เที่ยวอังกฤษ – อาหารโน่นนี่ในลอนดอน

IMG_0495 copy

สำหรับคนที่มีความสุขกับอาหารดีๆ เมื่อได้โอกาสเดินทางท่องเที่ยว อาจเคยนึกเปรียบเทียบอาหารตามเมืองใหญ่ๆ ที่เป็นเมืองหลักของโลกว่า เมืองไหนมีอาหารที่ดีที่สุด สำหรับตัวดิฉันเอง อันดับหนึ่งในดวงใจด้านของอร่อยคุณภาพยอดเยี่ยมก็คือลอนดอน ใช่เพียงเพราะว่าที่นี่มีอาหารชั้นเลิศสำหรับผู้ที่มีสตางค์จ่ายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงร้านบ้านๆ ตลาดสด และความคิดทางด้านอาหารที่ทำให้ลอนดอนเป็นสวรรค์ของผู้ที่รักการรับประทานอย่างดิฉันที่สุด

ลอนดอน เมืองหลวงของสหราชอาณาจักร ที่ไม่ได้เกิดมาพร้อมชื่อเสียงของอาหารประจำบ้านเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน ว่าไปประเทศอังกฤษออกจะเป็นลูกเป็ดขี้เหร่เมื่อมาถึงเรื่องของอาหารด้วยซ้ำ ถามใครก็ได้ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษเมื่อหลายสิบปีก่อน เช่นคนใกล้ตัวดิฉันที่เป็นนักเรียนโรงเรียนประจำของประเทศนี้ อาหารที่เขาจำได้แม่นเพราะเป็นเด็กไม่มีทางเลือก คือทุกครั้งที่เล่นรักบี้เสร็จกลับมาเหนื่อยแสนเหนื่อย อาหารที่โรงเรียนจัดให้เป็นรางวัลก็คือขนมปังแผ่นรสชาติจืดกองโต ที่มีให้กินกับเนยและแยมแบบไม่อั้น ส่วนอาหารอื่นๆ ของประเทศนี้ก็เป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องความจืดชืดและหน้าตาเซื่องซึมเหมือนอากาศประจำบ้าน ใครมาบอกว่าชอบทานอาหารอังกฤษเห็นทีจะต้องถูกหัวเราะเยาะในใจ ว่าเป็นอะไรมาอย่างไร ถึงได้คิดชอบอาหารของประเทศนี้ได้

IMG_0409 copy
แต่ด้วยความที่โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไป ปัจจุบันลอนดอนกลับกลายเป็นเมืองหลวงที่รับชาวต่างชาติเข้ามาอยู่มากมาย ด้วยความที่ประเทศนี้พูดภาษาอังกฤษที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกันอยู่แล้ว จึงไม่ยากที่คนจำนวนมากทั้งจากประเทศใกล้เคียงและต่างทวีปจะมุ่งหน้าเข้าไปอยู่อาศัยและก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมอาหารที่แตกต่างรสอร่อยให้ลอนดอนกลายเป็นเมืองของนักชิมได้ไม่รู้เบื่อ สถานที่แห่งแรกที่นักท่องเที่ยวมักไม่พลาดหากอยากเดินชมและชิมความหลากหลายของอาหารที่มีอยู่ในประเทศนี้ก็คือที่ตลาดโบโรห์ (Borough Market) ที่อยู่ทางฝั่งซัทเธิร์ก (Southwark) ปลายสะพานลอนดอน ตลาดนี้เป็นตลาดสดที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ว่ากันว่ามีอยู่นานกว่าพันปีแล้วและเป็นตลาดที่ทำให้รถติดมากในลอนดอนจนรัฐสภาอังกฤษต้องประกาศปิดตลาดไปเลยครั้งหนึ่ง ก่อนที่ชาวบ้านในย่านนั้นรวบรวมเงินมาเพื่อซื้อที่ดินคืนและเปิดเป็นตลาดใหม่อีกครั้ง

ตลาดโบโรห์ผันตัวจากตลาดของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า มาเป็นตลาดทันสมัยสำหรับชนชั้นกลางเมื่อประมาณ 50 ปีก่อนนี้เองที่มีนักเขียนอาหารคนหนึ่งจัดงานสังสรรค์ร่วมกับบรรดาผู้คนในสังคมที่ชื่นชอบอาหารดีๆ ขึ้นเป็นครั้งแรกที่ตลาดแห่งนี้ ทำให้ตลาดค่อยๆ เปลี่ยนโฉมหน้าจากการเป็นตลาดสดขายส่งให้แก่เฉพาะคนทำธุรกิจอาหาร มาเป็นตลาดขายของกระจุกกระจิก มีทั้งของสด ขายส่ง เครื่องปรุงหายาก ทำเอง หรือวัตถุดิบชนิดพิเศษเช่น ชีสสูตรอังกฤษแบบต่างๆ เห็ดทรัฟเฟิลที่หาได้ในเมืองเดว่อนที่อยู่ติดทะเล หมูและพายหมูที่จากหมูพันธุ์พิเศษของอังกฤษ ไส้กรอกเมืองคัมเบรีย แต่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม จะต้องมีที่มาที่ไป คือส่งตรงจากฟาร์มมาถึงตลาด
IMG_0410 copy

ต่อมาพ่อครัวแม่ครัวขาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงมากมาย ต่างก็ต้องมาซื้อเครื่องปรุงการทำอาหารที่นี่ เจมี่ โอลิเวอร์ ถ่ายทำฉากซื้อผักผลไม้ของเขาที่นี่ ต่อด้วยฉากซื้อกาแฟที่ร้าน Monmouth Coffee ที่ทำให้เกิดกระแสคลั่งกาแฟร้านนี้ จนปัจจุบันคิวของมนุษย์ที่กำลังรอสั่งคาปุชชิโนหน้าร้าน Monmouth ยาวยืดออกมาจนถึงหน้าตลาดรวมทั้งบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาลอนดอนก็ต้องมาทานอาหาร เดินเล่น และถ่ายรูปอาหารที่ตลาดนี้แล้วโพสต่อไปให้เพื่อนๆ เห็น จนทุกวันนี้นักท่องเที่ยวกลายเป็นผู้ซื้อหลักมากกว่าพ่อค้าแม่ค้าชาวอังกฤษไปเสียแล้ว

กระแสการรับประทานของพื้นบ้านของโลกเกิดขึ้นหลังจากที่พวกเราเริ่มรับรู้ผลเสียของอาหารในระบบอุตสาหกรรมที่มีขึ้นหลังจำนวนประชากรโลกเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัวจนธรรมชาติเลี้ยงไม่ไหว ก่อให้เกิดการเกษตรแบบที่เรียกว่า monoculture คือปลูกพืชอย่างเดียวจำนวนมาก แล้วส่งต่อไปยังระบบอุตสาหกรรม ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะพืชผักและผลไม้ แต่รวมถึงเนื้อสัตว์ทุกชนิดที่ต้องอาศัยอาหารที่ทำจากอุตสาหกรรม ยุโรปโดยเฉพาะอังกฤษเป็นประเทศแรกๆ ที่ย้อนกระแสดังกล่าวโดยหันมารับประทานอาหารที่ปลูกเองในประเทศ และต้องปลูกแบบออร์แกนิกด้วย ทำให้เกิดวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของอังกฤษแท้ๆ ขึ้นเมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อน มีพ่อครัวมือใหม่ที่เริ่มนำเอาวัฒนธรรมการปรุงอาหารจากต่างประเทศเข้ามาใช้กับอาหารอังกฤษพื้นๆ ก่อให้เกิดกระแส Gastropub ที่เป็นผับอังกฤษแต่เสิร์ฟอาหารอร่อยๆ ปรุงเก๋ๆ แล้วยังใช้เครื่้องปรุงที่ผลิตในอังกฤษเสียส่วนมาก Gastropub เหล่านี้มักแข่งกันที่ความสดใหม่ของอาหาร เมนูมักเปลี่ยนไปทุกๆ วัน เพราะว่าขึ้นอยู่กับสิ่งที่ดีที่สุดที่จะหาได้ในตลาดในวันนั้น สลัดผักสดโรยหน้าด้วยมะเขือเทศตากแห้ง (sun-dried tomatoes) ทำเองที่ร้าน The Riding House Café ในย่านฮิปฟริตส์โรเวีย (Fitzrovia) เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของวัฒนธรรมอาหารลูกใหม่ของลอนดอน

IMG_0430 copy

ย่านโซโห (Soho) เป็นอีกย่านที่เรียงรายไปด้วยของอร่อยมากมาย ย่านนี้เป็นย่านครีเอทีพของลอนดอน เต็มไปด้วยสำนักงานของบริษัทโฆษณาและออกแบบ นอกจากอาหารจีนที่ China Town จะเปลี่ยนโฉมไปมากด้วยคุณภาพของอาหารแล้ว ยังมีร้านแซนวิชใหม่ๆ ที่เน้นวัตถุดิบดีๆ ทั้งไส้และขนมปัง ที่จะทำให้คุณรู้สึกอร่อยกับอาหารแสนจะเบสิกของฝรั่งจานนี้ขึ้นอย่างแรง ที่โซโหร้านแซนวิชที่ชื่อ Fernandez and Wells (fernandezandwells.com) ที่มีหลายสาขาในย่าน W1 เป็นที่ขึ้นชื่อมากๆ แนะนำให้มาลองทานหรือหากเดินเหนื่อยอยากพักขา เขาก็มีขนมอบและกาแฟอย่างดีเสิร์ฟอีกด้วย

ยังอยู่ในโซโหเพราะถนนเล็กๆ ที่คดเคี้ยวเลี้ยวเลาะไปมาเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของย่านเก่าลอนดอน บนถนนเส้นหลักคือถนน Wardour Street มีร้านช็อกโกแลตที่ดังมากคือ Paul A Young (paulayoung.co.uk) ที่ทำช็อกโกแลตทรัฟเฟิลรสต่างๆ ขาย มีบราวนี่อร่อยมากที่สุดในโลกให้ชิมก่อนซื้อ กล่องเล็กที่สุดใส่ทรัฟเฟิลได้ 4 เม็ดราคา 7 ปอนด์ กินแล้วหน้าตาเคลิ้มมีความสุขก็ถือว่าคุ้มเกินราคามากแล้ว แนะนำอีกร้านคือ Cay Tre (caytresoho.co.uk) ขายอาหารเวียดนามเช่นเฝอ คนไทยไปเที่ยวเมืองนอก ให้กินแต่แซนวิชเย็นๆ อาจถึงแก่กรรมได้ มาเปลี่ยนบรรยากาศทานซุปร้อนๆ อร่อยๆ ที่ร้านนี้อาจทำให้หลายคนเที่ยวลอนดอนสนุกขึ้นก็ได้ IMG_0432 copy

แต่ที่เก๋ที่สุด ขอเก็บไว้บอกสุดท้ายคือตลาดอาหารแห่งใหม่ล่าสุดของลอนดอนที่ชื่อว่า ตลาดมัลบี้สตรีท (Maltby Street Market – maltbystmarket.com หรือ maltbystreet.com) ตลาดนี้อยู่ไกลซักหน่อยเพราะต้องเดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน London Bridge ไปทางตะวันออก เข้าถนน Druid แล้วเดินเลียบทางรถไฟไปอึดใจใหญ่ ตลาดอาหารถนนมัลท์บี้อยู่กระจัดกระจายเลียบถนน Druid ถนน Tanner และเรื่อยลงมาถึงถนน Spa ที่อยู่ห่างจากถนนทั้งสองที่กล่าวมาแล้วไกลโข แต่ที่เก๋เพราะตลาดแห่งนี้เกิดขึ้นหลังจากตลาดโบโรห์กลายเป็นตลาดนักท่องเที่ยวมากไป นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาจากทั่วโลกนอกจากจะเดินกันเป็นโขยงพร้อมหยุดถ่ายรูปทุกระยะดูเกะกะน่ารำคาญสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการรีบมาซื้อของเพื่อไปทำธุรกิจแล้ว ยังทำให้ค่าเช่าขายของที่ตลาดแพงมากจากคนขายบ่นอุบ เลยต้องมองหาทำเลแห่งใหม่ ก็เลยรวมตัวกันมาเช่าโกดังเก็บของใต้ทางรถไฟย่านถนน Druid กันเพื่อขายของทั้งแบบขายส่งและปลีก และนอกจากจะขายของสดแล้ว ยังมีบรรดาร้านค้าเก๋ๆ เช่น ร้าน St. John (stjohnrestaurant.com) ที่ดังมากย่านตลาดสมิทธ์ฟิลด์ (Smithfield) ในอีสต์เอนด์ของลอนดอน ที่มาเปิดร้านขายขนมปังทำมือหลายแบบ (ที่ดังมากคือขนมปังซาวโด รสเปรี้ยวก้อนใหญ่ๆ) และยังมีโดนัทไส้คัสตาร์ดครีมเหมาะสำหรับเดินทางเล่นพร้อมกาแฟ ที่ร้าน Monmouth Coffee ก็มาเปิดด้วยเช่นกัน

ด้วยความที่อยู่ใกล้กับตลาดพี่ใหญ่อย่างโบโรห์ ตลาดมัลบี้สตรีทจึงเป็นที่จับตาของผู้ที่เก็บค่าเช่าตลาดโบโรห์ ว่ากันว่ามีการประกาศต่อต้านพ่อค้าที่เคยอยู่ที่โบโรห์ แต่คิดไปเปิดสาชาเพิ่มที่ตลาดมัลบี้สตรีท มีการบังคับให้เลือกเปิดแค่ตลาดเดียว ห้ามควบสอง ก็เพราะกลัวว่าอีกหน่อยตลาดมัลบี้สตรีท จะแย่งลูกค้าไปจากตลาดโบโรห์เสียหมดนั่นเอง

แต่ว่าไปแม้ว่าตลาดมัลบี้สตรีทจะกำลังเป็นที่จับตามองของสื่ออาหารของอังกฤษ แถมยังได้รับรางวัลตลาดน้องใหม่ดีเด่นในปี 2011 จากหนังสือพิมพ์ The Observer และยังเป็นสถานที่จัดงานด้านอาหารเก๋ๆ มากมายของบรรดาผู้ที่เรียกตนว่าเป็นตัวจริงเสียงจริงของลัทธิ Foodism ของประเทศนี้ ตลาดมัลบี้สตรีท ก็น่าจะต้องใช้เวลาอีกซักพักถึงจะกลายเป็นคู่แข่งของโบโรห์ได้ เพราะด้วยความที่อยู่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดิน คนที่จะไปตลาดมัลบี้สตรีทต้องเป็นพวกฮาร์ดคอร์หน่อยๆ คือต้องชอบเดินและเดินได้อึด นอกจากนั้นยังต้องมีเวลา ค่อยๆ ดูร้านโน้นร้านนี้ เพราะที่นี่ร้านต่างๆ จะอยู่กระจัดกระจายไม่รวมกันทีเดียวเหมือนที่โบโรห์ นอกจากนั้นอาหารให้ชิมให้ลิ้มลองยังมีไม่มากเท่า ส่วนใหญ่มักเป็นร้านขายของสด เช่น ผัก ผลไม้ (ที่ดูดีมากๆ) น้ำผึ้งจากฟาร์มเล็กๆ ปลารมควันจากร้านที่เก่าแก่มากๆ และเนื้อสัตว์ ชีสต่างๆ จำนวนมาก ที่สามารถชิมได้ ซื้อได้ แต่ควรมีครัวเพื่อปรุงอาหาร แต่อย่างน้อยการมาเดินเล่นที่นี่ นอกจากเปลี่ยนบรรยากาศการเดินชิมของอร่อยแบบที่เคยแล้ว ยังได้เห็นพัฒนาการของอาหารอังกฤษที่เคยขึ้นชื่อว่าแย่ที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยของอร่อยจากทุกมุมโลก ในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งนี้นั่นเอง
IMG_0412 copy

อังกฤษเป็นประเทศเล็ก สมัยหลังสงครามเกิดการขาดแคลนอาหาร ไม่สามารถผลิตอาหารเพียงพอสำหรับคนทั้งประเทศได้ จึงต้องใช้ระบบจัดสรรอาหาร เพื่อให้คนทั้งประเทศมีพออยู่พอกิน ไม่ใช่ใครมีเงินมากกว่าก็เหมาอาหารไปหมดได้ ทำให้แม่บ้านของประเทศนี้เริ่มเรียนรู้วิธีการปรุงอาหารให้อร่อยด้วยวัตถุดิบที่มีจำกัด พอประทังให้ครอบครัวมีความสุขตามอัตภาพได้ในช่วงนั้น ถือว่าความทุกข์ยากก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ก็ได้

ย่าน W1 ศูนย์กลางของลอนดอน เป็นย่านที่มีอาหารดีมากๆ ตั้งแต่อาหารธรรมดาพื้นๆ ไปถึงอาหารหรูมิชลิน ร้านเก๋มากๆ ได้แก่ ร้านอาหารที่เป็นเอ็กคลูซีฟคลับอย่างมอร์ตันส์ (mortonsclub.com) ที่อยู่ชั้นสองของตึกโบราณมองเห็นเบอร์คลี่ย์สแควร์ย่านเมย์แฟร์ มีที่นั่งตรงระเบียงอยู่สองโต๊ะเล็กๆ ต้องจองล่วงหน้าหน่อยในวันแดดดี สำหรับคนที่ชอบติ่มซำแบบใหม่ๆ ควรไปลองที่ร้าน Hakkasan ที่เป็นร้านติดดาวมิชลิน คนเยอะมากๆ แต่อร่อยทุกอย่าง (hakkasan.com)

ย่านฟริตส์โรเวีย แนะนำร้าน The Riding House Café (ridinghousecafe.co.uk) ร้านอาหารง่ายๆ ขายพวกสเต้ก ปลาย่าง สลัด และอื่นๆ อีกมากมายที่อร่อยมากๆ ตรงข้ามร้านนี้คือ Kaffeine (kaffeine.co.uk) ร้านกาแฟอิสระอย่างเก๋ของย่านนี้ที่ชาวบ้านแถวนี้มานั่งชิลกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ส่วนอาหารเช้าที่ชอบมากๆ คือที่ร้าน Lantana (lantanacafe.co.uk) ที่ีเสิร์ฟอาหารเช้าอย่างเก๋ที่สุด

ของถูกและอร่อยที่ลอนดอนก็มี ที่พลาดไม่ได้สำหรับคนชอบเนื้อวัวคือ เบเกิ้ลเนื้ออบที่ร้าน Beigal Bake ตรง Brick Lane ย่านอีสต์เอนด์ แนะนำให้ทาน salt beef เนื้อหนากับเบเกิ้ลทำใหม่สด อร่อยมากๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวลอนดอน สามารถดูได้ที่ visitlondon.com</strong>



more on london
Premium Economy (Elite Class) Eva Air Bangkok – London (Direct Flight)
ลอนดอน ‘Same Same But Different’
 Malby Street market + druid street market, london
ร้านขนมเก่าแก่ที่สุดของลอนดอน Maison Bertaux, Soho, London
Afternoon Tea ที่เก๋มากมาย (และคุ้มมาก) ที่ The Diamond Jubilee Tea Room, Fortnum & Mason 
Padella ร้านพาสต้าเส้นสด ครัวเปิด ทำใหม่ๆ ทุกๆ จานปลายสะพานลอนดอน
Shoreditch, london
Gibraltar and Implication Upon Brexit
dublin, ireland
เล่าแบบสรุป เที่ยวดับลิน เที่ยวเย็นฉ่ำแบบชาวเมือง
4 Highlights in Dublin (When it Rains, as it Usually Does)
Day-Trip from Dublin: Cliffs of Moher, Limerick, Bunratty Castle
เที่ยว The Guinness Storehouse, Dublin
Hot Chocolate First, then Fish and Chips in Dublin
belfast, northern ireland
Mini-Guide to Belfast: Love, War and Food
Yardbird, Belfast


🍀 BY OHHAPPYBEAR. all rights reserved. 🍀

1 Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *