถใต้ดินที่ใกล้ที่สุดสำหรับเที่ยวย่านนี้

ลอนดอนเป็นเมืองที่แพงมาก ใครๆ ก็รู้ เพราะค่าครองชีพที่นี่ขึ้นชื่อว่าโหดมหาโหด ตอนนี้เงินปอนด์พอต่ำลงเที่ยวได้สบาย แต่จะบอกว่ายังไงๆ ก็แพงมากๆ อยู่ดี ค่าตั๋วรถไฟใต้ดิน (ที่เก่าแก่มาก ใช้เครื่องดีเซล อยู่ลอนดอนจมูกดำมาก บอกเลย 🙂 เที่ยวละ 5.40 ปอนด์ ไปกลับก็ 10.80 ปอนด์ กินข้าวในร้านให้เตรียมไปอย่างน้อยคนละ 20 ปอนด์ต่อมื้อ จึงจะเห็นว่าตอนกลางวัน คนทำงานที่ใส่สูทแพงๆ ซะโก้ ผู้หญิงก็ใส่เสื้อผ้าสวยๆ แต่ต้องมาซื้อแซนวิชที่ราคาถูกหน่อยแล้วยืนกินกันตามใต้ร่มไม้ หรือไม่ก็หามุมนั่งตามสวนสาธารณะ นี่คือสังคมคนทำงานออฟฟิศของที่นี่ ช็อปปิ้งซื้อของจะต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 20% ค่าเช่าห้องแบบ B&B ที่พอใช้ได้ปลอดภัยสะอาด แน่นอนว่าต่ำสุดคืนละ 100 ปอนด์ ค่าแท็กซี่ ขึ้นปุ๊ปก็ 3.50 ปอนด์ แต่หากเหนื่อยเดินขาลาก บางทีก็ควรโบกขึ้นบ้าง เพราะกว้างใหญ่นั่งสบายดี และที่สำคัญแท็กซี่ที่นี่รู้ทางมากมาย บอกคำเดียวไปได้หมดทุกที่

หากไปหลายวัน แนะนำให้ซื้อบัตร Oyster Card บัตรเติมเงินที่สามารถใช้ได้ทั้งรถไฟใต้ดินและรถเมล์ ในราคาที่ถูกลงหน่อย เติมเงินได้ทีละ 10-20 ปอนด์ตามสะดวก เมื่อก่อนชอบซื้อสิ่งที่เรียกว่า off-peak day pass แต่ปรากฏว่ามาเที่ยวเป็นคนชอบเดินดูโน่นดูนี่ บางวันขึ้นแค่สองรอบ นอกนั้นเดินเอา หรือไม่ก็โบกแท็กซี่ ใช้บัตรไม่เคยคุ้มเลย เลยตอนหลังซื้อ Oyster Card ดีกว่า ขึ้นเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น แถมขากลับสามารถคืนบัตรและรับเงินคืนได้ที่สนามบิน โดยเค้าจะคืนเงินผ่านเครดิตการ์ดให้ ไม่ยากเย็นอะไรนักค่ะ


more on london
ลอนดอน ‘Same Same But Different’
Premium Economy (Elite Class) Eva Air Bangkok – London (Direct Flight)
อาหารโน่นนี่ในลอนดอน
 Malby Street market + druid street market, london
ร้านขนมเก่าแก่ที่สุดของลอนดอน Maison Bertaux, Soho, London
Afternoon Tea ที่เก๋มากมาย (และคุ้มมาก) ที่ The Diamond Jubilee Tea Room, Fortnum & Mason 
Padella ร้านพาสต้าเส้นสด ครัวเปิด ทำใหม่ๆ ทุกๆ จานปลายสะพานลอนดอน
Gibraltar and Implication Upon Brexit
dublin, ireland
เล่าแบบสรุป เที่ยวดับลิน เที่ยวเย็นฉ่ำแบบชาวเมือง
4 Highlights in Dublin (When it Rains, as it Usually Does)
Day-Trip from Dublin: Cliffs of Moher, Limerick, Bunratty Castle
เที่ยว The Guinness Storehouse, Dublin
Hot Chocolate First, then Fish and Chips in Dublin
belfast, northern ireland
Mini-Guide to Belfast: Love, War and Food
Yardbird, Belfast

🍀 BY OHHAPPYBEAR. all rights reserved. 🍀

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *