บันทึกสักการะพระบรมศพ วันที่ ๑๐.๑๑.๕๙ ที่พระบรมมหาราชวัง

พระบรมมหาราชวัง เวลา ๔.๐๐ วันที่ ๑๐.๑๑.๕๙
พระบรมมหาราชวัง เวลาประมาณ ๔.๐๐ น. วันที่ ๑๐.๑๑.๕๙

เขียน เรื่องนี้เพื่อเป็นบันทึก และเผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นที่กำลังวางแผนไปกราบสักการะพระบรมศพบ้างนะคะ เพราะบ้านเราอยู่นอกเมืองค่อนข้างไกล และฟังเพื่อนๆ มาว่าหลายคนไปรอหลายชั่วโมงมากๆ บ้านเราเลยไปนอนโรงแรมในกรุงเก่า ระยะเดินไปสนามหลวงได้เพื่อจะได้ไปต่อคิวได้เช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้กัน

ด้านล่างเป็นแผนที่การเดินเท้าของเราในวันสำคัญนั้น

แผนที่การเดินของเราในวันนั้น
แผนที่การเดินของเราในวันนั้น

จริงๆ เราไปก่อนวันที่เข้ากราบสักการะ ๑ วัน ไปสำรวจพื้นที่ และถามคุณพี่ทหาร ตำรวจ ที่ทำงานที่นั่นว่าอะไรยังไง สรุปข้อมูลมาได้ดังนี้

๑. รอบบริเวณพระบรมมหาราชวัง และสนามหลวง จะมีการกั้นรั้ว และมีประตูเข้า ๙ จุดโดยรอบ ซึ่งเป็นจุดคัดกรองทุกคนต้องผ่านเครื่องสแกน และขณะเดินผ่านจะต้องถือบัตรประชาชน และให้เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋า ประตูนี้เปิดเวลา ๔.๐๐ น. (ตีสี่) ปิด ๒๑.๐๐ น.

๒. ประตูวังเปิด ๕.๐๐ น. (ตีห้า) หมายความว่า เราจะไปรอประมาณ ๑ ชั่วโมงก่อนประตูวังเปิด เหมือนเป็นการจองคิว แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณคนว่าเยอะแค่ไหน

๓. จุดรอคิวอย่างเป็นทางการคือตรงกลางสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา แต่ท้ายคิวจะไหลไปเรื่อยๆ อย่างที่เห็นในรูปด้านล่าง คือคนจะเข้ามาที่สนามหลวงจากทุกทิศทุกทาง และมาแบบไม่ขาดสายจริงๆ ดังนั้นท้ายแถวจะยาวไปเรื่อยๆ วนไปเรื่อยๆ แต่พอเราได้เข้ามาจุดรอ (กลางสนาม) จะมีการเริ่มจัดแถวเป็นสี่แถว ซึ่งแถวเหล่านี้วันที่ไปจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นะคะ เท่าที่เห็น เพราะคนเดินเร็วช้าไม่เท่ากัน และหากอยากอยู่ด้วยกันควรจะต้องพยายามจับกลุ่มเพราะมิฉะนั้นอาจโดนตัดแถวแยกกัน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้นะคะ เพราะเค้าก็กลัวเราหลงกันเหมือนกัน

คนต่อคิวกันตั้งแต่ตีสี่
คนต่อคิวกันตั้งแต่ตีสี่ คนต่อคิวเยอะแล้ว คนเดินเข้ามายังมีอีกมาก ไม่ขาดสายเลย

เมื่อรู้อย่างนั้น ประกอบกับที่เพื่อนหลายคนต้องมารอเป็นสิบชั่วโมง เราเลยตัดสินใจเตรียมตัวเตรียมใจมารอตั้งแต่ประตูเปิดเลย เตรียมตัวมาอย่างพร้อมสำหรับกี่ชั่วโมงก็ได้ แต่ปรากฏว่าโชคดีมากๆๆๆ ได้เข้าไปได้ดังนี้

ตื่นตีสาม ออกจากรร. ตีสามครึ่ง ถึงประตูทางเข้าถนนบำรุงเมือง กระทรวงมหาดไทย 3.45 รอประตูเปิด ถึงท้ายแถวได้ต่อคิวในสนามหลวง 4.15 คิววนสนามหลวงจากตรงข้ามศาลฎีกามาถึงหน้าวัดมหาธาตุ 5.00 ได้เข้าพระบรมมหาราชวัง 5.30 รออีกประมาณ 1/2 ชม. ถวายสักการะ เสร็จออกประตูด้านสโมสรทหารเรือประมาณ 6.00 เดินกลับมาโรงแรม ทันเวลาอาหารเช้าพอดี

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa
พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เวลาประมาณ ๕.๓๐ น.
ของที่ระลึกจากสำนักพระราชวัง ภาพถ่ายพระโกศ และข้าวพอเพียง
ของที่ระลึกจากสำนักพระราชวัง ภาพถ่ายพระโกศทองใหญ่ ซึ่งเป็นพระโกศที่มีลำดับยศสูงสุด และข้าวพอเพียง
ด้านหลังภาพถ่ายพระโกศ มีรายละเอียดพระราชพิธี
ด้านหลังภาพถ่ายพระโกศ มีรายละเอียดพระราชพิธี
ภาพพระบรมมหาราชวังที่ถ่ายภาพแรกหลังจากออกมาจากการถวายสักการะพระบรมศพเสร็จ แสงแรกพอดี สวยเหลือเกิน
ภาพพระบรมมหาราชวังที่ถ่ายภาพแรกหลังจากออกมาจากการถวายสักการะพระบรมศพเสร็จ แสงแรกพอดี สวยงามและเงียบสงบ
ภาพด้านข้างพระบรมมหาราชวัง ฝั่งตรงข้ามกระทรวงกลาโหม ตอนเช้าเงียบเหงา
ภาพด้านข้างพระบรมมหาราชวัง ฝั่งตรงข้ามกระทรวงกลาโหม ตอนเช้าเงียบเหงา วังเวง
มองย้อนกลับไปยังสนามหลวง คนยังทยอยมากันไม่ขาดสาย
มองย้อนกลับไปยังสนามหลวง คนยังทยอยมากันไม่ขาดสาย

เพราะไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลารอเท่าไหร่ สิ่งที่เราเตรียมมาเลยได้แก่

๑. แป้งเย็น ยาหม่องน้ำที่สามารถทาได้ พัด ทิชชู หมวก ร่ม น้ำเย็นใส่กระป๋องเก็บความเย็น

๒. ใส่รองเท้าหุ้มส้นที่นุ่มที่สุด สบายที่สุด พร้อมถุงเท้าแบบถุงน่องบางๆ กันกัดอีกชั้น

๓. ใส่ชุดเรียบร้อยที่สุดที่เย็นสบายตัวที่สุด ยางมัดผม แบตเตอรี่สำรอง พร้อมสายชาร์จสำหรับมือถือ

๔. สำคัญมากคือเตรียมใจไว้เลย คิดเลยว่ากี่ชั่วโมงก็จะรอ และจะรอแบบใจเย็นด้วย วันนั้นสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ต่อว่าใคร (อ่านมาว่ามีคนเจอแซงคิวโน่นนี่ด้วย) และจะไม่ทำหน้าใส่ใครเลย (ทำได้บ้างนะคะ 🙂

%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a1
กระทรวงกลาโหม ด้านข้าง เช้าตรู่

อย่างที่บอกว่าไม่ทันได้ใช้อะไรมากนักเพราะไปรอเพียงไม่กี่ชั่วโมง แดดยังไม่ทันร้อนด้วยซ้ำ แต่ที่เราเห็นและอยากบอกต่อเลยคือ

๑. โปรดอย่าไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจที่กำลังทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยอะไรเลย เค้ามาทำงานกันทั้งวันทั้งคืน อากาศก็รู้อยู่ว่าร้อนขนาดไหน เค้าทำงานกันดีมาก ประตูเปิดพร้อมกันทุกประตูคือตีสี่ ขอให้ใจเย็นๆ ยังไงก็ต้องไปรอ ช้าบ้างไม่เป็นไรหรอก เห็นมีคนไปต่อว่าตำรวจว่าเปิดประตูไม่พร้อมกันตั้งแต่ก่อนตีสี่เลยทีเดียว น่ากลัวมาก

๒. เข้าใจว่าอยากสวย ใส่ส้นสูงมา แต่เห็นหลายคนมากที่ต้องถอดรองเท้า เดินเท้าเปล่า เพราะอาจจะเมื่อยหรือโดนกัด แนะนำว่าให้ใส่รองเท้าที่สบายๆ และถุงเท้ากันกัดเพิ่มมากด้วย เพราะดิฉันใส่ส้นเตี้ยที่มั่นใจว่าสบายไป ยังเมื่อยและเจ็บเท้ามาก แต่มีถุงเท้าอีกชั้นช่วยได้เยอะเลย

๓. ตรงทางเข้า มีการแจกอาหารเช้าด้วย (ขณะเข้าคิวแล้ว) ขอบคุณมากๆๆ ค่ะ (แต่มันเช้ามากตอนนั้น ไม่สามารถรับประทานอะไรได้)

๔. เมื่อคิวหยุดให้ยืนรอ บางจุดอาจจะมีเก้าอี้วางไว้ให้ ควรนั่งนะคะ เพราะบางครั้งรอคิวนานมากเป็นสิบๆ นาที

๕. มีน้ำแจกตลอดทาง มีห้องน้ำตลอดทางเหมือนกัน

๖. มีแจกพระบรมฉายาลักษณ์ก่อนเข้าวัง (หนังสือพิมพ์นะคะวันที่ไป) ดิฉันเลือกที่จะไม่รับเพราะกลัวว่าจะต้องพับ หรือเก็บใส่กระเป๋า คิดว่าไม่ค่อยดี (ตอนนี้เก็บทุกอย่างเป็นไฟล์ดิจิตอลอีกต่างหาก เผื่อน้ำท่วมก็ขนง่ายหน่อย)

๗. ด้านในวัง เจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้ามการถ่ายรูป แต่หากจะสำรวมบ้างก็จะดีนะคะ ที่ไปมีหลายคนมากเลยที่ถ่ายรูปตัวเองกับพระราชวังทุกครั้งที่แถวหยุดเดิน คือ..แอบแยกเขี้ยวใส่ไปหลายครั้ง ทั้งๆ ที่พยายามเตือนตัวเองแล้วเรื่องกริยาแล้วไรแล้ว

๘. จะมีคนเบียดคิวเสมอ แถวที่เดินนี่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพราะคนเดินไม่ตรงแถวกันเลย คือเดินตรงๆ เป็นแถว ตามคนข้างหน้านี่มันยากหรือยังไง ชอบเดินจับกลุ่มกุมมือกันแบบพรากจากกันไม่ได้ คืออายุก็เยอะกันแล้ว มันคืออะไร และเดินแบะแฉะเป็นนิสัยกันมาก นี่ไม่ใช่เดินตลาดนะค้าาา พอถึงในพระบรมมหาราชวัง จากสี่แถวก็จะกลายเป็นสองแถว ตามประตูที่แคบลง ตรงนี้จะมีคนมาเบียดๆๆๆๆๆ แถวที่ตั้งมาทั้งหมดจะแตกกระจายก็ตรงนี้ คนที่มาเป็นกลุ่มใหญ่เค้าจะจับไหล่กัน ทำให้เราเข้าแถวไหนไม่ได้เลย ต้องรอให้กลุ่มเค้าเข้าไปก่อนทั้งๆ ที่เราอยู่ข้างหน้า แนะนำให้ทำใจและปล่อยเค้าไป สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม (ตอนนี้มีอาการยิ้มแห้งและกรอกตาเล็กน้อย)

๙. เมื่อได้เข้าไปด้านในพระที่นั่ง สถานที่ตั้งของพระบรมศพ ขอให้เริ่มตั้งสงบจิตใจ ขจัดอารมณ์ขุ่นหมองออกไป เพราะเราจะได้ดูมองพินิจของทุกอย่างในนั้นในขณะที่กำลังรอกลุ่มก่อนหน้าเรากราบสักการะ เมื่อถึงคิวเรา เราจะมีเวลาอีกหลายวินาที ตรงนี้ขอให้ตั้งสติ เพราะเรามาเพื่อการนี้ กล่าวอำลาบุคคลที่เรารักและบูชามากๆๆ กัน ขอให้เป็นช่วงเวลาพิเศษ และหากไม่น้ำตาแตกไม่ร้องไห้ไปก่อน ก็น่าจะใช้เวลาดูความงามของสิ่งต่างๆ ที่นั่น นี่คือมรดกของสยามประเทศของเรา

๑๐. ด้านนอกมีตู้ไว้สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเงินทำบุญ สามารถเตรียมสตางค์ไปได้

๑๑.**เพิ่มเติม** เมื่อถวายสักการะพระบรมศพเสร็จสิ้น จะได้รับภาพถ่ายพระโกศ และถุงข้าวพอเพียงเป็นที่ระลึกให้ทุกคน สามารถเตรียมแฟ้มหรือหนังสือพอกเก็ตบุ๊คไปใส่รูปป้องกันรูปยับได้

๑๒. **เพิ่มเติม** อาจจะเห็นในข่าวว่ามีบริการรถเข็นให้ผู้สูงอายุ แต่ความจริงคือว่า เราไม่ควรคาดหวังจะพึ่งเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครให้มากเกินไป มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เค้าจะมีรถเข็นมาบริการทุกคนทันทีที่คุณเดินลงจากรถ และโปรดทราบว่าระยะการเดินค่อนข้างไกล มีการปิดถนนโดยรอบบริเวณพระบรมมหาราชวัง ดังนั้นต้องเตรียมตัวสำหรับการเดินมากๆ มา หากจะพาผู้ใหญ่มา ควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีรถเข็นมาเองจากทางเข้า หากเดินไม่ไหว เพราะขากลับได้ยินกลุ่มนึงพยายามหารถเข็นไปให้ผู้สูงอายุของตน แต่เจ้าหน้าที่เค้าไม่มี สรุปให้คิดไว้เลยว่าจะไม่มีใครมาช่วย และควรประมาณตนว่าไหวไหม เดินระยะไกลนะคะ

๑๓.**เพิ่มเติม** ประตูทางเข้าที่เราเข้าไป ด้านข้างกระทรวงมหาดไทย ไม่ไกลมากจากสนามหลวง มีหลายคนขึ้นแท็กซี่มาลงตรงนั้นแล้วเดินเข้าไป สำหรับคนที่ไม่อยากมาค้างในเมือง จะใช้วิธีนี้ก็ดีนะคะ

บรรยากาศยามเช้าตรู่ของกั๊กเสาชิงช้า
เช้าตรู่รถเริ่มแน่นที่สี่กั๊กเสาชิงช้า

เนื่องจากพอออกมาจากพระบรมมหาราชวังแล้ว เราก็ค่อยๆ เดินกลับโรงแรมกันเลย ทั้งรอบที่ไปกราบพระฉายาลักษณ์ครั้งก่อนเมื่อเดือนตุลาคมและครั้งนี้ เราไม่ได้รอคิวรับอาหารแจกเลย ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเราเดินกันยังไงไม่รู้นะคะ ไม่ผ่านจุดที่เค้าแจกอาหารเลย อาจจะเป็นเพราะว่าเราชอบเดินเลี่ยงฝูงชนก็ได้ พอไม่เจอก็ไม่คิดว่าจะไปหาอีกด้วย เพราะคนเยอะมากๆ อยู่แล้ว เหมือนไปเพิ่มภาระให้เจ้าหน้าที่ เลยได้แต่เก็บร้านอาหารแถวนั้นมาฝากดังนี้ค่ะ

food-map

เราไปพักที่เฟื่องนครบัลโคนี ๒ คืนกำลังดี ได้เดินเล่นในเมืองเก่าด้วย โรงแรมนี้น่ารักดี และอยู่ตรงข้ามวัดราชบพิธฯ เลย มาพักด้านนี้สามารถเดินไปสนามหลวงใกล้หน่อย ห้องพักสะอาดดีมาก พนักงานน่ารักดี อาหารเช้าโอเค และเราลองทานอาหารเย็นวันนึงก็ชอบนะคะ อร่อยดี รับประทานต้มยำกุ้งกับทอดมันกุ้ง พบว่าต้มยำกุ้งอร่อยมาก เลยสั่งเพิ่มมากอีกชามนึง เป็นต้มยำกุ้งน้ำข้น ใส่เห็ดฟาง หอมแดง ข่า รากผักชี ตะไคร้ ใบมะกรูด รสชาติกลมกล่อมกุ้งสดอร่อยดีค่ะ

เฟื่องนครบัลโคนี่
นอกห้องพักที่เฟื่องนครบัลโคนี
ต้มยำกุ้งที่เฟื่องนครบัลโคนี่
ต้มยำกุ้งที่เฟื่องนครบัลโคนี
ต้มยำกุ้งชามที่สอง :D
อร่อยมากกินไปสองชาม:D

สำหรับคนที่อยู่แถวหน้าพระลาน สามารถทานอาหารจานเดียวง่ายๆ ได้ที่มิ่งหลี ร้านเก่าแก่สวยงาม อาหารโอเค ราคาโอเค ไข่ห่อกุ้งอร่อยดี แต่มันมากกก ต้มยำโอเค ข้าวกระเพราอร่อยดี มีหอมใหญ่ด้วย มะเขือเทศด้วย น่าจะเป็นสไตล์กุ๊กช็อป ^^

อาหารและบรรยากาศร้านมิ่งหลี ถนนหน้าพระลาน
อาหารและบรรยากาศร้านมิ่งหลี ถนนหน้าพระลาน

ส่วนแถวที่เราไปพัก มีร้านส้มหอม ร้านอาหารไทยที่อร่อยดีอีกร้านในแพร่งภูธร มีอาหารจานเดียว แต่เราไปออกจะบ่ายแล้ว เลยอาหารหมดไปซะมาก เลยรับประทานผัดกระเพราไก่ ข้าวราดกุ้งผักพริกขี้หนู ต้มยำเนื้อปลา และปลาดุกฟูผัดพริกขิง อร่อยดีทุกอย่าง

ครัวส้มหอม แพร่งภูธร
ครัวส้มหอม แพร่งภูธร

แล้วก็ร้าน Pastale ร้านที่คุณเบน ทำเองทุกอย่างคนเดียว ขายอาหารจานเดียวเช่นสปาเก็ตตี้ต่างๆ และขนมเล็กน้อย อร่อยดีและออกแนวรสจัด (เค็ม)

ซ้าย สปาเก็ตตี้ไข่กุ้ง กระเทียม สาหร่สยและไข่ลวก ขวา สปาเก็ตตี้มิโสะ ปลาแซลมอน ร้าน Pastale
ซ้าย สปาเก็ตตี้ไข่กุ้ง กระเทียม สาหร่ายและไข่ลวก – ขวา สปาเก็ตตี้มิโสะ ปลาแซลมอน ร้าน Pastale ถนนเฟื่องนคร

แล้วก็ไอติมเจ้าเก่า นัฐพร ในแพร่งภูธรเช่นกัน มีไอติมกะทิ มะม่วง ทุเรียน หน้าตามที่เลือกนะคะ ในภาพคือไอติมกะทิ ทรงเครื่อง ใส่ทุกอย่าง

nuttaporn
nuttaporn-2

แล้วก็ค้นพบร้านกาแฟชื่อ Heritage Craft & Cafe  ด้านริมรั้วแพร่งภูธร ใกล้ๆ กั๊กเสาชิงช้า กาแฟดี ร้านสวยดี สไตล์ฝรั่งที่ชอบของไทย มีของกระจุกกระจิกจากชาวบ้านที่เก๋ๆ มาขายด้วย

img_4984

และอย่าลืมว่าแถวนั้นมี ก. พานิช ด้วย สามารถทานข้าวเหนียวมะม่วงได้ที่ร้าน เป็นตั่งไม้ภายในร้าน ชุดละ ๑๐๐ บาท

ข้าวเหนียวมะม่วง ก. พานิช
ข้าวเหนียวมะม่วง ก. พานิช

ก่อนจากกัน ขอนำความงดงามของวัดราชบพิธฯ มาฝาก วัดนี้เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้สร้างขึ้น ความสวยงามนี่คือสุดยอด เป็นหนึ่งในวัดหลวงที่ควรมาชมซักครั้ง ที่นี่เป็นสุสานหลวงด้วย ซึ่งอยู่ด้านหลัง สามารถเดินไปชมได้
ด้านในพระอุโบสถของวัดราชบพิธเป็นอีกหนึ่งความงามที่สุด ขนาดอุโบสถไม่ใหญ่ แต่มีการประดับแบบตะวันตก (ทำให้นึกถึงวัดนิเวศธรรมประวัติที่พระราชวังบางประอิน) พระประธานมีพระนามว่า พระพุทธอังคีรส แปลว่ามีรัศมีแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกาย ด้านบนพระประธานคือเศวตฉัตร ซึ่งเป็นเศวตฉัตรที่ใช้กั้นเหนือพระโกศพระบรมศพของรัชกาลที่ ๕

img_5054

img_5063
ผ้ากฐิน ปี ๒๕๕๙ ที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
img_5072
พระบรมรูปขนาดเท่าองค์จริงของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕

img_5080

img_5095
พระอุโบสถไม่ได้เปิดตลอด หากไม่ใช่วันพิเศษ เช่นวันพระ หรือวันที่ทางวัดมีการทำบุญใหญ่ ให้ไปช่วงที่พระทำวัตรเช้าหรือเย็น คือเวลา ๙.๐๐ และ ๑๕.๓๐ น. ซึ่งจะเป็นเวลาที่พระอุโบสถเปิด สามารถเข้าไปสวดมนต์ทำวัตรได้ด้วย (ใช้เวลาทำวัตรประมาณครึ่งชั่วโมง ใช้สงบจิตใจได้ดี)

การบูณะซ่อมแซมวัดราชบพิธฯ
การบูรณะซ่อมแซมวัดราชบพิธฯ

ตอนนี้วัดราชบพิธฯ กำลังมีการบูรณะขนานใหญ่ ซึ่งทำมานานหลายเดือน (หรือปีก็ไม่ทราบ) แล้ว เพราะตอนมาครั้งก่อน ก็เห็นเป็นแบบนี้ ครั้งนี้เลยได้ถามคุณพี่ที่ทำงานบูรณะอยู่ (พอดีสบตากันตอนอิชั้นไปถ่ายรูปป้ายข้อมูล ตรงบริเวณที่เธอตั้งปิ่นโตอาหารกลางวันพอดี) ได้ความว่า เธอเรียกตัวเองและทีมงานว่าเป็น “กรรมกร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์” แต่สิ่งที่เธอทำคือการทำงานบูรณะวัดมาตลอด กับบริษัทเอกชนนี้ที่รับงานบูรณะวัดโดยเฉพาะ เพราะการบูรณะวัดวาอาราม เป็นเรื่องที่ต้องใช้ฝีมือเฉพาะ กระเบื้องลายละเอียดยิบที่เค้าใช้บูรณะเหล่านี้ เป็นกระเบื้องที่สั่งทำมาพิเศษ และแบบการบูรณะและรายละเอียดต่างๆ คือมาจากกรมศิลปากร ซึ่งก็เป็นผู้ตรวจงานทุกระยะ เธอบอกว่างานบูรณะวัดราชบพิธนี้ทำกันนานมาก แก้งานหลายรอบ อย่างเสาหินอ่อนที่เห็นอยู่นี่ คือแก้เป็นสิบๆ รอบแล้ว

ใช้เวลาอ่านป้ายเหล่านั้น พร้อมดูของจริงไปด้วย เห็นภาพและเข้าใจดีค่ะ สวยงามจริงๆ


🍀 BY OHHAPPYBEAR. all rights reserved. 🍀

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *