สถานที่ท่องเที่ยวไอร์แลนด์ Limerick, Bunratty Castle and Cliffs of Moher, Ireland

ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ตามชายฝั่งทะเลไอร์แลนด์กันบ้างดีกว่าค่ะ หนึ่งในมิชชั่นสำคัญมากในการไปไอร์แลนด์ครั้งนี้ ก็คือ จะต้องนำใบหน้าอันงดงามของตนไปสัมผัสกับสายลมและแสงแดดของมหาสมุทรแอตแลนติกให้ได้ ก็เพราะว่า หากคุณลองดูแผนที่ดู ก็จะเห็นว่าเกาะไอร์แลนด์นั้น เป็นเกาะที่อยู่ชายขอบทวีปยุโรปที่อยู่ฝั่งเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก พื้นที่ๆ ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม ความมหัศจรรย์ขั้นสูงของธรรมชาติ และมีหน้าผาสูงตระหง่านกว่า 200 เมตรอย่าง Cliffs of Moher เป็นไฮไลต์สำคัญ

สมัยนี้จองทัวร์ง่ายมาก ทุกอย่างในโลกมีบนอินเทอร์เน็ต เราพยายามหาทัวร์ที่ดูโอเค สรุปได้ทัวร์แบบ day trip เต็มวันที่จัดโดย Irish Rail เป็นทัวร์รถไฟผสมรถทัวร์ ราคาคนละประมาณ 125 USD เลยจัดการจองทันที ทัวร์เดินทางเป็นวงกลมดังในภาพนะคะ ออกจากดับลิน สิ้นสุดที่ดับลิน ระยะทางค่อนข้างไกล แบ่งการเดินทางได้เป็นห้าช่วงดังนี้

ขึ้นรถไฟจาก Dublin Heuston Station ​ ไปลงเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า Limerick จริงๆ มีเปลี่ยนรถไฟเล็กน้อยกลางทาง เพราะทัวร์โดย Irish Rail นี่มาหลายกรุ๊ป ออกจากดับลินด้วยกันหลายกลุ่ม พอมาถึงสถานีย่อยก็แยกกลุ่มเปลี่ยนรถไฟกัน ตอนนี้ต้องเงี่ยหูฟังไกด์ดีๆ จำหน้าฝรั่งให้ละเอียด เพื่อไม่ให้เดินตามไปผิดคน

จาก Limerick เรานั่งรถทัวร์​ เที่ยวปราสาท Bunratty Castle ปราสาทเก่าแก่ตั้งแต่สมัยไวกิ้ง ที่รอดจากการถูกเวลาทำลายไปได้เพราะมีวิสเค้านต์เศรษฐีซื้อไว้บูรณะ พร้อมมีสวนสวนสวยต้นไม้ครึ้งและ Tearoom น่านั่งมากไว้บริการ ขอบอกว่าเวลามาเที่ยวอังกฤษ แบบนี้ ไม่มีอะไรจะอร่อยไปกว่าการดื่มชาแล้วจริงๆ มันเข้ากันกับบรรยากาศดีมาก

นั่งรถทัวร์ต่อมาแวะรับประทานอาหารกลางวันแบบรีบมากๆ แล้วเดินทางต่อมาที่ Cliffs of Moher เที่ยวเดินเล่นตามหน้าผาให้ใบหน้าปะทะลมหนาวของแอตแลนติกให้สมใจอยาก สนุกพอใจมาก

นั่งรถทัวร์เลียบชายฝั่งขึ้นเหนือไปเมือง Galway ช่วงนี้ภูเขาทั้งหมดเป็นหินปูน ดูแล้วแห้งแล้งมาก ตอนนี้รู้สึกอินกับสิ่งที่คนไอริชชอบพูดเรื่องยุด The Great Famine มาก

เดินเล่นได้เล็กน้อยที่เมือง Galway (ฝนกระหน่ำราวกับเป็นประเทศร้อนชื้นกันเลยทีเดียว) เมืองนี้ออกจะมีฟีล industrial นิดหน่อย แม้ว่าจะอยู่ติดทะเลและโรงแรมให้คนมาพักตากอากาศอยู่มาก เราเดินเล่นนิดเดียว จากนั้นก็เข้าไปหลบฝนกิน Fish and Chips มื้อที่สามในผับ เมื่อถึงเวลาก็ขึ้นรถไฟเที่ยวหนึ่งทุ่มกลับดับลิน ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ขอบอกว่าหลับกลับมาตลอดทาง เหนื่อยโฮก

สถานีรถไฟ Heuston ของดับลิน
ภายในห้องโถง ก็สะอาดดี มีร้านกาแฟเปิดแต่เช้ามืด

เวลาซื้อทัวร์ผ่านเน็ต สื่งที่จ่ายคือเครดิตการ์ด สิ่งที่ได้คือ e-voucher ที่จะมีรายละเอียดสำคัญโน่นนี่มาให้ อันนี้ต้องอ่านให้ดี ตรวจดูความเรียบร้อย เช่น ชื่อทัวร์​วันที่จอง เวลานัด และที่สำคัญว่าเค้าต้องให้โทรไปคอนเฟิร์มหรือเปล่า ของเราเค้าให้โทร ดังนั้นพอไปถึงดับลินแล้ว เราก็จัดการให้ทางโรงแรมช่วยโทรให้ สบายดี ไม่ต้องพูดอะไรมาก ด้านบนนี้คือรูปของสถานีรถไฟ Heuston ที่ดับลินนะคะ นัดเช้ามากกกก รถไฟออก 7.00 น. แต่แน่นอนว่าต้องมาก่อน มาจัดกลุ่มก่อน ที่สถานีรถไฟเค้ามีกาแฟขาย รสชาติโอเคเลย ซื้อน้ำซื้อขนมไปนั่งกินบนรถไฟนิดหน่อยพอเป็นพิธี

ด้านล่างเป็นวีดีโอที่ถ่ายวิวตอนเช้าจากรถไฟไว้ในไอจีค่ะ ทุ่งนาเอย วัวเอย พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดีค่ะ

Train ride. Dublin-Limerick. #ohhappybear #ohhappybearinireland #ireland

A post shared by Ohhappybear (@ohhappybear) on

เมือง Limerick เป็นเมืองเล็กๆ มาก ออกมาถึงย่านภูธรของไอร์แลนด์แล้ว บรรยากาศก็คล้ายกันกับภูธรอังกฤษนะคะ มาต่อรถบัสกัน ภาษาเค้ามีแปลกๆ แต่ก็พออ่านเป็นภาษาอังกฤษได้เนาะ (บัส อายเอียน?:)

วิวเมือง Limerick ผ่านหน้าต่างรถบัส ?

ทำเป็นมีแดดให้ดีใจ…
บ้านในละแวกเดียวกันหน้าตาจะคล้ายกันมาก

ส่วนใหญ่เวลาไปเที่ยวทัวร์ฝรั่ง สิ่งที่เรามักได้เสมอคือไกด์ทัวร์แก่ (อ่านว่า ทำมานานเป็นอาชีพที่ได้เงินเลี้ยงครอบครัวได้) ขอสรุปคุณสมบัติไกด์ฝรั่งมาให้ตามประสบการณ์ดังน้ – รู้มาก โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ บางคนพูดได้หลายภาษา ภูมิใจในบ้านเกิด และรักการบริการดีทีเดียว

คุณไกด์ที่เราได้วันนั้น คาดว่าทำงานมานานมากแล้ว คือหน้าตาดูเชี่ยวชาญ รู้เรื่องเยอะมาก แต่แอบออกอาการเหนื่อยหน่ายบ้างเป็นระยะ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับคนวัยนี้ จะให้ตื่นเต้นอะไรกันมาก พอทุกคนขึ้นรถบัสที่ Limerick คุณไกด์ก็เริ่มบรรยาย เรื่องโน่นนี่มากมายของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ทำให้เราได้รู้ว่า Limerick เป็นต้นกำเนิดของ กลอนสั้น 5 บรรทัดที่ชื่อว่ากลอน Limerick  จริงๆ (มีใครเรียนวรรณคดีอังกฤษเหมือนผู้เขียนแล้วเคยได้ยินบ้างไหมคะ) คุณไกด์เล่าต่อว่า ในอดีตไอร์แลนด์เป็นประเทศยากจนมากๆ มีปัญหาเรื่องการเพาะปลูกมาตลอด และยิ่งเป็นมากเมื่อเกิดสงครามกลางเมือง การช่วงชิงอำนาจกับอังกฤษ ดังนั้นสิ่งบันเทิงของคนที่นี่ (ที่ยังไม่อพยพไปอเมริกา) ที่สามารถทำได้ ก็คือการแต่งกลอน เพราะเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลา และราคาถูก

บ้านเมือง Limerick ก็ดูเรียบง่ายน่ารักดี เมืองเล็กนี้จัดว่าเป็นเมืองใหญ่แล้วในไอร์แลนด์ ถนนหนทางสายเล็กๆ คนน้อยมาก มีแม่น้ำสายหลักชื่อว่าแม่น้ำ Shannon ที่เชื่อมต่อกับปากน้ำออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก

ระหว่างทาง คุณไกด์พูดถึง “Fairy Tress” หรือต้นไม้เทวดา ที่คนไอริชเชื่อว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เพราะเป็นสถานชุมนุมของเทวดาบ้านเค้า บอกเลยว่าเดินผ่านคุณจะไม่รู้เลยว่านี่คือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นพุ่มดูรกมาก แถมยังมีเศษผ้า เศษด้ายอะไรพันวุ่นวายมาก ก็ปรากฏว่า นี่คือต้นไม้ที่เป็นสาเหตุทำให้ทางหลวงแห่งหนึ่งของไอร์แลนด์ต้องสร้างช้าไปกว่า 10 ปี เพราะไม่สามารถตกลงกันเรื่องตัดต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้ คนสร้างถนนไม่ยอมตัดเพราะกลัวโชคร้าย (เพราะมีคนเคยเจอมาแล้ว เขาว่า) ส่วนคนจ่ายเงินก็ไม่อยากให้เงินเพิ่มหากต้องสร้างทางอ้อมเบี่ยงเลี่ยงต้นไม้ ในที่สุดสรุปได้ว่า ต้นไม้อยู่ และทางต้องสร้างเบี่ยงนะคะ และคนไอริชก็ยังคงมาขอโน่นนี่โดยการเอาเศษผ้ามาพันไว้ตามกิ่ง ซึ่งดูแล้วรกมาก แนะนำอย่างยิ่งให้มาศึกษาดูงานวิธีบูชาต้นไม้ด้วยผ้าเจ็ดสีเจ็ดศอกของบ้านเรา เพราะมันสวยเป็นระเบียบ ทำให้ต้นไม้ดูหรูหรา ศักดิ์สิทธิ์กว่าเยอะเลยค่ะคุณ

นี่คือสภาพลูกทัวร์บนรถทัวร์ แห่กันยกกล้องถ่าย Fairy Trees ซึ่งก็คือพงต้นไม้นั้นแล

สภาพลูกทัวร์ที่ยกกล้องถ่ายต้นไม้เทวดา ที่อยู่ข้างทางถนนทางหลวงในเมือง Bunratty

Bunratty Castle ที่เป็นปราสาทเก่าแก่มากตั้งแต่ ค.ศ. 1425 เป็นจุดหมายแรกของเราในทริปนี้

ว่าไปปราสาทหินสไตล์นี้มีเห็นได้ทั่วไปในไอร์แลนด์ เพราะเป็นสไตล์เก่ามากส่วนใหญ่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยไวกิ้ง และก็มีจำนวนมากที่รกร้างพังไปหมดแล้ว แต่ Bunratty Castle หลังนี้ถูกท่านวิสเค้าต์ที่ชื่อว่า Viscount Lord Gort ซื้อมาบูรณะ ร่วมกับชุมชนเมืองและการท่องเที่ยว จนเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว สามารถเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้จนถึงทุกวันนี้

ทัวร์รวมค่าเข้าไว้แล้ว ดังนั้นลูกทัวร์ทั้งหมดเลยได้เดินเข้าไปได้เลยพร้อมแผนที่แผนผังของปราสาทและบริเวณที่เรียกว่า Folk Park

แม้ด้านนอกปราสาทจะดูเรียบง่าย แต่ด้านในออกจะสลับซับซ้อน มีหลายชั้น มีทางขึ้นทางลงมากมาย มีห้องลับ ช่องแอบฟัง ห้องนอน ห้องเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์สมัยโบราณ รวมทั้งบันไดที่สร้างเป็นพิเศษให้วนขวาและขั้นไม่เท่ากัน (กับดักข้าศึก) แนะนำว่าให้รวมกลุ่มฟังคุณไกด์ของปราสาทเล่าเรื่องให้ฟังที่ห้องโถงใหญ่ก่อน เสร็จแล้วค่อยเดินชมห้องต่างๆ ปีนป่ายปราสาทโบราณที่สร้างขึ้นมาเกือบ 500 ปีแห่งนี้อย่างสุขสำราญใจ

สำหรับคนที่อยากรู้เรื่องราวของปราสาท Bunratty มากขึ้น สามารถอ่านเรื่องของเค้าได้ที่เว็ปไซต์นะคะ

ด้านหน้าของปราสาท Bunratty
วิวแม่น้ำ Shannon จากชั้นบนสุดของปราสาท
ห้องโถงใหญ่ที่สมัยก่อนเป็นที่นอนของทหาร ส่วนที่อยู่ใกล้กองไฟ จะเป็นของทหารยศสูงหน่อย ส่วนทหารชั้นผู้น้อยก็ย่อมต้องทนหนาวในมุมต่างๆ ว่ากันว่าทหารสมัยก่อนได้อาบน้ำก็ประมาณปีละหนเท่านั้น
บรรยากาศสวนสวยในบริเวณปราสาท
แพะแคระ Pygmy Goat ไม่นอนก็เดินอยู่ในบริเวณที่เค้ากั้นไว้ให้
Scone + Cake + Tea at Bunratty Castle’s Tearoom

ที่ Bunratty Castle มีคาเฟ่ให้เลือกสองแบบ หนึ่งคือ แบบเก๋มาก contemporary สมัยเด็กแนว และสองคือแบบโบราณมาก คืออยู่ใน cottage ก่ออิฐ ด้านหน้ามีป้ายเรียบง่ายเขียนว่า Tearoom ซึ่งอันหลังนี่ทำให้อิชั้นพุ่งตัวเข้าไปทันที รู้สึกไหมคะว่าเวลามาเที่ยวอังกฤษ ไอร์แลนด์ บ้านเมืองหน้าตาแบบนี้ บรรยากาศแบบนี้ ไม่มีอะไรจะอร่อยชูใจไปได้มากกว่าการรับประทานสกอนกับครีมหนาและชา แถมเค้กก้อนโตอีกซักหน่อย มันคือวัฒนธรรมการกินของคนย่านนี้ที่เข้ากับสภาพอากาศอย่างมาก ทั้งหมดชุดโตนี่ประมาณ 13 ยูโร่นะคะหากจำไม่ผิด รสชาติโอเค สกอนออกไปทาง rustic นิดนึง (อ่านว่ากระด้าง) แต่ไม่เลว ส่วน clotted cream นั้นยังไม่ใช่ แต่บรรยากาศบ้านนอกแบบนี้มันดีมาก

รถทัวร์ออกเดินทางตามกำหนด ไปเที่ยวทัวร์ฝรั่งแบบนี้สบายดี คนส่วนใหญ่มาตรงเวลามาก และมีมารยาท ไม่คุยเสียงดัง เรากำลังมุ่งหน้าไปยัง Cliffs of Moher แต่เนื่องจากเป็นเวลาเที่ยงพอดี รถทัวร์เลยแวะพักที่เมืองเล็กๆ คือเป็นถนนเส้นเดียวเลยที่ชื่อว่า Doolin ให้กินข้าวกันในผับที่มีระบบการจัดการนักท่องเที่ยวที่มาเป็นคันรถแบบนี้ได้ดีมาก อาหารเร็วมาก และรสชาติพอไปได้ สุดหล่อของดิฉันกิน Fish and Chips เป็น default มื้อที่สอง ส่วนดิฉันได้แต่มองหน้า แล้วสั่งไก่อะไรซักอย่างมากิน ซึ่งก็อร่อยดี และมีปริมาณมาก

Fish and chips มื้อที่สองของคุณสามี
ของอิชั้นเป็นไก่อะไรซักอย่าง โอเคนะคะ ไม่ชั่วร้าย

กินแบบทำเวลาเสร็จ ก็รีบออกมาเดินดูถนนของ Doolin ซักหน่อย แวะร้านขายของที่ระลึก คนขายน่ารักมาก เลยได้ อุดหนุนถ้วยกาแฟเขียนว่าไอร์แลนด์มาใบนึง ถูกใจมาก แก้วใหญ่สีเขียวน่ารัก ราคา 11 ยูโร่อะไรประมาณนั้น

ถ้วยไอร์แลนด์สีเขียวถูกใจที่ไปสอยได้จาก Doolin มา run in เป็นภาชนะใส่ผลไม้ในห้องโรงแรมดับลิน

เย้มาถึงแล้ววววว  The Cliffs of Moher ที่อยากมากมายๆ หน้าผาที่สวยงามเพราะสูงมาก สูงถึง 214 เมตร (วัดที่จุดสูงที่สุด) จากทะเล ความสูงที่จะลดหลั่นกันไปตามความยาวของหน้าผาที่ทอดยาวไปกว่า 8 กิโลเมตร

จาก Doolin มาไม่ไกลเลยนะคะ แว่บเดียว เราก็ถึง Cliffs of Moher กันแล้ว ทางเข้าจะอยู่ตรงกลางเดี๊ยะ ก็เลือกเอาว่าจะเดินเล่นหน้าผาข้างซ้ายหรือหน้าผาข้างขวา ตรงกลางมี Visitor Center + Gift Shop + Cafe + ห้องน้ำไว้บริการ

วันที่เราไปเมฆเริ่มมาแล้วค่ะ แต่โชคดีหน่อยที่ฝนยังไม่ตก ตอนนั่งรถไฟมาเราเจอกับคุณน้าชาวอเมริกันคนนึงมาทัวร์นี้ด้วยเหมือนกัน แต่มาคนเดียว (สาวโสด) มาเที่ยวยุโรปอย่างนี้ทุกปี แล้วนัดเจอกับเพื่อนสาวที่เป็นคนเยอรมัน แล้วค่อยไปเที่ยวต่อด้วยกัน มาคนเดียวแบบนี้ก็คงอยากมีรูปกับหน้าผาสวยๆ บ้างสินะ เพื่อนร่วมชีวิตของดิฉันคิด แล้วเข้าไปบอกเธอว่าจะถ่ายรูปให้ เธอดีใจมาก รีบจัดผมที่กำลังกระเซอะกระเซิงอยู่ให้เข้าที่ แล้วยืนมุมโน้นมุมนี้ยิ้มหวานกันไป

IMAGINE…. THE SUN, THE BLUE SKY
ทางเดินไปหน้าผาด้านขวา

มองจากจุดกึ่งกลางไปยังหน้าผาด้านซ้าย
ธรรมชาติช่างยิ่งใหญ่สวยงามมาก ใบหน้าได้สัมผัสลมมหาสมุทรแอตแลนติกแล้ว ฟินละๆๆ
โปรดดูคนที่ยืนชิดขอบหน้าผา มีใครได้ยินข่าวอะไรบ้างไหม
Visitor Center ที่สร้างได้เนียนไปกับชายเขา สวยมาก คิดดีมาก ชอบที่ฝรั่งมีคอนเซ็ปต์เวลาจะทำอะไรซักอย่าง ด้านในมีวีดีโอเกี่ยวกับสภาพธรรมชาติที่สวยงามของย่านนี้มากมาย คือชวนให้มาอีก มาอีก แอบดีใจตรงที่ว่าภาพที่ของเค้าถ่ายฟ้าก็หม่นเหมือนกัน ^__^

เราได้เวลากลับพอดีตอนฝนเริ่มลงเม็ด นั่งรถทัวร์ขึ้นเหนือต่อไป ผ่านส่วนที่เรียกว่า The Burren ที่เป็นภาษาไอริชแปลว่า The Rocky Place ดูเอานะคะ มีแต่หินปูนทั้งภูเขา ซึ่งภูเขาหินปูนนี้เคยถูกบรรยายไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1649 โดยทหารทีม Oliver Cromwell (แม่ทัพอังกฤษที่ถูกส่งมาให้ปราบปรามชาวคาทอลิกในไอร์แลนด์สมัยนั้น) ว่า “No tree to hang a man, no water deep enough to drown him and no soil deep enough to bury him.” อร้ายยย สำหรับคนที่ชอบประวัติศาสตร์ แนะนำให้อ่านเรื่องของ Queen Victoria ดูด้วยนะคะ เพราะเป็นกษัตริย์ที่มีบทบาทอย่างมากในการเข้าปกครองไอร์แลนด์ รัชสมัยของพระนางเทียบได้กับรัชสมัยของ รัชกาลที่ ๓ และรัชกาลที่ ๔ ของสยาม

นี่คือ The Burren จากที่นั่งในรถค่ะ ขอบอกว่าเห็นภาพอย่างนี้อยู่นานเลย คือวิวเป็นแบบนี้วนไปยาวๆ เลยค่ะ

ฝนตก…ป่าช้า

ถึง Galway ตอนเย็นๆ น่าจะซัก 5 โมง รถทัวร์ไปส่งลูกทัวร์ที่มีโปรแกรมนอนค้างแล้วจะไปเที่ยวที่อื่นต่อ ส่วนกลุ่มที่จะกลับดับลิน ก็พอมีเวลาเดินเล่นกินข้าว เพราะรถไฟออกประมาณหนึ่งทุ่ม

เดินเล่นไม่ได้ ฝนตกหนักมาก รองเท้าเปียกชุ่มจริงๆ วนเข้าไปในร้าน grocery ที่คุณไกด์แนะนำ ที่มีเคาน์เตอร์ deli นิดหน่อย แต่ดูทรงแล้วไม่กล้ากิน เลยข้ามถนนมายังผับที่ดูโอเคหน่อยหน้าสถานีรถไฟนั่นแหละ หน้าตาผับเป็นแบบนี้ ด้านใน

สามีเป็นคนง่ายๆ ดูเมนูในผับแล้วเขวี้ยงลงบนโต๊ะเบาๆ พอประมาณ แล้วหลับหูหลับตาสั่ง Fish and Chips กินเป็นมื้อที่สาม !!!!! คือสองมื้อติดกันในวันเดียว หน้าตาเป็นแบบนี้ แต่คราวนี้เอ่ยปากว่าไม่อร่อย ปลาไม่ดี

ส่วนดิฉันร่างใกล้แตก เลยสั่งซุปผักมากิน หน้าตาเป็นแบบนี้ ตัวซุปพอไหว แต่นั่นมันขนมปังอะไรของแก๊ แข็งกระด้างไร้รสชาติราวกับกินกล่องกระดาษมาก คิดว่าเพดานปากจะเหวอะตายก็คราวนี้กระมัง

รีบตะลีตะเหลือกออกจากผับ มานั่งรอรถไฟ เค้ามีห้องให้นั่งรออย่างดี ฝนยังตกไม่หยุด …

หน้าตาเป็นแบบนี้แล้วอ่า ?  อยากกลับไปนอนเตียงนุ่มๆ ที่ดับลินแล้วอ่า

จบแล้วค่ะ ขากลับไม่มีใครหยิบกล้อง เหนื่อยเกินไป ใครจะคุยจะถ่ายรูปจะตื่นเต้นอะไรเราไม่สน ถึงดับลินประมาณ 4 ทุ่มนะคะ แท็กซี่ค่ะกลับโรงแรม แขกอินเดียค่ะเป็นคนขับ เปิดเพลงแขกค่ะ แต่พอเราขึ้นรถ ปิดค่ะ แต่พอรถติดถามว่า ขอเปิดเพลงหน่อยได้ไหม เราบอกว่าได้ค่ะ เค้าเปิดเบาๆ พอเป็นเพื่อนไม่ hip hop เหมือนตอนแรก ก็น่ารักดี

สามารถอ่านเรื่องอื่นๆ ในทริปนี้ได้จากลิ้งค์ด้านล่างค่ะ


more on london
Premium Economy (Elite Class) Eva Air Bangkok – London (Direct Flight)
ลอนดอน ‘Same Same But Different’
อาหารโน่นนี่ในลอนดอน
 Malby Street market + druid street market, london
ร้านขนมเก่าแก่ที่สุดของลอนดอน Maison Bertaux, Soho, London
Afternoon Tea ที่เก๋มากมาย (และคุ้มมาก) ที่ The Diamond Jubilee Tea Room, Fortnum & Mason 
Padella ร้านพาสต้าเส้นสด ครัวเปิด ทำใหม่ๆ ทุกๆ จานปลายสะพานลอนดอน
Shoreditch, london
Gibraltar and Implication Upon Brexit
dublin, ireland
เล่าแบบสรุป เที่ยวดับลิน เที่ยวเย็นฉ่ำแบบชาวเมือง
4 Highlights in Dublin (When it Rains, as it Usually Does)
เที่ยว The Guinness Storehouse, Dublin
Hot Chocolate First, then Fish and Chips in Dublin
belfast, northern ireland
Mini-Guide to Belfast: Love, War and Food
Yardbird, Belfast

🍀 BY OHHAPPYBEAR. all rights reserved. 🍀

2 Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *